ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
ดำ อ.1839/2563

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558

หมายเลขคดี

ดำ อ.1839/2563
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก

ความสำคัญของคดี

อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งโพสต์ว่าจะไปร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และในวันที่ 12 ม.ค. 63 ได้ไปร่วมวิ่งพร้อมไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถูกดำเนินคดี ไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 อิสรีย์ให้การปฏิเสธ โดยยืนยันว่า ตนเป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้จัด อีกทั้งกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในวันดังกล่าวก็เหมือนกับกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วไป ไม่เข้าข่ายการชุมนุม

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโจทก์ฟ้องอิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส รายละเอียดคำฟ้อง ดังนี้

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลากลางวันจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุมได้จัดการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยจัดการชุมนุมและเชิญชวนแก่บุคคลทั่วไปให้เข้าร่วมชุมนุมในกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” อันเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อคัดค้านการบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ อันเป็นที่สาธารณะ ทั้งนี้ โดยจำเลยไม่ได้แจ้งแก่หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรสตึก ซึ่งเป็นผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะ หรือบุคคลอื่นตามกำหนดเวลาและตามที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลขคดีดำที่ /2563 ลงวันที่ 21 ส.ค. 2563)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่สถานีตำรวจภูธรสตึก จ.บุรีรัมย์ น.ส.อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เขต 2 จ.บุรีรัมย์ พร้อมทนายความ ก็เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน จากกรณีกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63 หลังได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา ซึ่งมี พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก เป็นผู้กล่าวหาว่า น.ส.อิสรีย์ จัดให้มีการชุมนุมในที่สาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุม

    พ.ต.ท.ยศวัฒน์ มณีชัยวงษ์กิจ พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.อิสรีย์ว่า เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมโดยไม่แจ้งให้หัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ทราบภายใน 24 ชั่วโมง โดย น.ส.อิสรีย์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การในรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 7 ก.พ. 2563

    ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่ตำรวจจะออกเป็นหมายเรียก ได้โทรศัพท์มาบอกตนให้ไปเสียค่าปรับ เนื่องจากชุมนุมโดยไม่แจ้ง ผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่อิสรีย์ยืนยันกับตำรวจว่า ไม่ได้ทำผิดและไม่ไปเสียค่าปรับ

    (อ้างอิง: https://www.tlhr2014.com/?p=15615)
  • อิสรีย์เข้ายื่นคำให้การโดยละเอียดเป็นเอกสารต่อพนักงานสอบสวน สภ.สตึก โดยยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมในประเด็นดังต่อไปนี้

    1. ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด ข้าพเจ้าเพียงแสดงออกว่าจะไปร่วมวิ่งออกกำลังกาย มิใช่การเชิญชวนให้มาชุมนุมทางการเมือง และเมื่อถึงวันเกิดเหตุ ข้าพเจ้าก็ออกไปวิ่งออกกำลังกายในบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสถานที่มีประชาชนบุคคลทั่วไปมาออกกำลังกายกันเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ได้กีดขวางการจราจร ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใด โดยข้าพเจ้ามิได้มีการอ่านแถลงการณ์ ปราศรัย หรือชูป้าย และเมื่อวิ่งเสร็จก็กลับบ้านตามปกติ

    2. กิจกรรมวิ่งไล่ลุงเป็นการใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการแสดงออกโดยสุจริต และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายตามพันธกรณีระหว่างประเทศ และตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่ถูกกล่าวหา

    3. การแจ้งความดำเนินคดีและการสอบสวนในคดีนี้จึงเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมและกระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการขจัดหรือยับยั้งฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นหรือตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

    (อ้างอิง: คำให้การเพิ่มเติม สภ.สตึก ลงวันที่ 7 ก.พ. 2563)
  • ที่สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.สตึก นัดหมาย น.ส.อิสรีย์ เพื่อส่งตัวให้อัยการ หลังพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนการสอบสวน โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้อง น.ส.อิสรีย์ ในข้อหาดังกล่าว ทั้งนี้ พนักงานอัยการนัดหมาย น.ส.อิสรีย์ มารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งว่าจะฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 21 ก.พ. 63

