ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

ผู้กล่าวหา
  • น.ส.วลัยพรรณ บงกชมาศ (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • น.ส.วลัยพรรณ บงกชมาศ

ความสำคัญของคดี

“เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาและนักกิจกรรม ถูก บก.ปอท. ดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมาย มาตรา 112 และ พ.รบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) หลัง วลัยพรรณ บงกชมาศ ประชาชนทั่วไป เข้าแจ้งความกล่าวหาเพนกวินว่า โพสต์ข้อความพาดพิงกษัตริย์ จากการแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 กรณีกลุ่มปกป้องสถาบันกษัตริย์ในจังหวัดเพชรบูรณ์คุกคามเยาวชนและบังคับให้ขออภัยโทษต่อรูปรัชกาลที่ 10

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตีความขยายความครอบคลุมไปถึงสถาบันกษัตริย์ ซึ่งไม่ใช่องค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ระบุพฤติการณ์คดีมีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2564 วลัยพรรณ บงกชมาศ ผู้กล่าวหา ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีกับพริษฐ์ จากการโพสต์ข้อความลงบัญชีเฟซบุ๊ก ‘เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak’ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 แสดงความคิดเห็นกรณีกลุ่มปกป้องสถาบันกษัตริย์ใน จ.เพชรบูรณ์ คุกคามเยาวชนรายหนึ่ง มีเนื้อหาว่า

“ผมได้ทราบว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไปคุกคามน้องเยาวชนที่ใช้เสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ถึงบ้านและบังคับให้ “ขออภัยโทษ” ต่อรูปของกษัตริย์วชิราลงกรณ์

“ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสถาบันกษัตริย์ปัจจุบันไม่ได้อยู่ด้วยความรักแต่อยู่ด้วยความบ้าคลั่งและป่าเถื่อน สถาบันกษัตริย์เองก็ควรจะพิจารณาว่าตัวเองเป็นยังไงถึงต้องถูก “ปกป้อง” ด้วยการทําร้ายคน

“สนับสนุนให้น้องคนที่โดนกระทําดําเนินคดีทางกฎหมาย ยินดีจะช่วยเหลือเต็มที่”

พร้อมทั้งลงรูปภาพประกอบเป็นภาพถ่าย ผู้ชาย 3 คน และผู้หญิง 2 คน ในลักษณะยืนพูดคุยกัน

พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ระบุในการแจ้งข้อกล่าวหาว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานเพียงพอจะเชื่อได้ว่า บัญชีเฟซบุ๊กที่โพสต์ข้อความและรูปภาพตามที่มีการร้องทุกข์นั้นเป็นของพริษฐ์ ชิวารักษ์ และระบุว่า ข้อความตามโพสต์ดังกล่าวมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจว่า การดำรงอยู่ของสถาบันกษัตริย์ไทยนั้นไม่ได้เกิดจากความรักและความศรัทธา แต่เกิดจากการบังคับด้วยวิธีที่ป่าเถื่อน และรัชกาลที่ 10 ทรงรู้เห็นเป็นใจกับวิธีการทำร้ายผู้อื่นเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ อันเป็นความเท็จ และผู้โพสต์มีเจตนาก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกษัตริย์และสถาบันกษัตริย์

(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา บก.ปอท. ลงวันที่ 15 ธ.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.รบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) กับ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาและนักกิจกรรม ขณะถูกขังในคดี 112 คดีอื่น โดยกล่าวหาว่าโพสต์พาดพิงกษัตริย์ จากกรณีมีกลุ่มปกป้องสถาบันกษัตริย์ในจังหวัดเพชรบูรณ์คุกคามเยาวชนและบังคับให้ขออภัยโทษต่อรูปรัชกาลที่ 10

    คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2564 วลัยพรรณ บงกชมาศ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีกับพริษฐ์ จากการโพสต์ข้อความลงบัญชีเฟซบุ๊ก ‘เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak’ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 แสดงความคิดเห็นกรณีกลุ่มปกป้องสถาบันกษัตริย์ใน จ.เพชรบูรณ์ คุกคามเยาวชนรายหนึ่ง มีเนื้อหาว่า

    “ผมได้ทราบว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไปคุกคามน้องเยาวชนที่ใช้เสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ถึงบ้านและบังคับให้ “ขออภัยโทษ” ต่อรูปของกษัตริย์วชิราลงกรณ์

    “ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสถาบันกษัตริย์ปัจจุบันไม่ได้อยู่ด้วยความรักแต่อยู่ด้วยความบ้าคลั่งและป่าเถื่อน สถาบันกษัตริย์เองก็ควรจะพิจารณาว่าตัวเองเป็นยังไงถึงต้องถูก “ปกป้อง” ด้วยการทําร้ายคน

    “สนับสนุนให้น้องคนที่โดนกระทําดําเนินคดีทางกฎหมาย ยินดีจะช่วยเหลือเต็มที่”

    พร้อมทั้งลงรูปภาพประกอบเป็นภาพถ่าย ผู้ชาย 3 คน และผู้หญิง 2 คน ในลักษณะยืนพูดคุยกัน

    พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ระบุในการแจ้งข้อกล่าวหาว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานเพียงพอจะเชื่อได้ว่า บัญชีเฟซบุ๊กที่โพสต์ข้อความและรูปภาพตามที่มีการร้องทุกข์นั้นเป็นของพริษฐ์ ชิวารักษ์ และระบุว่า ข้อความตามโพสต์ดังกล่าวมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจว่า การดำรงอยู่ของสถาบันกษัตริย์ไทยนั้นไม่ได้เกิดจากความรักและความศรัทธา แต่เกิดจากการบังคับด้วยวิธีที่ป่าเถื่อน และรัชกาลที่ 10 ทรงรู้เห็นเป็นใจกับวิธีการทำร้ายผู้อื่นเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ อันเป็นความเท็จ และผู้โพสต์มีเจตนาก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกษัตริย์และสถาบันกษัตริย์

    พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับพริษฐ์ 2 ข้อหา ด้วยกัน คือ หมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) โดยมีทนายความและผู้ไว้ใจเข้าร่วมกระบวนการ

    พริษฐ์ได้ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหาและไม่ประสงค์ลงลายมือชื่อในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา

    ขณะนี้พริษฐ์ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเป็นระยะเวลากว่า 130 วันแล้ว โดยถูกขังตามหมายขังระหว่างพิจารณาคดีในคดีที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จำนวน 9 คดี

    ทั้งนี้ การที่พริษฐ์ถูกแจ้งข้อหาด้วยมาตรา 112 ในครั้งนี้ ทำให้พริษฐ์ถูกกล่าวหาด้วยข้อหามาตรา 112 ทั้งสิ้น จำนวน 23 คดี นับได้ว่ามากที่สุดเท่าที่ทราบข้อมูล

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา บก.ปอท. ลงวันที่ 15 ธ.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/38920)
  • เพนกวินเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนและรายตัวต่อพนักงานอัยการ ตามที่พนักงานสอบสวนนัดหมายส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
พริษฐ์ ชิวารักษ์

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์