ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
- ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
- ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานจนเกิดอันตราย (มาตรา 296)
- ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
- ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนี (มาตรา 191)
- การชุมนุม
- พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
- ไม่แจ้งการชุมนุม
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
- มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (มาตรา 215)
ดำ อ.420/2564
ผู้กล่าวหา
- พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม สว.สส.สน.ประชาชื่น (ตำรวจ)
- ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
- ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานจนเกิดอันตราย (มาตรา 296)
- ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
- ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนี (มาตรา 191)
- การชุมนุม
- พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
- ไม่แจ้งการชุมนุม
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
- มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (มาตรา 215)
ดำ อ.420/2564
ผู้กล่าวหา
- พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม สว.สส.สน.ประชาชื่น (ตำรวจ)
- ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
- ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานจนเกิดอันตราย (มาตรา 296)
- ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
- ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนี (มาตรา 191)
- การชุมนุม
- พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
- ไม่แจ้งการชุมนุม
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
- มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (มาตรา 215)
ดำ อ.420/2564
ผู้กล่าวหา
- พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม สว.สส.สน.ประชาชื่น (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
- การชุมนุม
- พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
- ไม่แจ้งการชุมนุม
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
- มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (มาตรา 215)
- ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
- ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนี (มาตรา 191)
- ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานจนเกิดอันตราย (มาตรา 296)
- ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
หมายเลขคดี
ดำ อ.420/2564
ผู้กล่าวหา
- พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม สว.สส.สน.ประชาชื่น
ข้อหา
- การชุมนุม
- พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
- ไม่แจ้งการชุมนุม
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
- มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (มาตรา 215)
- ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
- ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนี (มาตรา 191)
- ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานจนเกิดอันตราย (มาตรา 296)
- ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
หมายเลขคดี
ดำ อ.420/2564
ผู้กล่าวหา
- พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม สว.สส.สน.ประชาชื่น
ข้อหา
- การชุมนุม
- พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
- ไม่แจ้งการชุมนุม
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
- มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (มาตรา 215)
- ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
- ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนี (มาตรา 191)
- ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานจนเกิดอันตราย (มาตรา 296)
- ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
หมายเลขคดี
ดำ อ.420/2564
ผู้กล่าวหา
- พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม สว.สส.สน.ประชาชื่น
ความสำคัญของคดี
ประชาชน 5 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน, ชิงตัวผู้ต้องหา, ทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ โดยถูกกล่าวหาว่า ขัดขวางรถควบคุมตัว "ไมค์-เพนกวิน" ในคืนวันที่ 30 ต.ค. 2563 หลังทั้งสองถูกตำรวจเข้าอายัดตัวขณะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยอ้างหมายจับในคดีที่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว
1 ในผู้ถูกดำเนินคดียืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และไม่เคยร่วมชุมนุม หลังอัยการยื่นฟ้องคดี ศาลไม่ให้ประกันตัวระหว่างพิจารณา แม้จะมีการยื่นประกันอีกหลายครั้ง กระบวนการพิจารณาคดียังล่าช้า มีการเลื่อนนัดจากเหตุโควิด ทั้งที่จำเลยไม่ได้รับการประกันตัว จนกระทั่ง 4 ใน 5 คน ติดโควิดในเรือนจำ ศาลจึงทยอยให้ประกันโดยมีเงื่อนไข ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
1 ในผู้ถูกดำเนินคดียืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และไม่เคยร่วมชุมนุม หลังอัยการยื่นฟ้องคดี ศาลไม่ให้ประกันตัวระหว่างพิจารณา แม้จะมีการยื่นประกันอีกหลายครั้ง กระบวนการพิจารณาคดียังล่าช้า มีการเลื่อนนัดจากเหตุโควิด ทั้งที่จำเลยไม่ได้รับการประกันตัว จนกระทั่ง 4 ใน 5 คน ติดโควิดในเรือนจำ ศาลจึงทยอยให้ประกันโดยมีเงื่อนไข ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี
พนักงานอัยการ สํานักงานอัยการสูงสุด บรรยายฟ้องว่า จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดีได้ร่วมกระทําความผิดต่อกฎหมายหลายบท หลายกรรมต่างกันดังต่อไปนี้
1. เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2563 จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดี ซึ่งมีจํานวนรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ได้ร่วมกันมั่วสุมโดยชุมนุมสาธารณะบริเวณด้านหน้าเรือนจําพิเศษกรุงเทพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวพริษฐ์ ชิวารักษ์ และภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาในคดีอื่น ซึ่งศาลอาญามีคําสั่งปล่อยตัวชั่วคราวออกจากเรือนจําพิเศษกรุงเทพ แต่ถูกอายัดตัวเพื่อดําเนินคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรี, สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา และ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันนําไม้มากั้นปิดขวางทางเข้าออกไว้บริเวณหน้าเรือนจําพิเศษกรุงเทพ ซึ่งมิใช่การชุมนุมโดยสงบและรบกวนการครอบครองการใช้ทางผ่านเข้าออกเรือนจําพิเศษกรุงเทพของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และประชาชนทั่วไป และทําให้ พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม ผู้เสียหายที่ 1, ด.ต.ประสิทธิ์ ดวงสุพรรณ์ ผู้เสียหายที่ 2, ส.ต.อ.อรรถพงษ์ คําแปงคํา ผู้เสียหายที่ 3 และ ส.ต.อ.วีระชาติ สาริภา ผู้เสียหายที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตํารวจประจํา สน.ประชาชื่น มีหน้าที่ควบคุมตัวนายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ ขึ้นรถยนต์ควบคุมผู้ต้องขังอันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท วี.อาร์.พี แอดวานซ์ จํากัด นิติบุคคลตามกฎหมาย ผู้เสียหายที่ 5 โดยสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นผู้เช่ารถยนต์คันดังกล่าวแล้ว ต้องหลบหลีกกลุ่มจําเลยทั้งห้ากับพวกเพื่อนําตัวนายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ ออกจากเรือนจําพิเศษกรุงเทพ
2. เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2563 ภายหลังเกิดเหตุตามฟ้องข้อ 1 ผู้เสียหายทั้งสี่ได้นํารถควบคุมผู้ต้องขังขับบนถนนงามวงศ์วานมาถึงบริเวณด้านหน้าตลาดพงษ์เพชรและได้จอดติดสัญญาณไฟจราจรสีแดงอยู่ จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดีได้ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย กระทําการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยร่วมกันนํารถจักรยานยนต์จํานวนหลายคันไปขวางล้อมการเดินทางของรถควบคุมผู้ต้องขังไว้ และได้ใช้หมวกนิรภัยและวัสดุแข็งเป็นอาวุธ ทุบรถควบคุมผู้ต้องขังบริเวณกระจกข้างรถ และได้กระชากและดึงประตูรถควบคุมผู้ต้องขัง, ทุบรถควบคุมผู้ต้องขัง, ใช้เท้าเตะรถควบคุมผู้ต้องขัง และได้ใช้ของแข็งตีที่กระจกหน้าต่างห้องควบคุมผู้ต้องหาด้านซ้ายและด้านหลังจนแตก พร้อมกับตะโกนว่า “ปล่อยเพื่อนกู” ทั้งเป็นการกระทําโดยเจตนาด้วยประการใดให้พริษฐ์ และภาณุพงศ์ ผู้ที่ถูกคุมขังตามอํานาจของพนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานผู้มีอํานาจสืบสวนคดีอาญาหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย ทั้งนี้ โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ลงมือกระทําความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทํานั้นไม่บรรลุผล
