ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

ผู้กล่าวหา
  • ฝ่ายสืบสวน สน.นางเลิ้ง (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • ฝ่ายสืบสวน สน.นางเลิ้ง

ความสำคัญของคดี

“เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักศึกษาและนักกิจกรรมวัย 23 ปี จากกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาในเรือนจำ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นคดีที่ 3 จากการปราศรัยในกิจกรรมวันแรงงานสากล ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2565 โดยถูกกล่าวหาว่า คำปราศรัยใช้ถ้อยคำเสียดสี พาดพิง ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ ทำให้ประชาชนรู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวม 4 ข้อความ โดย 3 ข้อความ มีเนื้อหากล่าวพาดพิงถึงเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ และสถาบันกษัตริย์

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตีความประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ขยายครอบคลุมไปมากกว่า กษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทั้งที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายอาญาที่ต้องตีความอย่างเคร่งครัด และถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพในการความเห็นของประชาชน กระทบต่อเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พฤติการณ์คดีในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุว่า วันที่ 30 เม.ย. 2565 เพจเฟซบุ๊กชื่อกลุ่ม “เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน” ได้โพสต์ข้อความกิจกรรมในวันกรรมกรสากล วันที่ 1 พ.ค. 2565 ชื่อกิจกรรม #แจกน้ำยาให้หมามันกิน “เป็นอีกหนึ่งปีที่ผู้ใช้แรงงานยังตกอยู่ในสถานการณ์กัดก้อนเกลือกิน ในขณะที่นโยบายลอยลมของรัฐบาลไม่เคยเกิดขึ้นจริงตามที่พูด” จึงเชิญชวนร่วมกันแจกน้ำยาให้รัฐบาล ณ หน้าบ้านพิษณุโลก และออกเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เวลา 9.00 น.

ต่อมาวันที่ 1 พ.ค. 2565 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวกันเพื่อเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล ประมาณ 50 คน โดยมีตำรวจ สน.นางเลิ้ง ดูแลความเรียบร้อย จนไปถึงบริเวณแยกพาณิชยการ หน้าศาลกรมหลวงชุมพรฯ จากนั้นเวลา 11.12 น. นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ได้ขึ้นปราศรัยบนรถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องเสียง โดยใช้ถ้อยคำเสียดสี พาดพิง ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ ใช้เวลาประมาณ 28 นาที มีข้อความดังนี้

1. ข้อความกล่าวถึงการแย่งชิงวัคซีนไฟเซอร์ และมีวัคซีนล็อตที่หายไป โดยมีการพาดพิงถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงได้ฉีดวัคซีนดังกล่าวก่อน ผู้กล่าวหาระบุว่าข้อความปราศรัย อาจทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

2. ข้อความกล่าวถึงวัคซีนยี่ห้อแอสตราเซเนกา ว่ารัชกาลที่ 10 ทรงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้คนในเครือข่ายได้รับประโยชน์จากวัคซีน แต่ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับวัคซีน ทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

3. ข้อความกล่าวถึงการบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ การก่อสร้างโรงพยาบาลหรืออาคารต่างๆ มาจากเงินบริจาคของประชาชน ไม่ใช่เงินจากสถาบันกษัตริย์ ทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

4. ข้อความกล่าวถึงการกดหัวประชาชนอย่างทาส และประชาชนต้องการเรียกร้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งผู้กล่าวหาเห็นว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นการใส่ความในทางที่เสียหายต่อพระมหากษัตริย์ด้วยความเท็จ จงใจให้พระองค์เกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ลงวันที่ 20 พ.ค. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้เดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหาในคดีตามมาตรา 112 ต่อ “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักศึกษาและนักกิจกรรมจากกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ เหตุจากการปราศรัยในกิจกรรมวันแรงงานสากล ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2565 ขณะโสภณถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นวันที่ 19 หลังเขาถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา ในคดีมาตรา 112 ของ สน.สำราญราษฎร์ จากการปราศรัยในกิจกรรม #ทัวร์มูล่าผัว เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2565 และไม่ได้รับการประกันตัว

    ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ประสานงานแจ้งกับทนายความว่ามีหมายจับของโสภณ ออกโดยศาลอาญาในอีกคดีหนึ่ง จึงนัดหมายเดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหาในเรือนจำ

    พ.ต.ท.สำเนียง โสธร รองผู้กำกับสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาต่อโสภณ ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีทนายความเข้าร่วมฟังการสอบสวนด้วย

    พฤติการณ์ข้อกล่าวหาระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวซึ่งเกี่ยวข้องกับการกลุ่มบุคคลที่มีความเคลื่อนไหวในทางการเมือง และมีความเห็นต่างต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยได้ติดตามหาข่าวทางสื่อโซเชียลต่างๆ

    ต่อมา พบว่าวันที่ 30 เม.ย. 2565 เพจเฟซบุ๊กชื่อกลุ่ม “เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน” ได้โพสต์ข้อความกิจกรรมในวันกรรมกรสากล วันที่ 1 พ.ค. 2565 ชื่อกิจกรรม #แจกน้ำยาให้หมามันกิน “เป็นอีกหนึ่งปีที่ผู้ใช้แรงงานยังตกอยู่ในสถานการณ์กัดก้อนเกลือกิน ในขณะที่นโยบายลอยลมของรัฐบาลไม่เคยเกิดขึ้นจริงตามที่พูด” จึงเชิญชวนร่วมกันแจกน้ำยาให้รัฐบาล ณ หน้าบ้านพิษณุโลก และออกเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.00 น.

    ต่อมาวันที่ 1 พ.ค. 2565 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวกันเพื่อเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล ประมาณ 50 คน โดยมีตำรวจ สน.นางเลิ้ง ดูแลความเรียบร้อย จนไปถึงบริเวณแยกพาณิชยการ หน้าศาลกรมหลวงชุมพรฯ จากนั้นเวลา 11.12 น. นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ได้ขึ้นปราศรัยบนรถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องเสียง โดยใช้ถ้อยคำเสียดสี พาดพิง ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ ใช้เวลาประมาณ 28 นาที

    ข้อกล่าวหาได้ถอดคำปราศรัยบางส่วน ทั้งหมด 4 ช่วง ของโสภณ มากล่าวหาว่าเข้าข่ายตามมาตรา 112 ได้แก่

    1. ข้อความกล่าวถึงการแย่งชิงวัคซีนไฟเซอร์ และมีวัคซีนล็อตที่หายไป โดยมีการพาดพิงถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงได้ฉีดวัคซีนดังกล่าวก่อน ผู้กล่าวหาระบุว่าข้อความปราศรัย อาจทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

    2. ข้อความกล่าวถึงวัคซีนยี่ห้อแอสตราเซเนกา ว่ารัชกาลที่ 10 ทรงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้คนในเครือข่ายได้รับประโยชน์จากวัคซีน แต่ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับวัคซีน ทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

    3. ข้อความกล่าวถึงการบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ การก่อสร้างโรงพยาบาลหรืออาคารต่างๆ มาจากเงินบริจาคของประชาชน ไม่ใช่เงินจากสถาบันกษัตริย์ ทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

    4. ข้อความกล่าวถึงการกดหัวประชาชนอย่างทาส และประชาชนต้องเรียกร้องสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งผู้กล่าวหาเห็นว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นการใส่ความในทางที่เสียหายต่อพระมหากษัตริย์ด้วยความเท็จ จงใจให้พระองค์เกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนทั่วไปซึ่งได้รับฟังและรับชมการแพร่ภาพสด รู้สึกเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

    เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับโสภณ

    หลังการแจ้งข้อกล่าวหา โสภณได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ลงวันที่ 20 พ.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/43895)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์