ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ. 154/2565

ผู้กล่าวหา
  • สมาชิกตรีอภิสิทธิ์ ไชยทอง อส.อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ (ฝ่ายปกครอง)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ. 154/2565
ผู้กล่าวหา
  • สมาชิกตรีอภิสิทธิ์ ไชยทอง อส.อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

ความสำคัญของคดี

ชลสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) หนุ่มสวนยางชาวศรีสะเกษ ถูกสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) คนหมู่บ้านเดียวกันแจ้งความกล่าวหาว่าแชร์ภาพวาดล้อเลียน ร.10 ลงในสตอรี่เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.ขุนหาญ ได้ออกหมายเรียกชลสิทธิ์ไปรับทราบข้อกล่าวหา "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก่อนศาลให้ประกันตัวในชั้นฝากขังในวงเงินประกัน 2 แสนบาท ซึ่งชลสิทธิ์ต้องขอรับความช่วยเหลือเงินประกันจากกองทุนดา ตอร์ปิโด ภายหลังพนักงานสอบสวนยังแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพิ่มอีก ตามคำสั่งตำรวจภูธรภาค 3

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้เป็นผู้ร้องทุกข์ นอกจากนั้นข้อกล่าวหาดังกล่าวยังมีอัตราโทษที่สูง ทำให้ศาลเรียกหลักทรัพย์ประกันตัวในอัตราที่สูง ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

เทพยงค์ ยงกุล พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ บรรยายฟ้องมีใจความโดยสรุปว่า

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 จำเลยดูหมิ่น หมิ่นประมาท พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ด้วยการใช้เฟซบุ๊กชื่อ “XXX” โพสต์ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 โดยมีการแต่งเติมภาพในลักษณะล้อเลียน อันเป็นการดูถูก ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย เหยียดหยาม สบประมาท พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน และเป็นการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่ง ราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา โดยประการที่น่าจะทําให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง มีเจตนาเพื่อทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เป็นที่เคารพสักการะ

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ. 154/2565 ลงวันที่ 18 ม.ค. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 13.00 น. “โอม” ชลสิทธิ์ พร้อมครอบครัวและทนายความ เดินทางไปที่ สภ.ขุนหาญ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังถูกสมาชิกอาสารักษาดินแดนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาว่าแชร์ภาพวาดล้อเลียน ร.10 ลงในสตอรี่เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564

    บรรยากาศที่ สภ.ขุนหาญ มีประชาชนและนักกิจกรรมในจังหวัดศรีสะเกษร่วม 50 คนเดินทางมาให้กำลังใจโอมพร้อมมอบดอกกุหลาบ 112 ดอก แทนสัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ของการต่อสู้คดีครั้งนี้

    เมื่อโอมและพรสิทธิ์ รักษาทรัพย์ ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ไปถึงห้องสอบสวน พ.ต.อ.พฤทธิ์ บุญปก ผู้กำกับ สภ.ขุนหาญ กล่าวเตือนว่า ไม่อยากให้การอัดเสียง หรือแอบถ่ายภาพระหว่างกระบวนการสอบสวนคดีนี้ หากพบภายหลังจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด รวมถึงการที่มีบุคคลไลฟ์สดหน้า สภ. หากพบข้อความที่ด่าทอถึง สภ.ขุนหาญ ก็จะดำเนินคดีเช่นกัน

    ทนายความสอบถามว่า หลังแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะฝากขังต่อศาลหรือไม่ ผู้กำกับกล่าวอย่างสับสนว่า คงต้องมีการฝากขังและให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะปล่อยตัวหรือไม่ เพราะเป็นการมาตามหมายเรียกไม่ใช่ตามหมายจับที่ตำรวจเป็นผู้ขอออกหมายเอง หากเป็นหมายจับ ตำรวจสามารถใช้ดุลพินิจได้ว่าจะปล่อยตัวหรือไม่ปล่อยตัวผู้ต้องหา แต่คดีวันนี้ต้องขอฝากขังเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจว่าจะปล่อยตัวโอมหรือไม่

