ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • แจ้งโดยประชาชนทั่วไป
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.547/64

ผู้กล่าวหา
  • เจษฎา ทันแก้ว อดีตการ์ดกลุ่ม กปปส. (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • แจ้งโดยประชาชนทั่วไป
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.547/64
ผู้กล่าวหา
  • เจษฎา ทันแก้ว อดีตการ์ดกลุ่ม กปปส.

ความสำคัญของคดี

พรชัย (สงวนนามสกุล) หนุ่มปกาเกอะญอชาวแม่ฮ่องสอน วัย 37 ปี ถูกจับกุมจากที่พักใน จ.นนทบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) หลังถูกเจษฎา ทันแก้ว อดีตการ์ดกลุ่ม กปปส.เข้าแจ้งความ กล่าวหาว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความและรูปภาพพาดพิงกษัตริย์ลงในเฟซบุ๊กรวม 4 โพสต์ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2563

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ยังค้นห้องพักและยึดโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีหมายค้น ทำให้พรชัยไม่สามารถติดต่อทนายความหรือผู้ไว้วางใจได้ พรชัยยังถูกนำตัวไปยัง สภ.รัตนาธิเบศร์ และ บก.ตชด.ภาค 1 ก่อนจะนำตัวกลับมาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ทำให้ทนายความซึ่งติดตามไปไม่พบตัวพรชัยและเสี่ยงต่อการถูกอุ้มหาย ทั้งยังไม่มีทนายความเข้าร่วมในชั้นสอบสวนซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ เจ้าของคดีดำเนินการที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

ในชั้นฝากขัง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ไม่อนุญาตให้ประกัน ก่อนศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ประกัน ทำให้พรชัยได้รับการปล่อยตัวหลังถูกคุมขังในเรือนจำ 44 วัน และพบว่าเขาติดเชื้อโควิด-19 จากเรือนจำกลางเชียงใหม่

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

เลิศศักดิ์ เลิศสิทธิ์สมบูรณ์ พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายคำฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยได้กระทำผิดรวม 4 กรรม กล่าวคือ

ขณะเกิดเหตุประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 2 บัญญัติว่า “ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” มาตรา 3 บัญญัติว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ” และมาตรา 6 บัญญัติว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้”

เมื่อวันที่ 18 ต.ค., 2 พ.ย. และ 18 พ.ย. 2563 ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ด้วยการใช้อุปกรณ์ใดไม่ปรากฏชัด พิมพ์ข้อความและลงรูปภาพในเฟซบุ๊กที่ปรากฏเป็นรูปภาพจำเลย พาดพิงกษัตริย์และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวม 4 ครั้ง ซึ่งข้อความดังกล่าวมีความหมายตรงตัวอักษร เป็นคำด่าและเปรียบเทียบ ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจทันทีว่าสื่อถึงพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบันที่ไม่วางพระองค์เป็นกลาง และไม่ได้ใช้พระราชอำนาจผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยทรงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ การเมือง และการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย

ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ เป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ใส่ความ หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยจำเลยมีเจตนาให้ประชาชนเกิดความแตกแยก เคลือบแคลงสงสัยในพระมหากษัตริย์ และระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และออกมาร่วมชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก เพื่อประท้วงก่อความไม่สงบในบ้านเมือง อันเป็นการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ และเป็นการกระทำอันมิใช่ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และทำให้ประชาชาติไม่เป็นปึกแผ่น อันกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ คดีหมายเลขดำที่ อ. 547/2564 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • ประมาณ 07.00 น. พรชัย (สงวนนามสกุล) ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบกว่า 10 นาย เข้าจับกุมบริเวณหอพักย่านรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่นายหนึ่งแสดงบัตรประจำตัวพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 8 มี.ค. 2564 ซึ่งผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ร้องขอออกหมายจับ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และศักดิ์ฤทธิ์ งามมิตรสมบูรณ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้อนุมัติหมายจับ

    หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของพรชัยไป ทำให้เขาไม่สามารถติดต่อทนายความและผู้ไว้วางใจได้ ก่อนนำตัวไปตรวจค้นห้องพัก ยึดเสื้อผ้าและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กเพิ่มเติม โดยถ่ายภาพการค้นห้องพักและสิ่งของที่ถูกยึดไว้ด้วย พรชัยระบุว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้แสดงหมายค้น และไม่ได้มีหมายสำหรับการตรวจยึดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ

    จากนั้นพรชัยถูกนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ก่อนถูกนำตัวไปยังกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภาค 1) จังหวัดปทุมธานี ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจท้องที่ที่จับกุม หรือสถานีตำรวจเจ้าของคดี แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ กับพรชัยขณะอยู่ที่ บก.ตชด.ภาค 1

    จนในช่วงเวลาประมาณ 16.10 น. พรชัยจึงถูกนำตัวกลับมาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ พรชัยให้ข้อมูลว่าเขาถูกสอบสวนโดยตำรวจจากหลายสถานี อาทิ สน.ปทุมวัน, สน.พหลโยธิน และ สภ.บันนังสตา โดยไม่มีทนายความเข้าร่วมด้วย

    ต่อมามีการประสานงานให้ตำรวจ สภ.แม่โจ้ ซึ่งเป็นเจ้าของคดี เดินทางมารับตัวพรชัย โดยตำรวจระบุว่าจะนำตัวเดินทางโดยรถ

    ทั้งนี้ บันทึกการจับกุม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ที่ทำการจับกุมพรชัย เป็นตำรวจจาก กก.3 บก.ส.1 บช.ส. นำโดย พ.ต.อ.ศราวุธ วินัยประเสริฐ และตำรวจจาก กก.1 บก.ส.1 บช.ส. นำโดย พ.ต.ต.ระบิล สังคหะ และยังมีเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของทหาร 1 นาย ชื่อ พ.ต.ปรเมษฐ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา จาก ผบ.ขกท.ศปภ.ทภ 1 โดยชั้นจับกุมพรชัยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และไม่ยินยอมลงชื่อในท้ายบันทึกการจับกุม

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สภ.รัตนาธิเบศร์ ลงวันที่ 10 มี.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26855)
  • ช่วงเช้า ทนายเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เดินทางติดตามไปที่ สภ.แม่โจ้ ก่อนพบว่าพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ ได้ไปแจ้งข้อกล่าวหา และสอบปากคำพรชัยที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ตั้งแต่ราว 02.00 น. แล้ว โดยไม่มีการประสานให้ทนายความเข้าร่วม เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

    ต่อมา ทนายยืนยันขอรอพบผู้ต้องหาที่ สภ.แม่โจ้ เพื่อเซ็นเอกสารแต่งตั้งทนายความ รอจนถึงเวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจจึงได้นำตัวพรชัยมาถึงสถานีตำรวจ ก่อนจะได้พบทนายความชั่วครู่หนึ่ง

    จากนั้นได้มีการนำบันทึกการจับกุม บันทึกสอบปากคำ และบันทึกการตรวจยึดทรัพย์สิน มาสอบถามพรชัยและทนายความอีกครั้งว่า พรชัยจะลงชื่อในเอกสารดังกล่าวหรือไม่ พรชัยยืนยันว่าไม่ขอลงชื่อ เนื่องจากระบุข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงหลายส่วน อีกทั้งไม่มีทนายความร่วมอยู่ระหว่างการสอบปากคำและการตรวจยึดทรัพย์สินเหล่านั้น ก่อนที่พรชัยจะถูกนำตัวเข้าห้องคุมขัง

    ต่อมาเวลา 11.25 น. พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการขอฝากขังผู้ต้องหา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จาก สภ.แม่โจ้ ไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างเรื่องการต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 3 ปาก และรอผลตรวจสอบประวัติอาชญากร

    คำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ ระบุพฤติการณ์ในคดีนี้ไว้ว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2563 ผู้กล่าวหาคดีนี้ ได้พบการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในวันที่ 18 พ.ย. 2563 โดยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์รัชกาลที่ 10 รัฐบาลประยุทธ์ และรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ

    ผู้กล่าวหาอ้างว่าเมื่อพิจารณาเนื้อหาข้อความแล้ว ถือเป็นการด่า ดูถูกเหยียดหยาม และสบประมาท พระมหากษัตริย์และเป็นการใส่ความหรือกล่าวหาพระมหากษัตริย์ ซึ่งเมื่อบุคคลทั่วไปได้ทราบหรือได้อ่านแล้ว ทำให้เข้าใจได้ว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนไม่ดี อาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนดูหมิ่นหรือเกลียดชังพระมหากษัตริย์ อันถือเป็นการจาบจ้วงล่วงเกิน หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงประชาชนคนไทย

    ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาผัดแรก ระยะเวลา 12 วัน จากนั้นตำรวจ สภ.แม่โจ้ ได้นำตัวพรชัยไปที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ที่อำเภอแม่แตงทันที โดยนำตัวออกจากประตูหลังสถานีตำรวจ และนำตัวขึ้นรถตู้ตำรวจไป

