สรุปความสำคัญ

พรพิมล (สงวนนามสกุล) แม่ค้าขายของออนไลน์ อายุ 22 ปี ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหา "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) โดยถูกกล่าวหาว่า โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 มีเนื้อหาใส่ความรัชกาลที่ 10 คดีนี้มีทีฆทัศน์ ประชาชนทั่วไป เข้าแจ้งความ

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่นโดยเฉพาะผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง

ข้อมูลการละเมิด

  • ผู้ถูกละเมิด
    • พรพิมล (สงวนนามสกุล)
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • จับกุม / ควบคุมตัว
    • บุกค้น / ยึดทรัพย์สิน
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ

พฤติการณ์การละเมิด

31 มี.ค. 2564 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก สภ.ช้างเผือก ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวน 5-6 นาย และมีตำรวจหญิงร่วมด้วย นำโดย ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ เครืองทอง รองสารวัตรสืบสวน สภ.ช้างเผือก เข้าจับกุม “พรพิมล” (สงวนนามสกุล) แม่ค้าขายของออนไลน์ อายุ 22 ปี จากหอพักในจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ 75/2564 ลงวันที่ 8 ก.พ. 2564 ในข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ”

เจ้าหน้าที่ยังแสดงหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ 85/2564 ลงวันที่ 31 มี.ค. 2564 เพื่อเข้าตรวจค้นห้องพัก และได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอแพดของพรพิมลไว้ด้วย

จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวพรพิมลไปยัง สภ.ช้างเผือก เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ทนายความติตดามไปพบ จึงได้เข้าร่วมกระบวนการด้วย

เมื่อทนายความสอบถามถึงการตรวจยึดและเข้าถึงโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอแพดของพรพิมลว่า ตำรวจได้ขอคำสั่งศาลเพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่ ชุดจับกุมระบุว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการยึดอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ แต่การเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องต้องเป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวนต่อไป ชุดจับกุมจึงได้นำอุปกรณ์ดังกล่าวไปใส่ถุงซิปล็อคเพื่อมอบให้พนักงานสอบสวน

หลังจัดทำบันทึกจับกุมและให้พรพิมลลงลายมือชื่อแล้ว เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ส่งตัวพรพิมลให้กับ พ.ต.ต.ภัทรภพ ถนอมกุลกาญจน์ พนักงานสอบสวน ดำเนินการต่อไป โดยพนักงานสอบสวนระบุว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนในวันรุ่งขึ้น และจะต้องนำตัวไปขออำนาจศาลในการฝากขัง

พรพิมลจึงถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของ สภ.ช้างเผือก ตามอำนาจการควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ยังระบุเหตุที่ยังไม่เริ่มแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนทันที เนื่องจากเห็นว่าพรพิมลยังคงมีอาการสับสนและตื่นตกใจ จึงอยากให้ทนายความได้พูดคุยให้คำปรึกษาก่อน

เช้าวันที่ 1 เม.ย. 2564 พนักงานสอบสวนแจ้ง 2 ข้อกล่าวหากับพรพิมล คือ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) โดยมีทนายความร่วมรับฟังอยู่ด้วย

เจ้าหน้าที่ระบุพฤติการณ์ข้อกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 17.30 น. ขณะทีฆทัศน์ (ผู้กล่าวหาประสงค์ไม่เปิดเผยนามสกุล) ใช้โทรศัพท์มือถือเปิดใช้งานเฟซบุ๊ก พบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความใส่ความในหลวงรัชกาลที่ 10 ต่อบุคคลที่สามเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 โดยประการที่น่าจะทำให้ทรงเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และมีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ อีกด้วย

พรพิมลได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยได้ให้การในรายละเอียดทางคดีว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊กที่ถูกกล่าวหา อีกทั้งยังได้ยินยอมให้เข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรศัพท์มือถือและไอแพด ที่ถูกยึดไว้โดยตำรวจตั้งแต่วานนี้ เพื่อยืนยันว่า เธอไม่ได้ใช้เฟซบุ๊กตามที่ถูกกล่าวหา และจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือ

ระหว่างที่ทำการสอบสวน พนักงานสอบสวนได้ให้ตำรวจ สภ.ช้างเผือก อีกนายหนึ่ง ไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังศาลจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่ทนายความก็ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อคัดค้านการฝากขังของพนักงานสอบสวน และขอให้มีการไต่สวนถึงเหตุจำเป็นในการฝากขังของพนักงานสอบสวน

หลังการไต่สวน ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ให้เหตุผลโดยสรุปว่า ตามกฎหมายเหตุที่จะออกหมายขังมี 2 เหตุด้วยกัน คือ 1. อัตราโทษสูงเกิน 10 ปี และ 2. ผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งหากเข้าเงื่อนไขเหตุใดเหตุหนึ่งก็ได้ ปรากฏตามคำร้องของพนักงานสอบสวนว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูงเกิน 10 ปี แม้พนักงานสอบสวนตอบทนายความถามค้านว่าผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้

เวลาประมาณ 17.00 น. ทีมทนายความและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เดินทางมาเป็นนายประกันในคดีนี้ก็ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาด้วยเงินสดจำนวน 300,000 บาท โดยเป็นหลักทรัพย์จากทางกองทุนดา ตอร์ปิโด

ต่อมา เวลาประมาณ 17.30 น. รัตน์ จ๋วงพานิช ผู้พิพากษา มีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว โดยระบุว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาประกอบกับข้อความที่ผู้ต้องหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาจจะกระทำในลักษณะเดียวกันอีก เกรงว่าจะหลบหนี ยากแก่การติดตามตัว จึงให้ยกคำร้อง”

การไม่ได้ประกันตัวของพรพิมลทำให้เธอถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่

(อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สภ.ช้างเผือก ลงวันที่ 31 ม.ค. 2564, บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สภ.ช้างเผือก ลงวันที่ 1 เม.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/27852)

ภูมิหลัง

  • พรพิมล (สงวนนามสกุล)
    ประกอบอาชีพค้าขายออนไลน์

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์