ต่อมา เมื่อรถควบคุมผู้ต้องขังแล่นมาบนถนนเทศบาลนิมิตรเหนือถึงบริเวณปากซอยเทศบาลนิมิตเหนือ ซอย 40 จําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันขัดขวางผู้เสียหายทั้งสี่ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตํารวจ สน.ประชาชื่น โดยมีเจตนาทําร้ายผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งนั่งอยู่ตอนหน้าของรถควบคุมตัวผู้ต้องขัง โดยได้ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่เป็นอาวุธทุ่มใส่รถควบคุมตัวผู้ต้องขังจํานวนหลายครั้ง จนกระจกด้านหน้าซ้ายแตก อันเป็นการทําให้เสียหาย ทําลาย ทําให้เสื่อมค่าหรือทําให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งรถยนต์ควบคุมผู้ต้องขังอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 5 คิดเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 70,000 บาท และเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บถูกกระจกที่แตกบาดที่บริเวณหลังมือด้านขวา มีบาดแผลฉีกขาด ขนาด 0.3 x 0.1 เซนติเมตร และขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธ โดยร่วมกันกระทําความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นการทําร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ รายละเอียดปรากฏตามรายงานการชันสูตรผู้ป่วยคดี โรงพยาบาลตํารวจ ทั้งนี้เพื่อขัดขวางเพื่อมิให้ผู้เสียหายที่ 1 ถึงผู้เสียหายที่ 4 พาพริษฐ์และภาณุพงศ์ ไป สน.ประชาชื่น ได้สําเร็จ
3. เมื่อระหว่าง วันที่ 30-31 ต.ค. 2563 จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดีซึ่งมีจํานวนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ได้ร่วมกันมั่วสุมโดยชุมนุมสาธารณะบริเวณ สน.ประชาชื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวพริษฐ์และภานุพงศ์ โดยในการชุมนุมดังกล่าวจําเลยทั้งห้ากับพวกมิได้แจ้งความประสงค์ที่จะจัดการชุมนุมสาธารณะต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง อีกทั้งไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ชุมนุมที่ต้องไม่ใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายผู้อื่น โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันใช้กําลังประทุษร้าย ชกต่อยร่างกาย ผู้เสียหายที่ 2 – ที่ 4 จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังฟกช้ำ ผู้เสียหายที่ 3 ใบหูฟกช้ำ ถลอกนิ้วก้อย จุดกดเจ็บบ่าซ้าย ผู้เสียหายที่ 4 ฟกช้ำเอว กดเจ็บไหล่ขวา ปรากฏตามรายงานการชันสูตรผู้ป่วยคดี และเป็นการมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายและทําให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
การกระทําของจําเลยตามคําฟ้อง อัยการถือว่า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 191, 215, 295, 296, 358 พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 6, 10, 14, 16
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.420/2564 ลงวันที่ 24 ก.พ. 2564)
1. เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2563 จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดี ซึ่งมีจํานวนรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ได้ร่วมกันมั่วสุมโดยชุมนุมสาธารณะบริเวณด้านหน้าเรือนจําพิเศษกรุงเทพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวพริษฐ์ ชิวารักษ์ และภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาในคดีอื่น ซึ่งศาลอาญามีคําสั่งปล่อยตัวชั่วคราวออกจากเรือนจําพิเศษกรุงเทพ แต่ถูกอายัดตัวเพื่อดําเนินคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรี, สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา และ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันนําไม้มากั้นปิดขวางทางเข้าออกไว้บริเวณหน้าเรือนจําพิเศษกรุงเทพ ซึ่งมิใช่การชุมนุมโดยสงบและรบกวนการครอบครองการใช้ทางผ่านเข้าออกเรือนจําพิเศษกรุงเทพของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และประชาชนทั่วไป และทําให้ พ.ต.ต.ทําเนียบ ขลังธรรมเนียม ผู้เสียหายที่ 1, ด.ต.ประสิทธิ์ ดวงสุพรรณ์ ผู้เสียหายที่ 2, ส.ต.อ.อรรถพงษ์ คําแปงคํา ผู้เสียหายที่ 3 และ ส.ต.อ.วีระชาติ สาริภา ผู้เสียหายที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตํารวจประจํา สน.ประชาชื่น มีหน้าที่ควบคุมตัวนายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ ขึ้นรถยนต์ควบคุมผู้ต้องขังอันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท วี.อาร์.พี แอดวานซ์ จํากัด นิติบุคคลตามกฎหมาย ผู้เสียหายที่ 5 โดยสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นผู้เช่ารถยนต์คันดังกล่าวแล้ว ต้องหลบหลีกกลุ่มจําเลยทั้งห้ากับพวกเพื่อนําตัวนายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ ออกจากเรือนจําพิเศษกรุงเทพ
2. เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2563 ภายหลังเกิดเหตุตามฟ้องข้อ 1 ผู้เสียหายทั้งสี่ได้นํารถควบคุมผู้ต้องขังขับบนถนนงามวงศ์วานมาถึงบริเวณด้านหน้าตลาดพงษ์เพชรและได้จอดติดสัญญาณไฟจราจรสีแดงอยู่ จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดีได้ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย กระทําการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยร่วมกันนํารถจักรยานยนต์จํานวนหลายคันไปขวางล้อมการเดินทางของรถควบคุมผู้ต้องขังไว้ และได้ใช้หมวกนิรภัยและวัสดุแข็งเป็นอาวุธ ทุบรถควบคุมผู้ต้องขังบริเวณกระจกข้างรถ และได้กระชากและดึงประตูรถควบคุมผู้ต้องขัง, ทุบรถควบคุมผู้ต้องขัง, ใช้เท้าเตะรถควบคุมผู้ต้องขัง และได้ใช้ของแข็งตีที่กระจกหน้าต่างห้องควบคุมผู้ต้องหาด้านซ้ายและด้านหลังจนแตก พร้อมกับตะโกนว่า “ปล่อยเพื่อนกู” ทั้งเป็นการกระทําโดยเจตนาด้วยประการใดให้พริษฐ์ และภาณุพงศ์ ผู้ที่ถูกคุมขังตามอํานาจของพนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานผู้มีอํานาจสืบสวนคดีอาญาหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย ทั้งนี้ โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ลงมือกระทําความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทํานั้นไม่บรรลุผล
ต่อมา เมื่อรถควบคุมผู้ต้องขังแล่นมาบนถนนเทศบาลนิมิตรเหนือถึงบริเวณปากซอยเทศบาลนิมิตเหนือ ซอย 40 จําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันขัดขวางผู้เสียหายทั้งสี่ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตํารวจ สน.ประชาชื่น โดยมีเจตนาทําร้ายผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งนั่งอยู่ตอนหน้าของรถควบคุมตัวผู้ต้องขัง โดยได้ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่เป็นอาวุธทุ่มใส่รถควบคุมตัวผู้ต้องขังจํานวนหลายครั้ง จนกระจกด้านหน้าซ้ายแตก อันเป็นการทําให้เสียหาย ทําลาย ทําให้เสื่อมค่าหรือทําให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งรถยนต์ควบคุมผู้ต้องขังอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 5 คิดเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 70,000 บาท และเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บถูกกระจกที่แตกบาดที่บริเวณหลังมือด้านขวา มีบาดแผลฉีกขาด ขนาด 0.3 x 0.1 เซนติเมตร และขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธ โดยร่วมกันกระทําความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นการทําร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ รายละเอียดปรากฏตามรายงานการชันสูตรผู้ป่วยคดี โรงพยาบาลตํารวจ ทั้งนี้เพื่อขัดขวางเพื่อมิให้ผู้เสียหายที่ 1 ถึงผู้เสียหายที่ 4 พาพริษฐ์และภาณุพงศ์ ไป สน.ประชาชื่น ได้สําเร็จ
3. เมื่อระหว่าง วันที่ 30-31 ต.ค. 2563 จําเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาดําเนินคดีซึ่งมีจํานวนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ได้ร่วมกันมั่วสุมโดยชุมนุมสาธารณะบริเวณ สน.ประชาชื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวพริษฐ์และภานุพงศ์ โดยในการชุมนุมดังกล่าวจําเลยทั้งห้ากับพวกมิได้แจ้งความประสงค์ที่จะจัดการชุมนุมสาธารณะต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง อีกทั้งไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ชุมนุมที่ต้องไม่ใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายผู้อื่น โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันใช้กําลังประทุษร้าย ชกต่อยร่างกาย ผู้เสียหายที่ 2 – ที่ 4 จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังฟกช้ำ ผู้เสียหายที่ 3 ใบหูฟกช้ำ ถลอกนิ้วก้อย จุดกดเจ็บบ่าซ้าย ผู้เสียหายที่ 4 ฟกช้ำเอว กดเจ็บไหล่ขวา ปรากฏตามรายงานการชันสูตรผู้ป่วยคดี และเป็นการมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายและทําให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
การกระทําของจําเลยตามคําฟ้อง อัยการถือว่า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 191, 215, 295, 296, 358 พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 6, 10, 14, 16
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.420/2564 ลงวันที่ 24 ก.พ. 2564)
สถานะ การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว หรือ ผลการพิพากษา
ชั้นสอบสวน
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ธวัช สุขประเสริฐ
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สมคิด โตสอย
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ศาลชั้นต้น
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ธวัช สุขประเสริฐ
ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สมคิด โตสอย
ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี
ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์