สรุปความสำคัญ

“เจ๊จวง” (สงวนชื่อสกุล) วัย 53 ปี และ “เจ๊เทียม” (สงวนชื่อสกุล) วัย 57 ปี สองแม่ค้าขายบะหมี่-ก๋วยเตี๋ยว ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการติดป้ายบริเวณหน้าร้านซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรา 112, งบประมาณแผ่นดิน และเรียกร้องให้ “ปล่อยเพื่อนเรา” จำนวน 2 ป้าย โดยมี ทรงชัย เนียมหอม สมาชิกกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เข้าแจ้งความกล่าวโทษที่ สน.บางนา อ้างว่า ถ้อยคำบนแผ่นป้ายเป็นถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย รวมถึงปัญหาในการตีความขยายขอบเขตออกไป ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง

ข้อมูลการละเมิด

  • ผู้ถูกละเมิด
    • "เจ๊จวง" (สงวนชื่อสกุล)
    • "เจ๊เทียม" (สงวนชื่อสกุล)
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • การเรียกรายงานตัว / ปรับทัศนคติ
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ

พฤติการณ์การละเมิด

18 มี.ค. 2567 เวลา 13.00 น. ที่ สน.บางนา “เจ๊จวง” (สงวนชื่อสกุล) วัย 53 ปี และ “เจ๊เทียม” (สงวนชื่อสกุล) วัย 57 ปี สองแม่ค้าขายบะหมี่-ก๋วยเตี๋ยว ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมี ทรงชัย เนียมหอม สมาชิกกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน (ปภส.) เป็นผู้กล่าวหา

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2567 เจ๊จวงได้รับหมายเรียกลงวันที่ 6 มี.ค. 2567 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาตามมาตรา 112 และตำรวจยังแจ้งว่ามีการออกหมายเรียก “เจ๊เทียม” ซึ่งเป็นพี่สาวของเธอให้ไปรับทราบข้อหาด้วย

เจ๊จวงและเจ๊เทียมเดินทางมาที่ สน.บางนา พร้อมทนายความ, ผู้ไว้วางใจ และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยมีเพื่อนและนักกิจกรรมเดินทางมาให้กำลังใจกว่า 20 คน นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนมาทำข่าวหลายสำนัก

พ.ต.ท.เศกสิทธิ์ แพลอย รองผู้กำกับการสอบสวน และ ร.ต.อ.กองพล วงค์จันทร์ รองสารวัตรสอบสวน แจ้งพฤติการณ์คดี โดยมีเนื้อหาโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2566 ผู้กล่าวหาได้มากล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสอง ในความผิดตามมาตรา 112 โดยผู้กล่าวหาได้พบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความเป็นสาธารณะในวันที่ 18 ม.ค. 2566 เวลาประมาณ 18.30 น. เป็นภาพแผ่นป้ายที่ติดแสดงอยู่บริเวณหน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยว จำนวน 2 แผ่นป้าย ที่ประชาชนทั่วไปสามารถพบเห็นได้ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรา 112, งบประมาณแผ่นดิน และเรียกร้องให้ “ปล่อยเพื่อนเรา”

ผู้กล่าวหาเห็นว่าถ้อยคำในแผ่นป้ายเป็นถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2560 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวดังกล่าว

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้เรียกนักวิชาการและนักภาษาศาสตร์คือ ณฐพร โตประยูร และพลเรือตรีทองย้อย แสงสินชัย มาสอบปากคำและให้ความหมายของถ้อยคำในแผ่นป้าย ก่อนเรียกผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์

เจ๊จวงและเจ๊เทียมได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และประสงค์จะส่งคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นหนังสือและรายงานตัวภายในวันที่ 22 เม.ย. 2567 เวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กที่ผู้กล่าวหาระบุว่าตรวจพบภาพและข้อความนั้น ไม่ใช่ของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนแต่อย่างใด

คดีนี้นับว่าเป็นคดีมาตรา 112 คดีที่สองของเจ๊จวง โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2567 เธอเคยไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ยานนาวา ในข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เหตุจากการปราศรัยประเด็น ‘ขบวนเสด็จ’ หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2565 โดยมี ระพีพงษ์ ชัยยารัตน์ จากกลุ่ม ศปปส. เป็นผู้กล่าวหา

(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.บางนา ลงวันที่ 18 มี.ค. 2567 และ https://tlhr2014.com/archives/65602)

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์