    เวลา 13.30 น. นายประกันได้ยื่นหลักทรัพย์จากกองทุนดาตอร์ปิโด ในวงเงิน 150,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา จนเวลา 14.50 น. ภิญโญ โมกขมรรคกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว โดยระบุว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา ข้อความที่ผู้ต้องหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และพฤติการณ์แห่งคดี ถือเป็นเรื่องร้ายแรง พนักงานสอบสวนได้คัดค้าน หากปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาอาจไปกระทำในลักษณะเดียวกันนี้อีก เกรงว่าจะหลบหนียากแก่การติดตามตัวมาศาล

    ทำให้พรชัยถูกคุมขังที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2564

    (อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 11 มี.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26855)
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เดินทางเข้าไปพบพรชัยที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยได้แสดงคำสั่งศาลเพื่อขอเข้าถึงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่องของพรชัย ที่ตรวจยึดจากที่พักในวันเข้าจับกุม พรชัยให้ความยินยอมเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องตามคำสั่งของศาล

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/26968)
  • พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังพรชัยครั้งที่ 3 อีก 12 วัน ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังครั้งที่ 3 โดยขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพนักงานสอบสวนมาไต่สวน และเบิกตัวพรชัยไปศาล โดยศาลมีคำสั่งให้ไต่สวนผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในช่วงบ่าย ระบุว่าเป็นมาตรการในภาวะโควิด-19

    ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่พรชัยถูกจับเป็นต้นมา ทีมทนายยังไม่เคยได้ให้คำปรึกษาเขาแบบ “ตัวต่อตัว” ตามสิทธิของผู้ต้องหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในแต่ละครั้งที่ให้คำปรึกษาจะใช้วิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือใช้วิธีคุยผ่านเครื่องโทรศัพท์ในเรือนจำเท่านั้น ซึ่งเป็นไปได้ยากในการพูดคุยและสื่อสารให้เข้าใจได้ทั้งหมดในกระบวนการทางกฎหมาย รวมทั้งการพิจารณาเอกสารในคดีต่างๆ

    ในครั้งนี้ทนายความจึงได้ยื่นคำร้องต่อทางผู้บัญชาการเรือนจำ ขอเข้าให้คำปรึกษาลูกความขณะที่ศาลไต่สวนการคัดค้านการฝากขังครั้งที่ 3 นี้ด้วย แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำแจ้งเพียงว่า “เดี๋ยวรับเอกสารไว้ให้” แต่รอคำสั่งถึงเวลา 14.20 น. สุดท้ายก็ไม่สามารถเข้าให้คำปรึกษาลูกความตามกระบวนการได้

    ในการไต่สวนของศาล พนักงานสอบสวนได้อ้างเหตุว่า “การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นและยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ” และทีมทนายได้คัดค้าน โดยยืนยันว่า “ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ต่อสู้ขัดขวางหรือกระทำการอื่นที่เป็นการยุ่งเหยิงเกี่ยวกับพยานหลักฐาน” แต่ศาลเห็นว่า ข้อคัดค้านนี้ และข้อคัดค้านอื่นๆ ของผู้ต้องหาล้วนเป็นข้อต่อสู้ในคดีของผู้ต้องหา ข้อคัดค้านจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะคัดค้านการฝากขังของพนักงานสอบสวนได้ ในช่วงเย็น ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตฝากขังพรชัยอีก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 เม.ย. 2564 ตามคำขอของพนักงานสอบสวน

    หลังจากฟังคำสั่งของศาลแล้ว ทีมทนายความได้เตรียมการสำหรับการยื่นขอประกันตัวพรชัยอีกครั้ง โดยได้ติดต่อประสานงานกับนายประกันที่เป็นชาติพันธุ์เช่นเดียวกับพรชัย เพื่อใช้ตำแหน่งทางการเมืองในการขอประกันอีกครั้ง

    “ผมยังยึดมั่นในอุดมการณ์นะ คุกขังอุดมการณ์ของผมไม่ได้” พรชัยกล่าวกับทนายความ ในวันที่ 23 ของการถูกจองจำที่เรือนจำกลางเชียงใหม่

    (อ้างอิง: คำร้องคัดค้านการฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 3 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 2 เม.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/27938)
  • ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพรชัยเป็นครั้งที่ 2 โดยใช้ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล โดยในช่วงเช้าทนายความและมานพเข้าเยี่ยมพรชัยที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ และนำเอกสารการยื่นประกันตัวให้พรชัยเซ็น กระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากทนายความและผู้ต้องหาถูกคั่นด้วยห้องกระจกและสื่อสารกันได้ผ่านทางโทรศัพท์เสียงอู้อี้ของเรือนจำเท่านั้น