    พ.ต.ท.สมเดช ไชยเทพ พนักงานสอบสวน แจ้งพฤติการณ์โดยสรุปว่า ก่อนเกิดเหตุ สมาชิกตรีอภิสิทธิ์ ไชยทอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอขุนหาญ เป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊กกับผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “XXX” ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 เวลาประมาณ 13.30 น. อภิสิทธิ์ได้พบเห็นเฟซบุ๊กดังกล่าวมีการโพสต์รูปภาพในสตอรี่ จึงเปิดดูแล้วเห็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ร.10 มีการแต่งเติมภาพในลักษณะล้อเลียน มีข้อความอยู่เหนือภาพระบุ วันที่ 19 กันยา ขุนหาญ

    เมื่อเห็นภาพก็ทราบทันทีว่าเป็นภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ ร.10 และรู้สึกทำให้พระองค์เสื่อมเสียพระเกียรติ จึงบันทึกภาพหน้าจอแล้วรายงานให้ปลัดอำเภอและผู้บังคับบัญชาทราบ ผู้บังคับบัญชาจึงให้มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่า โอมเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว รวมทั้งโพสต์ภาพดังกล่าวด้วย

    ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์

    โอมให้การปฏิเสธและจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น อย่างไรก็ดีพนักงานสอบสวนสอบปากคำโอมเพิ่มเติมถึงเรื่องเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 ช่วง 17.00 น. ซึ่งตำรวจชุดสืบ สภ.ขุนหาญ เดินทางไปที่บ้านโอม เพื่อควบคุมตัวโอมมาสอบปากคำ วันถัดมาตำรวจเรียกตู้ (นามสมมติ) เพื่อนรุ่นพี่ของโอมไปพบโดยอ้างว่าสอบปากคำพยาน เนื่องจากตู้เป็นหนึ่งในสองคนที่เห็นสตอรี่เฟซบุ๊กดังกล่าว ก่อนโทรศัพท์แจ้งให้โอมลบภาพนั้นออกไป ซึ่งโอมรับว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง หลังสอบปากคำเสร็จจึงให้โอมไปพิมพ์ลายนิ้วมือ

    เวลา 13.30 น. พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องออนไลน์ต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ขอฝากขังโอมเป็นเวลา 12 วัน อ้างว่ากระบวนการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีพยานบุคคลที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติม แต่หากผู้ต้องหาขอปล่อยตัวชั่วคราวก็ไม่คัดค้าน ขณะเดียวกันห่างออกไปราว 20 กิโลเมตร ที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ มี วัฒนา จันทศิลป์ ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และนายประกัน ยื่นประกันตัวโอม โดยใช้เงินสด 200,000 บาท จากกองทุนดา ตอร์ปิโดเป็นหลักทรัพย์

    ทนายความได้ระบุเหตุผลในการขอประกันโอมในชั้นสอบสวนตลอดถึงชั้นพิจารณาว่า ผู้ต้องหาไม่เคยกระทำความผิดอาญามาก่อน มีอาชีพเเละที่อยู่เป็นหลักเเหล่ง ทั้งจะไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งระหว่างนี้มีสถานการณ์​โควิด-19 ระบาดอยู่ในเรือนจำ ประกอบกับคดีในลักษณะเดียวกัน และข้อกล่าวหาเดียวกันนี้ ศาลจังหวัดอุบลราชธานีเเละศาลจังหวัดกาฬสินธุ์​ได้อนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสด 100,000 บาท และ 200,000 บาท ตามลำดับ

