ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

ผู้กล่าวหา
  • ศรายุทธ สังวาลย์ทอง (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • ศรายุทธ สังวาลย์ทอง

ความสำคัญของคดี

สมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี อดีตการ์ดเสื้อแดง และการ์ดผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ถูกดำเนินคดี "หมิ่นประมาทกษัตริย์" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) โดยถูกศรายุทธ สังวาลย์ทอง ประชาชนเข้าแจ้งความกล่าวหาว่า ข้อความในเฟซบุ๊ก "สมบัติ ทองย้อย" ที่โพสต์ในเดือน ต.ค. และ พ.ย. 2563 รวม 3 ข้อความ เป็นการล้อเลียนและใส่ความรัชกาลที่ 10 ข้อความหนึ่งที่ถูกนำมาแจ้งความคือ “#กล้ามาก #เก่งมาก #ขอบใจนะ” ซึ่งเป็นข้อความที่ ร.10 กล่าวขอบใจชายที่ชูพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ในการชุมนุมของกลุ่ม "ราษฎร"

คดีนี้เป็นหนึ่งในหลายคดีที่ประชาชนซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีผู้อื่นในฐานความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งมีอัตราโทษสูง อันเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของมาตรา 112 จนประชาชนเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุ ประเทศไทยมีการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถูกระบุไว้ในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยมีกษัตริย์รัชกาลที่ 10 เป็นพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน และมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญฯ บัญญัติว่า ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหา หรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ ทั้งนี้ จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายรวม 2 กรรม กล่าวคือ

1. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563 เวลากลางวัน จําเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ด้วยการโพสต์ข้อความทั้งหมด 2 ข้อความ ได้แก่ “ฝ่ายความมั่นคงเข้าคุยกับนักศึกษา มธ. เผยมีบัณฑิต 1 คณะ ไม่ขอรับปริญญาทั้งคณะ” และ “#กล้ามาก #เก่งมาก #ขอบใจนะ” ผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี “สมบัติ ทองย้อย” ซึ่งมีการตั้งค่าการเข้าถึงเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยจําเลยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีต้องการที่จะให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่พบเห็นข้อความ เข้าใจว่ามีเจตนาพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นการจงใจเสียดสีพระมหากษัตริย์ จาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือกระทําให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

ทั้งนี้ เนื่องจากถ้อยคําหรือข้อความว่า #กล้ามาก #เก่งมาก #ขอบใจนะ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นถ้อยคำที่รัชกาลที่ 10 ทรงตรัสขอบใจในความกล้าของนายฐิติวัฒน์ ชนการุณย์ ซึ่งเป็นผู้ที่ถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 ที่ใส่ในกรอบขนาดใหญ่ ยกไว้เหนือศีรษะ หันไปทางด้านกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อต่อต้านกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ชุมนุมบริเวณห้างสรรพสินค้าเซนทรัล ปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563

2. เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลากลางวัน จําเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ด้วยการโพสต์ข้อความว่า “เขาให้ลดงบประมาณที่เอาไปใช้จ่าย ไม่ใช่ลดตัวลงมาใกล้ชิดประชาชน เข้าใจอะไรผิดไหม เรื่องการลดตัวลงมาแนบสนิทชิดใกล้ประชาชนแบบที่เห็น แสดงให้เห็นว่ารู้ตัวสินะว่าคนเขาไม่เอาเลยต้องลงมาทําขนาดนี้ ถ้าจริงใจต้องทํามานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทําเพื่อเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมา แต่น่าจะช้าไปแล้วจริง ๆ ละครหลังข่าวชัด ๆ” และข้อความว่า “มีแจกลายเซ็นต์ด้วยเซเลปชัด ๆ” ลงในเฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี “สมบัติ ทองย้อย” ซึ่งมีการตั้งค่าเป็นสาธารณะ

การโพสต์ดังกล่าวของจำเลยเป็นไปโดยมุ่งหมายให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า สถาบันกษัตริย์ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมากเกินความจำเป็น และการใกลชิดกับประชาชนก็เป็นการเสแสร้ง ไม่จริงใจต่อประชาชน เป็นการแสดงละครเพื่อให้ประชาชนรักสถาบันกษัตริย์ อันเป็นความเท็จและเป็นการใส่ความพระมหากษัตริย์

การโพสต์ข้อความทั้งหมดถือเป็นการล้อเลียนหรือใส่ความพระมหากษัตริย์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทําให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติ ทั้งเป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ โดยมีเจตนาทําลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดและต่อต้านสถาบันกษัตริย์

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ อ.949/2564 ลงวันที่ 19 พ.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 10.00 น. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ สมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ดเสื้อแดง และการ์ดของผู้ชุมนุมคณะราษฎร เดินทางเข้ารับทราบ 2 ข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกที่เขาเพิ่งได้รับก่อนหน้านี้ 1 วัน ข้อหา “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์” หรือมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 กรณีโพสต์ข้อความ 3 ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีผู้ตีความว่า ล้อเลียนพระราชดำรัสและการเสด็จเยี่ยมประชาชนของรัชกาลที่ 10