    จากนั้น มานพจึงมีโอกาสสนทนากับพรชัย ทั้งสองต่างเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงสื่อสารกันด้วยภาษาถิ่นของตน พรชัยกล่าวว่าเขาดีใจมากที่ได้ยินภาษาถิ่นที่ไม่ได้ยินมากว่า 20 ปี เนื่องจากเขาออกจากบ้านเกิดที่แม่ฮ่องสอนมาเผชิญชีวิตในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจากกัน พรชัยยังฝากข้อความว่า “ฝากถึงราษฎรทุกท่าน ขอให้ผลักดัน 3 ข้อเรียกร้องกันต่อ ช่วยกันกระจายความจริง อย่าให้ความกลัวจำกัดเรา ให้คำนึงถึงสิทธิของตัวเอง ยืนยันในสิทธิเสรีภาพ ร่วมกันสร้างสังคมให้มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด ช่วยกันแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหม่”

    ด้านมานพให้ความเห็นต่อกรณีของพรชัยว่า “ต้องยืนยันสิทธิที่จะได้รับการประกันตัว (ระหว่างต่อสู้คดี)” เขาย้ำว่าผู้ต้องหาต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีความผิด จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

    จากนั้นในช่วงบ่าย ทนายความได้เดินไปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพรชัยที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ และขอให้ศาลมีคําสั่งไต่สวนประกอบคําร้อง โดยเรียกพนักงานสอบสวนและเบิกตัวผู้ต้องหามาไต่สวนที่ศาล

    คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระบุว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2564 ทนายความผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขอฝากขังครั้งที่ 3 ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว และการสอบสวนพยานเพิ่มเติมก็เป็นขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานสอบสวนทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ด้วยแต่อย่างใด

    อีกทั้งผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี เมื่อถูกจับกุมก็ให้ความร่วมมือในการตรวจยึดพยานหลักฐานต่างๆ โดยดี ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน และเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่ได้มีอิทธิพลหรือความสามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ หากยังคงควบคุมตัวไว้ย่อมสร้างภาระเกินจำเป็นและเป็นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาเกินไปกว่าพฤติการณ์อันสมควร ซึ่งจะทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่

    นอกจากนั้นผู้ต้องหายังคงเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ไม่ว่าความผิดนั้นจะมีอัตราโทษเพียงใดก็สมควรได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เมื่อยังมิได้ผ่านการพิจารณาพิพากษาของศาลว่าเป็นความผิดหรือไม่ การถูกฟ้องคดีในฐานความผิดที่มีอัตราโทษสูง ไม่อาจเป็นเหตุผลเบ็ดเสร็จเพียงพอในการตัดสินว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำผิดในทันที โดยที่ศาลยังมิทันได้พิจารณาพยานหลักฐาน ย่อมมิอาจจะสันนิษฐานไปก่อนว่าผู้ต้องหาจะมีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี หรือเป็นอุปสรรค หรือก่อให้เกิดให้ความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน

    กระทั่งเวลา 17.00 น. รัตน์ จ๋วงพานิช ผู้พิพากษา มีสั่งยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุว่า “พิเคราะห์ตามคำร้อง ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่มีเหตุเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวน ยกคำร้อง”

    พรชัยซึ่งถูกควบคุมตัวมาแล้ว 27 วัน จึงยังถูกคุมขังต่อไป

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/27998)
  • ทนายความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวพรชัยเมื่อวันที่ 11 มี.ค. และ 5 เม.ย. 2564 ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีเนื้อหาโดยสรุปคือ

    1.ผู้ต้องหาประกอบอาชีพค้าขายโทรศัพท์มือถือ ต้องให้บริการลูกค้าจำนวนมาก หากไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็จะทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ เนื่องจากต้องสูญเสียลูกค้าและโอกาสทางธุรกิจ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในการประกอบอาชีพของผู้ต้องหาอย่างร้ายแรง

    2. ในคดีอาญานั้นตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศ ต่างรับรองว่าบุคคลย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด และจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ในคดีนี้ ผู้ต้องหาเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด สมควรมีโอกาสได้พิสูจน์ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การที่ผู้ต้องหาถูกคุมขังระหว่างการสอบสวนตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2564 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เสมือนว่าผู้ต้องหาต้องได้รับโทษทางอาญาก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

    การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา โดยอ้างว่าหากปล่อยชั่วคราวอาจไปกระทำในลักษณะเดียวกันนี้อีก เกรงว่าจะหลบหนียากแก่การติดตามตัวมาศาล ทั้งที่ยังมิได้พิสูจน์ว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองจริงหรือไม่ ดังนั้น คำสั่งดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยทำนองว่า ผู้ต้องหาได้เป็นผู้กระทำความผิดแล้ว ย่อมถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 29

    3. การไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวทำให้ผู้ต้องหาต้องเสียโอกาสที่จะแสวงหาพยานหลักฐาน เพื่อต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากคดีนี้มีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ต้องหาจะต้องร่วมมือกับทนายความ เพื่อตระเตรียมข้อเท็จจริงในการนำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณา แต่จากสถานที่คุมขังขาดความสะดวกอย่างยิ่งในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะเรือนจำฯ มีข้อห้ามมิให้ผู้ใดนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในพื้นที่เยี่ยม และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของเรือนจำในปัจจุบัน ทำให้ผู้ต้องหาปรึกษาคดีกับทนายความได้อย่างยากลำบาก

    4. การถูกคุมขังระหว่างการสอบสวนตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2564 ทำให้โรคประจำตัวของผู้ต้องหามีอาการแย่ลงเนื่องจากสถานที่คุมขัง มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม อีกทั้งโรคประจำตัวของผู้ต้องหานั้นต้องได้รับการดูแลรักษาต่ออย่างเนื่อง

    5. คำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งระบุว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา ข้อความที่ผู้ต้องหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และพฤติการณ์แห่งคดีถือเป็นเรื่องร้ายแรง..” นั้น คลาดเคลื่อนต่อหลักการวินิจฉัยสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 และคลาดเคลื่อนต่อหลักการควบคุมตัวตามจำเป็นแห่งพฤติการณ์คดี และหลักการสั่งไม่ปล่อยชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และ 108/1

    การอ้างความร้ายแรงของพฤติการณ์แห่งคดีมาเป็นเหตุเพื่อไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวจึงเป็นเสมือนการวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนไปเสียแล้ว โดยที่ยังมิได้มีการสืบพยานหรือรับฟังข้อต่อสู้ของผู้ต้องหาอย่างเต็มที่

    6. ในการฝากขังครั้งที่ 3 พนักงานสอบสวนมิได้มีการคัดค้านการประกันตัว ทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงจากการที่ศาลเรียกพนักงานสอบสวนมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงเหตุจำเป็นในการฝากขังว่ามีเพียงกระบวนการรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ รอผลการตรวจพิสูจน์โทรศัพท์ของผู้ต้องหาซึ่งทำการตรวจเสร็จแล้ว และสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติมอีกเพียง 2 ปาก ก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน ไม่จำเป็นต้องมีผู้ต้องหาอยู่ด้วย

    นอกจากนั้นการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2564 แล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า “พิเคราะห์ตามคำร้อง ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่มีเหตุเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวน ยกคำร้อง” ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในสำนวนคดีที่ต่างไปจากการขอฝากขังครั้งที่ 1 ซึ่งผู้ต้องหาได้อ้างเหตุจำเป็นเพิ่มเติมไว้ในคำร้องประกอบคำร้องไว้แล้ว แต่ศาลชั้นต้นกลับไม่ได้พิจารณาเหตุจำเป็นเพิ่มเติมของผู้ต้องหานั้นไม่เป็นธรรมต่อผู้ต้องหาอย่างยิ่ง

    (อ้างอิง: คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 21 เม.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/28655)
  • เวลาประมาณ 15.10 น. ศาลจังหวัดเชียงใหม่อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้ประกันตัวพรชัย ระบุว่า “พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้คดีที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาจะมีอัตราโทษสูง แต่ปรากฏจากบันทึกการจับกุมว่า ผู้ต้องหาถูกจับที่หน้าคอนโดมิเนียมที่พักอาศัย มิได้มีพฤติการณ์หลบหนี จากเหตุผลในการขอฝากขังครั้งที่ 4 เนื่องจากรอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา และรอสอบผู้ใหญ่บ้านถึงความรู้สึกต่อข้อความตามที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น การปล่อยตัวชั่วคราวจึงไม่เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ผู้ต้องหาถูกขังมาตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2564 พิจารณาแล้วคดีนี้ไม่มีเหตุอันสมควรเชื่อตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน ตีวงเงินประกัน 150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป”