    (อ้างอิง: https://www.tlhr2014.com/?p=16051)
  • อิสรีย์เข้ารายงานตัวกับอัยการตามหมายนัด เพื่อฟังคำสั่ง แต่อัยการแจ้งว่า ได้ส่งสำนวนคืนให้ตำรวจสอบคำให้การผู้ต้องหาเพิ่มเติม ในประเด็นยืนยันว่า ผู้ต้องหาได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นลายลักษณ์อักษร จึงยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนนัดหมายอิสรีย์เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมและส่งสำนวนให้อัยการอีกครั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2563

    (อ้างอิง: https://www.tlhr2014.com/?p=16113)
  • พนักงานสอบสวนนัดหมายอิสรีย์เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยอิสรีย์ยืนยันคำให้การที่ให้ไปแล้วในชั้นสอบสวน จากนั้นพนักงานสอบสวนส่งตัวอิสรีย์ให้อัยการอีกครั้ง พร้อมสำนวนการสอบสวน อัยการรับสำนวนแล้วเลื่อนไปฟังคำสั่งฟ้องคดีวันที่ 24 มี.ค. 63 เวลา 10.00 น.
  • เนื่องจากอัยการยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อัยการจึงเลื่อนนัดให้ น.ส.อิสรีย์ ไปฟังคำสั่งฟ้องคดีในวันที่ 28 เม.ย. 2563
  • เนื่องจากอัยการยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อัยการจึงยกเลิกนัดเดิม และเลื่อนนัดให้ น.ส.อิสรีย์ ไปฟังคำสั่งฟ้องคดีในวันที่ 27 พ.ค. 2563 เวลา 10.00 น.
  • จากการโทรศัพท์เช็คในวันที่ 26 พ.ค. 2563 ได้รับแจ้งว่า เนื่องจากอัยการยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี อัยการจึงเลื่อนนัดให้ น.ส.อิสรีย์ ไปฟังคำสั่งฟ้องคดีในวันที่ 26 มิ.ย. 2563 เวลา 10.00 น.
  • จากการโทรศัพท์เช็คในวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ได้รับแจ้งว่าอัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปวันที่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 09.00 น. โดยผู้ต้องหาไม่ต้องไปรายงานตัวด้วยตัวเองอีก ถือว่าทราบนัดแล้ว
  • อัยการยังไม่มีผลการพิจารณาสั่งคดี จึงเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปวันที่ 21 ส.ค. 2563 เวลา 10.00 น.
  • อัยการมีคำสั่งฟ้อง และยื่นฟ้องอิสรีย์ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในข้อหา เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมในที่สาธารณะโดยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชม. ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10

    หลังเจ้าหน้าที่ศาลรับคำฟ้อง อิสรีย์ถูกควบคุมตัวเข้าห้องขังใต้ถุนศาล ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ต่อมา เมื่อศาลพิจารณาคำร้องจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงินประกัน 5,000 บาท แต่ไม่ต้องวางหลักประกัน และอิสรีย์ได้รับการปล่อยตัวในเวลาประมาณ 15.30 น. โดยนัดคุ้มครองสิทธิวันที่ 20 ต.ค. 2563 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 23 พ.ย. 2563

    คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ระบุเหตุผลว่า ข้อหา เป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่แจ้งการชุมนุมก่อนเริ่มการชุมนุมตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ที่โจทก์ฟ้องจำเลยนั้น มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท อันเป็นความผิดลหุโทษที่มีโทษปรับสถานเดียว ซึ่งศาลสามารถใช้ดุลพินิจปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยโดยไม่มีหลักประกัน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาได้

    (อ้างอิง: คำฟ้อง และคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ คดีหมายเลขดำที่ อ.1839/2563 ลงวันที่ 21 ส.ค. 2563)
  • ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จําเลยฟัง พร้อมทั้งถามคำให้การเบื้องต้น อิสรีย์ยืนยันให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 23 พ.ย. 2563 ตามที่ได้นัดไว้แล้ว
  • ศาลจังหวัดบุรีรัมย์นัดสอบคําให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกําหนดวันนัดสืบพยาน ในคดี “วิ่งไล่ลุง” จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโจทก์ฟ้อง อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เขต 2 จ.บุรีรัมย์ ในความผิดฐาน เป็นผู้จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 จากกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 ซึ่งมีการจัดขึ้นที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ

    หลังศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จําเลยฟัง โดยจําเลยให้การปฏิเสธตามคําให้การเป็นเอกสารที่ได้ยื่นต่อศาลในวันนี้แล้ว ศาลได้สอบถามโจทก์และจำเลยถึงแนวทางการสืบพยาน อัยการแถลงว่า จะนำพยานบุคคลเข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์รวม 3 ปาก ได้แก่ ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรสตึก ซึ่งเป็นผู้รับแจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ, ตํารวจที่สืบสวนการนัดชุมนุมตามที่โจทก์กล่าวหา และพนักงานสอบสวน