    ทั้งโอมและทนายความซึ่งยังอยู่ที่ สภ.ขุนหาญ ต้องรอการวีดีโอคอนเฟอเรนซ์จากศาลจนถึงเวลา 16.30 น. ธวัช ชูวิทย์สกุลเลิศ ผู้พิพากษากล่าวผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ว่า คดีนี้ผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้การปฏิเสธแล้ว แต่พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลฝากขัง เนื่องจากพนักงานสอบสวนเห็นว่ายังมีพยานบุคคลที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้พิพากษาถามโอมว่าจะคัดค้านการฝากขังหรือไม่ ซึ่งโอมตอบว่าไม่คัดค้าน

    จากนั้นศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังตามที่พนักงานสอบสวน สภ.ขุนหาญ ทำคำร้องมา แต่เมื่อผู้ต้องหามีนายประกันมายื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท ประกอบกับผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก และในวันเกิดเหตุ เมื่อผู้ต้องหาเห็นว่าภาพที่แชร์ลงในเฟซบุ๊กเข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงได้ทำการลบในทันที ศาลจึงมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวนตลอดจนถึงชั้นพิจารณา และให้ผู้ต้องหาไปที่ศาลในวันถัดไปเพื่อรับทราบวันนัดรายงานตัวต่อไป

    กระทั่งหมายปล่อยตัวจากศาลจังหวัดกันทรลักษ์มาถึงในช่วง 17.00 น. โอมจึงได้รับการปล่อยตัวที่ สภ.ขุนหาญ ท่ามกลางการแสดงความยินดีของญาติ เพื่อนๆ และนักกิจกรรมในจังหวัดศรีสะเกษที่มาติดตามสังเกตการณ์การรับทราบข้อกล่าวหาครั้งนี้อยู่ตลอดทั้งบ่าย

    จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คดี 112 ของโอมคดีนี้นับเป็นคดีแรกที่เกิดขึ้นในจังหวัดศรีสะเกษ

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สภ.ขุนหาญ ลงวันที่ 28 ต.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/37164)
  • ชลสิทธิ์เดินทางไปที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์เพื่อรับทราบวันนัดรายงานตัวตามคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่ศาลนัดให้ไปรายงานตัวในวันที่ 15 ธ.ค. 2564 เวลา 09.00 น.
  • ชลสิทธิ์เดินทางไปรายงานตัวที่ศาลตามสัญญาประกัน ศาลนัดรายงานตัวอีกครั้งวันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 09.00 น.
  • ชลสิทธิ์พร้อมทนายความเดินทางไปที่ สภ.ขุนหาญ อีกครั้ง หลังวานนี้ (23 ธ.ค. 2564) เขาได้รับหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งออกในวันเดียวกันนั้นให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันถัดมาเลย โดยเมื่อทนายความโทรศัพท์สอบถาม พ.ต.ท.สมเดช ไชยเทพ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีถึงสาเหตุที่ออกหมายเรียก จึงได้รับแจ้งว่า เรียกให้ชลสิทธิ์มาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพิ่มเติม

    พ.ต.ท.สมเดช พร้อมด้วย พ.ต.ท.บรรจง พิลัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ขุนหาญ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้แจ้งว่า หลังสรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้ตำรวจภูธรภาค 3 พิจารณาและมีความเห็น แต่ตำรวจภูธรภาค 3 ได้ส่งสำนวนกลับมาโดยมีคำสั่งให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)

    จากนั้นได้พฤติการณ์ที่กล่าวหาเช่นเดียวกับเมื่อชลสิทธิ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2564 ก่อนแจ้งว่า การกระทําดังกล่าวเป็นความผิดเพิ่มเติมฐาน นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ชลสิทธิ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และเดินทางกลับเมื่อเสร็จกระบวนการ

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สภ.ขุนหาญ ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2564)
  • ชลสิทธิ์พร้อมทนายความนำโทรศัพท์มือถือไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ขุนหาญ เพื่อเป็นของกลางนําส่งตรวจพิสูจน์ประกอบคดี พนักงานสอบสวนได้ทำบันทึกการตรวจยึด พร้อมทั้งสอบปากคำประกอบ โดยได้ขอรหัสเข้าโทรศัพท์ และรหัสเข้าอีเมลของชลสิทธิ์ด้วย แต่ชลสิทธิ์ปฏิเสธ เนื่องจากมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี

    ทั้งนี้ ในวันก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนโทรเรียกให้ชลสิทธิ์พร้อมแม่ไปพบที่ สภ.ขุนหาญ โดยไม่ได้แจ้งเหตุผล และไม่ได้แจ้งทนายความ เมื่อทนายโทรสอบถามจึงบอกว่า จะตรวจยึดโทรศัพท์ส่งไปตรวจสอบตามคำสั่งของตำรวจภูธรภาค 3 ทนายจึงขอเลื่อนวันนัด เพื่อให้ทนายความเข้าร่วมกระบวนการด้วย

    (อ้างอิง: บันทึกการตรวจยึด สภ.ขุนหาญ ลงวันที่ 29 ธ.ค. 2564)
  • เทพยงค์ ยงกุล พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ ยื่นฟ้องชลสิทธิ์ต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ในฐานความผิด หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 กล่าวหาว่า ชลสิทธิ์โพสต์ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 โดยมีการแต่งเติมภาพในลักษณะล้อเลียน อย่างไรก็ตาม อัยการระบุว่า ไม่ได้แนบภาพที่ชลสิทธิ์กระทำผิดไว้ในท้ายฟ้อง แต่หากศาลหรือจำเลยประสงค์จะดูโจทก์จะนำไปแสดงในทันที

    ท้ายคำฟ้องอัยการไม่ได้ค้านการปล่อยตัวชั่วคราวโอมระหว่างพิจารณาคดี โดยระบุว่า หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ให้อยู่ในดุลพินิจของศาล

    นอกจากอัยการจะขอให้ศาลพิพากษาลงโทษชลสิทธิ์ในฐานความผิดดังกล่าวแล้ว ยังขอให้สั่งริบโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ด จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของกลางในคดีด้วย

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ. 154/2565 ลงวันที่ 18 ม.ค. 2565)

  • โอมเดินทางไปที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์เพื่อรายงานตัวต่อศาลเป็นครั้งที่ 2 ตามสัญญาประกัน

    เวลา 10.00 น. มงคล ภูฆัง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ออกพิจารณาคดี แจ้งกับโอมและทนายความว่า คดีนี้พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ยื่นฟ้องแล้ว เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2565

    เมื่อศาลถามโอมว่า จะให้การอย่างไร เจ้าตัวยืนยันว่าให้การปฏิเสธ ต่อมาศาลแจ้งกับโอมและทนายจำเลยว่า ในนัดครั้งต่อไปอยากให้ทั้งโอมและทนายความเตรียมประเด็นที่จะมาต่อสู้ และชี้แจงต่อศาลถึงแนวทางการจะสืบพยาน ก่อนจะนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 18 เม.ย. 2565 และอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นนี้ต่อไป โดยใช้หลักประกันเดิมในชั้นสอบสวน

    โอมกล่าวสั้นๆ หลังได้รับการประกันตัวอีกครั้งว่า เขาตั้งใจที่จะมาตามที่ศาลนัดและปฏิบัติตามสิ่งที่พนักงานสอบสวนขอความร่วมมืออยู่ตลอด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีเจตนาจะบ่ายเบี่ยงต่อสิ่งที่เกิดหรือคิดหลบหนี และหากย้อนไปวันดังกล่าวหลังจากมีการบอกให้ลบภาพดังกล่าวออกไป ก็ตัดสินใจลบทันที เพราะไม่ได้มีเจตนาที่จะดูหมิ่น ร.10 แต่อย่างใด อีกทั้งภาพวาดดังกล่าวเขาเองก็ไม่ได้เป็นคนทำขึ้นมา จึงหวังว่าจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชลสิทธิ์ (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชลสิทธิ์ (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์