ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก

ความสำคัญของคดี

อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งโพสต์ว่าจะไปร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และในวันที่ 12 ม.ค. 63 ได้ไปร่วมวิ่งพร้อมไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถูกดำเนินคดี ไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 อิสรีย์ให้การปฏิเสธ โดยยืนยันว่า ตนเป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้จัด อีกทั้งกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในวันดังกล่าวก็เหมือนกับกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วไป ไม่เข้าข่ายการชุมนุม

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2563 น.ส.อิสรีย์ ได้เชิญชวนทางเฟซบุ๊กให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ซึ่งหมายถึงการแสดงออกทางการเมืองในเชิงคัดค้านการบริหารประเทศของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งได้มีการนัดหมายให้มีการชุมนุมในที่ต่างๆ ของประเทศ ข้อความเชิญชวนดังกล่าวนั้นเข้าข่าย เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุม สาธารณะ พ.ศ.2558

ต่อมา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 06.00 น. ถึงเวลาประมาณ 07.40 น. น.ส.อิสรีย์ ได้ไปที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ หน้าสถานีตำรวจภูธรสตึก จ.บุรีรัมย์ มีผู้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองรวมจำนวน 7 คน โดยมีข้อความที่หน้าอกของเสื้อที่สวมใส่ว่า “วิ่งไล่ลุง” เป็นสัญลักษณ์ และได้มีการไลฟ์สดขณะเดินและวิ่งไปตามทางวิ่งภายในสวนสาธารณะ พร้อมทั้งมีการเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมแสดงความคิดเห็นของตน ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งที่มีความคิดเห็นในทำนองสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล การกระทำของ น.ส.อิสรีย์ เข้าข่ายเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมฯ มาตรา 10 วรรค 2 ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สภ.สตึก ลงวันที่ 23 ม.ค. 2563)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่สถานีตำรวจภูธรสตึก จ.บุรีรัมย์ น.ส.อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เขต 2 จ.บุรีรัมย์ พร้อมทนายความ ก็เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน จากกรณีกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63 หลังได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา ซึ่งมี พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก เป็นผู้กล่าวหาว่า น.ส.อิสรีย์ จัดให้มีการชุมนุมในที่สาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุม

    พ.ต.ท.ยศวัฒน์ มณีชัยวงษ์กิจ พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.อิสรีย์ว่า เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมโดยไม่แจ้งให้หัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ทราบภายใน 24 ชั่วโมง โดย น.ส.อิสรีย์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การในรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 7 ก.พ. 2563

    ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่ตำรวจจะออกเป็นหมายเรียก ได้โทรศัพท์มาบอกตนให้ไปเสียค่าปรับ เนื่องจากชุมนุมโดยไม่แจ้ง ผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่อิสรีย์ยืนยันกับตำรวจว่า ไม่ได้ทำผิดและไม่ไปเสียค่าปรับ

    (อ้างอิง: https://www.tlhr2014.com/?p=15615)
  • อิสรีย์เข้ายื่นคำให้การโดยละเอียดเป็นเอกสารต่อพนักงานสอบสวน สภ.สตึก โดยยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมในประเด็นดังต่อไปนี้

    1. ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด ข้าพเจ้าเพียงแสดงออกว่าจะไปร่วมวิ่งออกกำลังกาย มิใช่การเชิญชวนให้มาชุมนุมทางการเมือง และเมื่อถึงวันเกิดเหตุ ข้าพเจ้าก็ออกไปวิ่งออกกำลังกายในบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสถานที่มีประชาชนบุคคลทั่วไปมาออกกำลังกายกันเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ได้กีดขวางการจราจร ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใด โดยข้าพเจ้ามิได้มีการอ่านแถลงการณ์ ปราศรัย หรือชูป้าย และเมื่อวิ่งเสร็จก็กลับบ้านตามปกติ

    2. กิจกรรมวิ่งไล่ลุงเป็นการใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการแสดงออกโดยสุจริต และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายตามพันธกรณีระหว่างประเทศ และตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่ถูกกล่าวหา

    3. การแจ้งความดำเนินคดีและการสอบสวนในคดีนี้จึงเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมและกระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการขจัดหรือยับยั้งฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นหรือตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

    (อ้างอิง: คำให้การเพิ่มเติม สภ.สตึก ลงวันที่ 7 ก.พ. 2563)
  • ที่สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.สตึก นัดหมาย น.ส.อิสรีย์ เพื่อส่งตัวให้อัยการ หลังพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนการสอบสวน โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้อง น.ส.อิสรีย์ ในข้อหาดังกล่าว ทั้งนี้ พนักงานอัยการนัดหมาย น.ส.อิสรีย์ มารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งว่าจะฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 21 ก.พ. 63

    (อ้างอิง: https://www.tlhr2014.com/?p=16051)
  • อิสรีย์เข้ารายงานตัวกับอัยการตามหมายนัด เพื่อฟังคำสั่ง แต่อัยการแจ้งว่า ได้ส่งสำนวนคืนให้ตำรวจสอบคำให้การผู้ต้องหาเพิ่มเติม ในประเด็นยืนยันว่า ผู้ต้องหาได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นลายลักษณ์อักษร จึงยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนนัดหมายอิสรีย์เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมและส่งสำนวนให้อัยการอีกครั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2563

    (อ้างอิง: https://www.tlhr2014.com/?p=16113)
  • พนักงานสอบสวนนัดหมายอิสรีย์เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยอิสรีย์ยืนยันคำให้การที่ให้ไปแล้วในชั้นสอบสวน จากนั้นพนักงานสอบสวนส่งตัวอิสรีย์ให้อัยการอีกครั้ง พร้อมสำนวนการสอบสวน อัยการรับสำนวนแล้วเลื่อนไปฟังคำสั่งฟ้องคดีวันที่ 24 มี.ค. 63 เวลา 10.00 น.
  • เนื่องจากอัยการยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อัยการจึงเลื่อนนัดให้ น.ส.อิสรีย์ ไปฟังคำสั่งฟ้องคดีในวันที่ 28 เม.ย. 2563
  • เนื่องจากอัยการยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อัยการจึงยกเลิกนัดเดิม และเลื่อนนัดให้ น.ส.อิสรีย์ ไปฟังคำสั่งฟ้องคดีในวันที่ 27 พ.ค. 2563 เวลา 10.00 น.
  • จากการโทรศัพท์เช็คในวันที่ 26 พ.ค. 2563 ได้รับแจ้งว่า เนื่องจากอัยการยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี อัยการจึงเลื่อนนัดให้ น.ส.อิสรีย์ ไปฟังคำสั่งฟ้องคดีในวันที่ 26 มิ.ย. 2563 เวลา 10.00 น.
  • จากการโทรศัพท์เช็คในวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ได้รับแจ้งว่าอัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปวันที่ 24 ก.ค. เวลา 09.00 น. โดยผู้ต้องหาไม่ต้องไปรายงานตัวด้วยตัวเองอีก ถือว่าทราบนัดแล้ว

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
น.ส.อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์