    จําเลยและทนายจําเลยแถลงแนวทางการต่อสู้คดีว่าไม่ได้เป็นผู้จัดหรือนัดให้มีการชุมนุมตามที่ถูกกล่าวหา เพียงแต่แสดงออกว่าจะไปร่วมวิ่งออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ตามที่พันธกรณีระหว่างประเทศ และรัฐธรรมนูญให้การรับรอง โดยที่ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ การกระทําของจําเลยจึงไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย โดยอิสรีย์อ้างตนเองเป็นพยานเข้าสืบพยานจําเลยเพียงปากเดียว โดยอ้างส่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเป็นพยานเอกสารของฝ่ายจำเลยด้วย

    กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยรวม 4 ปาก ในวันที่ 4 มี.ค. 2564

    วันเดียวกันนี้จําเลยยังได้ยื่นคําร้องขอให้ศาลส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 10 วรรคสอง และมาตรา 28 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 26 ประกอบมาตรา 34 และมาตรา 44 หรือไม่ โดยอัยการแถลงไม่คัดค้านและไม่ประสงค์ที่จะยื่นคําคัดค้านคําร้องดังกล่าว ศาลจึงเห็นควรให้ส่งคำร้องดังกล่าวไปยังสํานักงานศาลยุติธรรมเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป และในระหว่างนี้ให้ดําเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานของคู่ความไป แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

    กรณีการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 10 วรรคสอง และมาตรา 28 รวมทั้งมาตรา 14 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่นั้น ก่อนหน้านี้ พิศาล บุพศิริ จำเลยคดีวิ่งไล่ลุง จ.นครพนม และประเสริฐ กาหรีมการ จำเลยคดีวิ่งไล่ลุง จ.พังงา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครพนมและศาลจังหวัดตะกั่วป่าตามลำดับเช่นเดียวกัน โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว แต่ยังไม่มีคำวินิจฉัย

    คำร้องดังกล่าวที่ระบุว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 10 วรรคสอง และมาตรา 28 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 อ้างถึงเหตุผลโดยสรุปดังนี้
    1. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 10 วรรคสอง ซึ่งกำหนดให้ถือว่าผู้เชิญชวนหรือนัดผู้อื่นมาชุมนุมเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะที่ต้องแจ้งการชุมนุมก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ด้วย ทั้งที่นิยามในมาตรา 4 ไว้ชัดเจนแล้วว่า “ผู้จัดการชุมนุม หมายถึง ผู้ซึ่งเชิญชวนหรือนัดให้ผู้อื่นมาร่วมการชุมนุมสาธารณะโดยแสดงออกหรือมีพฤติการณ์ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้จัดหรือร่วมจัดให้มีการชุมนุมนั้น” ซึ่งผู้จัดการชุมนุมจะต้องมีการแสดงออกอย่างชัดแจ้ง เช่น ขอใช้สถานที่ ขอใช้เครื่องเสียง ฯลฯ การกำหนดให้ผู้ที่เพียงเชิญชวนหรือนัดผู้อื่นต้องแจ้งการชุมนุมด้วยตามมาตรา 10 วรรคสอง จึงเพิ่มภาระและจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 ทั้งยังส่งผลให้เกิดการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอันถูกรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 34 ด้วย เนื่องจากทำให้ประชาชนทั่วไปไม่กล้าที่จะใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะอาจถูกตีความว่าเป็นผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุมที่มีหน้าที่ต้องแจ้งการชุมนุมด้วย
    2. มาตรา 28 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ซึ่งกำหนดโทษทางอาญาให้กับผู้จัดการชุมนุมสาธารณะที่ไม่แจ้งการชุมนุมหรือที่แจ้งการชุมนุมไม่ครบกำหนด 24 ชั่วโมงก่อนการชุมนุม ขัดกับหลักความได้สัดส่วน และทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ จึงขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 ประกอบมาตรา 44

    (อ้างอิง: คำให้การจำเลย, รายงานกระบวนพิจารณา, คำร้องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย, คำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ คดีหมายเลขดำที่ อ.1839/2563 ลงวันที่ 23 พ.ย. 2563 และ https://tlhr2014.com/?p=23422)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
น.ส.อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
น.ส.อิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์