    คดีนี้มีผู้กล่าวหา คือ ศรายุทธ สังวาลย์ทอง ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาเอกชัย หงส์กังวาน, “ฟรานซิส” บุญเกื้อหนุน เป้าทอง และ “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ ในคดีมาตรา 110 “ร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี” ด้วย

    พ.ต.ท.ประจํา หนุนนาค รองผู้กํากับการ (สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ และ พ.ต.ต.คณศร นักเรียน สารวัตร (สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นคณะพนักงานสอบสวนตามคําสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2563 ได้เป็นผู้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อสมบัติ โดยบรรยายพฤติการณ์คดีโดยสรุป ดังนี้

    เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2563 ขณะที่ศรายุทธ สังวาลย์ทอง กำลังนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านอาหารละแวกสาธรได้เปิดเฟซบุ๊กของตนเองและเข้าไปดูบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “สมบัติ ทองย้อย” ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะ และพบว่าโพสต์ข้อความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ได้แก่

    1. วันที่ 30 ต.ค. 2563 โพสต์ว่า “#กล้ามาก #เก่งมาก #ขอบใจนะ” ซึ่งข้อความดังกล่าวนั้น ในหลวงทรงตรัสกับผู้ที่ไปรอรับเสด็จ เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2563 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ศรายุทธเห็นว่า การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการจงใจล้อเลียนพระมหากษัตริย์
    2. วันที่ 2 พ.ย. 2563 โพสต์ว่า “เขาให้ลดงบประมาณที่เอาไปใช้จ่ายไม่ใช่ลดตัวลงมาใกล้ชิดประชาชน เข้าใจอะไรผิดไหม เรื่องการลดตัวลงมาแนบสนิท ชิดใกล้ประชาชนแบบที่เห็น แสดงให้เห็นว่า รู้ตัวสินะว่าคนเขาไม่เอา เลยต้องลงมาทําขนาดนี้ ถ้าจริงใจต้องทํามานานแล้วไม่ใช่เพิ่งมาทํา เพื่อเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมา แต่น่าจะช้าไปแล้วจริง ๆ ละครหลังข่าวชัดๆ” ซึ่งศรายุทธเห็นว่า ผู้โพสต์ตั้งใจสื่อถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะว่าในการเสด็จพระราชดําเนินนั้นประชาชนสามารถเข้าไปใกล้ชิดและขอฉายพระรูปกับพระองค์ท่านได้
    3. วันที่ 2 พ.ย. 2563 โพสต์ว่า “มีแจกลายเซ็นด้วย เซเลปชัดๆ” ศรายุทธเห็นว่า เป็นข้อความจงใจหมายถึงพระมหากษัตริย์ เนื่องจากเวลาที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินนั้น ประชาชนจะนำพระบรมฉายาลักษณ์ไปให้พระองค์ทรงลงลายพระหัตถ์

    ศรายุทธเห็นว่าข้อความทั้งสามเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและเป็นการใส่ร้ายใส่ความต่อพระมหากษัตริย์ ทําให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อพระมหากษัตริย์ ทําให้เกิดความไม่สบายใจ

    ประกอบกับศรายุทธเป็นประชาชนผู้เทิดทูนและเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์จึงไม่สามารถทนต่อการกระทําของสมบัติ ทองย้อย ได้ และคิดว่าเป็นหน้าที่ของประชาชนผู้จงรักภักดีและเทิดทูนต่อสถาบัน จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดําเนินคดีในข้อหามาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

    นอกจากนี้ บันทึกแจ้งข้อกล่าวหายังได้ระบุอีกว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 1 มาตรา 2 และมาตรา 6

    ดังนั้น พสกนิกรและปวงชนชาวไทยจึงมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องไม่กระทําการใดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 50 (1) และ (6)

    เมื่อพิจารณาตามพฤติการณ์คดีดังกล่าวแล้ว พนักงานสอบสวนจึงแจ้ง 2 ข้อหาแก่สมบัติ ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

    สมบัติให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายใน 30 วัน พร้อมทั้งปฏิเสธลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากข้อเท็จจริงบางประการไม่ตรงกับความเป็นจริง

    หลังรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนไม่ได้ควบคุมตัวไว้ เนื่องจากมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก และนัดส่งสำนวนให้อัยการวันที่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 10.00 น.