    ทั้งนี้ เนื่องจากศาลมีคำสั่งในช่วงเย็นแล้ว ทำให้อยู่ระหว่างการประสานงานนายประกัน และจัดเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัว รวมทั้งให้ผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังอยู่เซ็นเอกสารประกอบคำร้องขอประกันตัว ทำให้ทนายความจะเข้ายื่นหลักประกันใหม่ในวันที่ 23 เม.ย. 2564

    (อ้างอิง: คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/28655)
  • ทนายความพร้อมนายประกัน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก “กองทุนดา ตอร์ปิโด” ได้นำหลักทรัพย์จากกองทุน เข้ายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพรชัยที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่

    ต่อมาในช่วงบ่าย ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 150,000 บาท พร้อมนัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ค. 2564

    จนเวลาประมาณ 20.20 น. พรชัยได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยไม่ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าอายัดตัวไปดำเนินคดีอื่นต่อ หลังจากก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าอาจมีการอายัดตัวเขาหลังได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากมีคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บันนังสตา จังหวัดยะลา เคยเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาเขาไว้ในช่วงที่ถูกคุมขังอยู่

    รวมระยะเวลาที่พรชัยถูกคุมขังในเรือนจำมาทั้งหมด 44 วัน

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/28655)
  • ทนายความยื่นคำร้องขอให้นายประกันและทนายความรายงานตัวแทนผู้ต้องหาเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของดรคโควิด-19 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้รายงานตัวและทราบนัดทางโทรศัพท์ โดยให้นายประกันและทนายความไปทราบนัด ศาลนัดรายงานตัวอีกครั้งวันที่ 4 มิ.ย. 2564
  • เลิศศักดิ์ เลิศสิทธิ์สมบูรณ์ พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ยื่นฟ้องพรชัยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ “นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

    อัยการยังระบุในตอนท้ายคำฟ้องว่า หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร เกรงว่าจำเลยจะหลบหนีและไปก่อคดีเช่นเดียวกับคดีนี้ซ้ำอีก

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ คดีหมายเลขดำที่ อ. 547/2564 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/39747)
  • ทนายความยื่นคำร้องขอให้นายประกันและทนายความรายงานตัวแทนผู้ต้องหาเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผู้ต้องหาเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงเนื่องจากใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้รายงานตัวและทราบนัดทางโทรศัพท์ โดยให้นายประกันและทนายความไปทราบนัด

    นายประกันและทนายความไปทราบนัดจึงทราบว่าพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องพรชัยเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.547/2564 โดยไม่มีตัวผู้ต้องหา โดยนัดพร้อมถามคำให้การผู้ต้องหาวันที่ 12 ก.ค. 2564
  • ทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม หากเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่จะต้องกักตัว 14 วันตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่

    ศาลมีคำสั่งอนุญาตเลื่อนนัดพร้อมถามคำให้การเป็นวันที่ 23 ส.ค. 2564
  • ทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม หากเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่จะต้องกักตัว 14 วันตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่

    ศาลมีคำสั่งอนุญาตเลื่อนนัดพร้อมถามคำให้การเป็นวันที่ 28 ต.ค. 2564
  • ทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม หากเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่จะต้องกักตัว 14 วันตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่

    ศาลมีคำสั่งอนุญาตเลื่อนนัดพร้อมถามคำให้การเป็นวันที่ 8 ธ.ค. 2564
  • พรชัยได้เข้ารายงานตัวต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อฟังคำสั่งฟ้อง เจ้าหน้าที่ศาลได้เรียกให้พรชัยเข้าไปอยู่รอในห้องขังใต้ศาล เพื่อสอบคำให้การและรอการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้พิพากษาได้สอบถามพรชัยผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์จอภาพว่าจะให้การรับสารภาพหรือต่อสู้คดี ซึ่งพรชัยให้การปฏิเสธ

    ในขณะเดียวกัน ทนายความและนายประกันได้ยื่นขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้วงเงินประกัน 150,000 บาท ซึ่งเป็นหลักประกันเดิมจากชั้นฝากขัง จากกองทุนดา ตอร์ปิโด และศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว นัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 18 ม.ค. 2565

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/39747)
  • พรชัยเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ หลังศาลอ่านและอธิบายฟ้อง รวมถึงอธิบายสิทธิของจำเลย พรชัยยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และประสงค์จะต่อสู้คดี โดยได้มีทนายความที่แต่งตั้งในคดีแล้ว ศาลกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 09.00 น.

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/39747)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
พรชัย (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
พรชัย (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์