สรุปความสำคัญ

อานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ถูกดำเนินคดีในข้อหา "ยุยุงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 อานนท์ได้โพสต์ข้อความเรื่องงบสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งไปยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบการใช้งบสถาบันกษัตริย์และเรียกคืนงบประมาณบางส่วนมาใช้เยียวยาประชาชนในช่วงโควิด โดยมี บุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทนายความ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี ให้ดำเนินคดีกับอานนท์

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ถูกใช้มากหลังการรัฐประหารในปี 2557 ต่อกลุ่มคนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในทิศทางตรงข้ามกับรัฐบาลทหาร รวมถึงมีการนำมาใช้แทนข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในช่วงปี 2561 ถึงต้นปี 2563 ที่รัฐบาลมีนโยบายไม่ใช้ข้อหาดังกล่าว

ข้อมูลการละเมิด

  • ผู้ถูกละเมิด
    • อานนท์ นำภา
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ

พฤติการณ์การละเมิด

19 ต.ค. 2563 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหา อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ ในข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ขณะอานนท์ถูกคุมขังหลังถูกจับกุมตามหมายจับในคดีปราศรัยที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ และศาลจังหวัดเชียงใหม่ไม่ให้ประกัน โดยมีทนายความและชำนาญ จันทร์เรือง ผู้ไว้วางใจ ร่วมรับฟังการแจ้งข้อกล่าวหา

พ.ต.ท.สมยศ ดำจันทร์ รองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี แจ้งพฤติการณ์แห่งคดีที่กล่าวหาอานนท์ว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563 บุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ผู้กล่าวหา ได้เปิดดูเฟซบุ๊กจากโทรศัพท์มือถือของตนพบภาพและข้อความที่ อานนท์ นำภา เรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ในเว็บไซต์ข่าว BBC News (บีบีซีไทย) ซึ่งมีการเสนอข่าวกรณีเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2563 อานนท์ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และขอให้มีการเรียกรับคืนงบประมาณในส่วนที่ไม่จําเป็นมาใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

ข่าว BBC ยังมีข้อความระบุว่า การยื่นหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้ มาจากการที่อานนท์เคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับที่มาของงบประมาณสถาบันกษัตริย์ และต่อมามีผู้อ้างว่าได้ไปแจ้งความดําเนินคดีอานนท์ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อานนท์จึงจําเป็นต้องหาข้อมูลและพยานหลักฐานจาก พ.ร.บ.งบประมาณฯ และรายละเอียดการใช้งบประมาณจากสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมใช้ในการต่อสู้คดี

ผู้กล่าวหายังได้ตรวจดูเฟซบุ๊กส่วนตัวของอานนท์ พบว่า ก่อนหน้านี้ ระหว่างเดือนมีนาคม 2563 ตลอดมา อานนท์ได้มีการโพสต์ข้อความและภาพต่าง ๆ อันเป็นเท็จอีกหลายครั้งในลักษณะเดียวกัน ผู้กล่าวหาเห็นว่า เป็นการนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต อีกทั้งไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือเขียนข้อความติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทําได้เพื่อป้องกันตน หรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม หากแต่เป็นการกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยการนําข้อมูลที่เป็นภาพและข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันมิใช่เป็นการกระทําไปในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

ผู้กล่าวหาจึงใช้สิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 50 ทําหนังสือยื่นต่อ พล.ต.ต. ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ลงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 เรื่องกล่าวโทษให้ดําเนินคดี และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ให้ดําเนินคดีกับอานนท์ในความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฐานความผิด

พ.ต.ท.สมยศ จึงแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์ในข้อหา “กระทําให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดแผ่นดิน และนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1)

อานนท์ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะยื่นคำให้การเป็นเอกสารภายใน 30 วัน

เหตุการณ์ที่อานนท์ไปยื่นหนังสือดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2563 เฟซบุ๊กแฟนเพจ "อึ้งเอี๊ยะซือ เทื้อเอี้ยวเกีย V3" เปิดเผยว่า มีลูกเพจที่อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ไปแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีทนายอานนท์ด้วยข้อหาตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2560 จากการที่เขาไปถกเถียงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงบสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ใช้เงินภาษีประชาชน

ทางเพจดังกล่าวโต้แย้งว่า พระมหากษัตริย์ใช้ทรัพย์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เงินภาษี อานนท์จึงได้โพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยว่า วันที่ 19 มิ.ย. จะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสื่อถึงนายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบและชี้แจงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสถาบันกษัตริย์ เพื่อนำเป็นหลักฐานในคดีที่ตนเองถูกเข้าแจ้งความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ จากกรณีที่ได้แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สถาบันกษัตริย์ใช้เงินงบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีของประชาชน และถูกเฟซบุ๊กแฟนเพจ อึ้งเอี๊ยะซือ เทื้อเอี้ยวเกีย V10 แคปภาพไปกล่าวหาว่า ให้ข้อมูลเท็จ พร้อมย้ำว่าสถาบันกษัตริย์ไม่เคยใช้เงินภาษีประชาชน

(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 19 ต.ค. 2563 และ https://tlhr2014.com/archives/22507)

ภูมิหลัง

  • อานนท์ นำภา
    จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2551 เริ่มเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2553 ก่อตั้งสำนักงานทนายความราษฎรประสงค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นทนายความในเครือข่ายของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม (ศปช.) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์