    ++มาตรา 112 มีช่องโหว่ให้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดได้++

    สมบัติให้สัมภาษณ์หลังรับทราบข้อกล่าวหา ว่าไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าจะถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ตนเพิ่งได้รับหมายเรียกเย็นวานนี้ รู้สึกตกใจเล็กน้อยหลังได้รับหมายเรียก แต่เนื่องจากเคยถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองมาแล้ว จึงคิดไว้ว่าวันหนึ่งอาจถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้เช่นกัน

    เมื่อถามถึงความเห็นของการนำกฎหมายมาตรา 112 มาใช้อย่างกว้างขวาง หลังไม่มีการดำเนินคดีมาตรา 112 มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี สมบัติให้ความเห็นว่าการใช้กฎหมายมาตรา 112 เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะคนถูกดำเนินคดีนี้มักถูกกล่าวหาจากผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่กลับมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ดังนั้นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ควรรณรงค์ยกเลิกกฎหมายมาตรานี้

    นอกจากคดีนี้ หลังการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 สมบัติ ทองย้อย ถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องทางการเมืองก่อนหน้านี้ 2 คดี โดยเป็นคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุม #15ตุลาไปราชประสงค์ และการชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ทุ่งมหาเมฆ ลงวันที่ 15 ธ.ค. 2563 และ https://tlhr2014.com/archives/24016)
  • พนักงานสอบสวนส่งหนังสือเลื่อนนัดหมายส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนต่อพนักงานอัยการไปเป็นวันที่ 4 ก.พ. 2564 เวลา 09.30 น.
  • พนักงานสอบสวนขอเลื่อนส่งตัวอัยการไปเป็นวันที่ 15 ก.พ. 2564
  • คณะพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนการสอบสวน โดยมีความเห็น ควรสั่งฟ้อง และส่งตัว สมบัติ ทองย้อย ผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งวันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 10.00 น.
  • อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 22 เม.ย. 2564 เวลา 10.00น.
  • อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 10.00น.
  • เวลา 10.00 น. พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ดเสื้อแดงวัย 52 ปี ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ กล่าวหาว่ากระทำผิด 2 ข้อหา ได้แก่ หมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14

    หลังศาลรับฟ้องคดี สมบัติถูกส่งตัวต่อไปยังห้องเวรชี้ระหว่างรอให้ทนายยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 200,000 บาท ทั้งนี้ ท้ายคำฟ้องที่ยื่นต่อศาล อัยการไม่ได้คัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด

    ต่อมาในเวลาราวบ่ายสามโมง อาคม นิตยากรณ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณาคดี ตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไข ห้ามจำเลยกระทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่จะกระทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องในคดีนี้ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และให้มาตามกำหนดนัดของศาลหรือคำสั่งศาลโดยเคร่งครัด และได้กำหนดนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานสำหรับคดีนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เวลา 9.00 น.

    สำหรับคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวสมบัติ ระบุเหตุผลว่า พฤติการณ์ในคดีนับแต่ที่จำเลยถูกกล่าวหา จำเลยได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกโดยตลอด ไม่เคยหลบหนี ทั้งยังได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดหมาย และนับแต่ที่จำเลยถูกดำเนินคดี ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องเป็นคดี แสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยประสงค์ยืนยันในความบริสุทธิ์ พร้อมจะต่อสู้คดีตามกฎหมาย ไม่คิดจะหลบหนี

    ปัจจุบัน จำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในจังหวัดสมุทรปราการและประกอบอาชีพสุจริต ไม่ได้มีอิทธิพลหรือความสามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ และพยานหลักฐานในคดีล้วนอยู่ในความครอบครองของโจทก์แล้วทั้งสิ้น หากจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวย่อมไม่อาจก่ออุปสรรคหรือก่อความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล หรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นได้อย่างแน่นอน

    จำเลยยืนยันในคำร้องว่า หากได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จะไม่ทำกิจกรรมที่จะกระทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ หรือหากศาลเห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขใดที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จำเลยยินดีจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลทุกประการ โดยมีบุคคลที่จะให้การกำกับดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามคำสั่งของศาลได้แก่ มารดาของจำเลย และนายแพทย์ ทศพร เสรีรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา

    จำเลยยังอ้างถึงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการคดีในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา โดยขยายโอกาสในการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว รวมทั้งอ้างถึงเสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำทั่วประเทศ ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อขณะปัจจุบันทั้งสิ้น 9,783 คน และเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีจำนวนผู้ป่วย ทั้งสิ้น 1,960 คน จากผู้ต้องขังทั้งหมด 3,023 คน

    ทั้งนี้ หากจำเลยไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจะทำให้จำเลยมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อโควิด-19 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาดและมีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก

    (อ้างอิง: คำฟ้องและคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ อ.949/2564 ลงวันที่ 19 พ.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/29855)
  • ศาลแจ้งก่อนวันนัดเลื่อนนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานไปเป็นวันที่ 27 ก.ย. 2564 เวลา 9.00 น. เนื่องจากสถานการณ์โควิด

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
นายสมบัติ ทองย้อย

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
นายสมบัติ ทองย้อย

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์