ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.ไพรัช บุปผา รองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.ไพรัช บุปผา รองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด

ความสำคัญของคดี

พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักกิจกรรมกลุ่มราษฎร ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จากการชุมนุม #เจาะกะลาตามหาบักคำผาน ที่บึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด โดยถูกกล่าวหาว่าระหว่างปราศรัย ได้พูดปลุกปั่นประชาชนผู้ชุมนุมให้คล้อยตามการโจมตีการทำงานของรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อสร้างความเกลียดชังต่อรัฐบาล

นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาว่าปราศรัยในลักษณะ “จาบจ้วง” “ก้าวล่วงพระราชอำนาจ” ทำให้ประชาชนรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชัง สถาบันพระมหากษัตริย์

นับเป็นอีกครั้งที่นักกิจกรรมถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จากการชุมนุมทั่วประเทศในปี 2563 เป็นอีกคดีที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกลับมาใช้คดีมาตรา 112 เพื่อข่มขู่และหวังหยุดชะงักการเคลื่อนไหวของขบวนการชุมนุมอื่นๆ

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์คดีในบันทึกจับกุมว่า

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 สุทธิพร แดงอินทวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก ได้แจ้งการชุมนุมสาธารณะเป็นหนังสือ ต่อหัวหน้า สภ.เมืองร้อยเอ็ด ว่าจะจัดการชุมนุมบริเวณหน้าบึงพลาญชัย (ลานสาเกต) ในวันที่ 3 กันยายน 2563 ระหว่างเวลา 16.00 - 23.00 น. เมื่อถึงเวลา 21.18 น. พิธีกรได้เชิญผู้ต้องหาขึ้นเวทีปราศรัย โดยเนื้อหาที่ปราศรัย จากการสอบสวนผู้กล่าวหายืนยันว่า ผู้ต้องหากล่าวปราศรัยในลักษณะที่ไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดในสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของประชาชนชาวไทย อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้างให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน

การปราศรัยได้กล่าวต่อประชาชนที่มาร่วมชุมนุมประมาณ 100 คน และมีการไลฟ์สดโดยส่งสัญญาณภาพและเสียงให้ประชาชนทั่วไปรับชม ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก - Ubon New Gen Democracy ประกอบกับการมีบันทึกคำปราศรัยของผู้ต้องหา เมื่อตรวจแผ่นซีดีคลิปคำปราศรัยและเอกสารการถอดคำปราศรัยของผู้ต้องหาแล้วพบว่า คำปราศรัยมีลักษณะไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน

และมีพยานซึ่งรับราชการตำรวจ กองกำกับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตรวจพบเฟซบุ๊กบัญชี พริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) และเฟซบุ๊กเพจบัญชี เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล โดยเป็นผู้เข้าร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล และเป็นผู้ปราศรัยในการชุมนุมวันที่ 3 กันยายน 2563 โดยปราศรัยชักชวนให้ผู้ร่วมชุมนุมไปชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 กันยายน 2563

(อ้างอิง: บันทึกการการจับกุม โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ลงวันที่ 11 พ.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • 19 ต.ค. 63 หลังจากศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และณัฐชนน ไพโรจน์ สามนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากคดีการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 63 โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท และให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป

    เช้าวันที่ 20 ต.ค. 63 เวลา 07.00 น. ณ เรือนจำอำเภอธัญบุรี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ดได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหานายพริษฐ์ ตามหมายจับคดีข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุม #เจาะกะลาตามหาบักคำผาน ที่บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 63

    พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าเขาได้กล่าวปราศรัยปลุกปั่นประชาชนผู้ชุมนุมให้คล้อยตามการโจมตีการทำงานของรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อสร้างความเกลียดชังต่อรัฐบาล และยังมีการกล่าวปราศรัยในลักษณะ “จาบจ้วง” “ก้าวล่วงพระราชอำนาจ” ทำให้ประชาชนรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชัง สถาบันพระมหากษัตริย์ คดีนี้มี พ.ต.ท.ไพรัช บุปผา รองผู้กำกับ (สืบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด เป็นผู้แจ้งความกล่าวหา

    เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น พริษฐ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ลงชื่อในบันทึกแจ้งข้อหา-คำให้การใดๆ โดยให้เหตุผลว่า "ไม่ยอมรับอำนาจศักดินา" ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้บันทึกเหตุผลดังกล่าวลงในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาด้วย

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สภ.เมืองร้อยเอ็ด ลงวันที่ 20 ต.ค. 2563 และ https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/3352987684751062)


  • พ.ต.ท.นรินทร์ นามบ้านค้อ, พ.ต.ท.ศราวุฒิ โยชน์เมืองไพร และ พ.ต.ท.อดุลย์ จุดศรี คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด เดินทางมาที่ สน.ชนะสงคราม เข้าแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพิ่มเติมแก่พริษฐ์ จากกรณีจากชุมนุม #เจาะกะลาตามหาบักคำผาน ที่บึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2563

    บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาได้บรรยายพฤติการณ์การกระทำผิดโดยสรุปว่า จากการที่ผู้ต้องหาปราศรัย เมื่อ วันที่ 3 ก.ย. 2563 ระหว่างเวลา 20.15 – 22.00 น. ที่ลานสาเกตุนคร หน้าบึงพลาญชัย ปรากฏว่าคําปราศรัยของผู้ต้องหามีข้อความพาดพิงพระมหากษัตริย์รวม 4 ประเด็น การที่ผู้ต้องหาขึ้นกล่าวปราศรัยให้ผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 100 คน ฟัง โดยมีการถ่ายทอดภาพและเสียงคําปราศรัยทางเฟซบุ๊กเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับฟัง ในลักษณะที่ไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีเจตนาที่จะใส่ความเพื่อให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติ เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, 116 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

    เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น พริษฐ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ลงชื่อในบันทึกแจ้งข้อหาและคำให้การ โดยให้เหตุผลว่า “ไม่ยอมรับอำนาจศักดินา ไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการ และข้อหามาตรา 112 ไม่เป็นธรรม” ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้บันทึกเหตุผลดังกล่าวลงในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาด้วย

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สภ.เมืองร้อยเอ็ด ลงวันที่ 30 พ.ย. 2563 และ https://tlhr2014.com/?p=23649)

  • ทนายความเข้ายื่นคำให้การเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด
  • ทนายความเดินทางเข้ายื่นหนังสือเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อนําสํานวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานอัยการออกไป และขอให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน สอบสวนพยานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา หนังสือเลื่อนระบุเหตุผลว่า กรณีที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนออกหมายเรียกพริษฐ์ให้มาพบที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ในเวลา 09.00 น. แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พริษฐ์ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ และอยู่ในเขตพื้นที่เสีแดง อาจจะสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการติดต่อเชื้อโรคหรือสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ ประกอบกับจังหวัดร้อยเอ็ดมีมาตรการเฝ้าระวังโควิด กรณีที่บุคคลเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ต้องกักตัว 14 วัน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ต้องหาได้รับผลกระทบหรือได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร

    (อ้างอิง: รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สภ.เมืองร้อยเอ็ด คดีอาญาที่ 1127/2563 ลงวันที่ 25 ม.ค. 2564)
  • ขณะเพนกวิน หรือ พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่ม “ราษฎร” ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวออกจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจากศาลอาญาไต่สวนคำร้องการขอประกันตัวในคดีมาตรา 112 จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดี MobFest ก่อนมีคำสั่งให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์คดีละ 200,000 บาท

    เวลาประมาณ 20.00 น. ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด นำโดย พ.ต.อ.เนติวัฒน์ จันทรา ผู้กำกับ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้เข้าแสดงหมายจับของศาลจังหวัดร้อยเอ็ดลงวันที่ 2 มีนาคม 2564 เพื่อจับกุมพริษฐ์ โดยระบุว่า เป็นหมายจับเพื่อจะนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานอัยการ

    หลังแสดงหมายจับ ชุดจับกุมได้ทำบันทึกการจับกุมใจความสำคัญว่า “คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้สรุปสํานวนการสอบสวนมีความเห็น ควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 (2) (3) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากนั้นจะต้องส่งสํานวนการสืบสวนสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป โดยได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามาพบเพื่อส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสํานวนการสืบสวนสอบสวน ผู้ต้องหาได้รับหมายเรียกโดยชอบ แล้วแต่อ้างเหตุจําเป็นที่ไม่สามารถเดินทางมาพบคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ แต่เหตุดังกล่าวศาลเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร จึงเป็นเหตุให้ออกหมายจับ

    คณะพนักงานสืบสวนจึงได้ยื่นคําร้องต่อศาลให้ออกหมายจับเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามเอาตัวผู้ต้องหาส่งไปให้พนักงานอัยการ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับสํานวนไว้พิจารณาแล้ว ศาลอนุมัติตามหมายจับที่ 67/2564 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2564 และทราบว่าผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่เรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจึงนําหมายจับเดินทางไปจับกุมตัวผู้ต้องหา

    ในการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในครั้งนี้ เป็นการดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อที่จะได้ดําเนินการตามคําสั่งของพนักงานอัยการ ซึ่งได้รับสํานวนการสืบสวนสอบสวนไว้เพื่อพิจารณาแล้ว”

    หลังจัดทำบันทึกจับกุมเสร็จ ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวพริษฐ์ในชั้นตำรวจ เพื่อให้ได้พริษฐ์ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพร่างกายจากการอดอาหารมาเกือบ 2 เดือน โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ ก่อนที่เวลา 21.15 น. พนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ประกันตัว พริษฐ์จึงได้รับการปล่อยตัวออกมาจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และขึ้นรถพยาบาลเพื่อไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลวิภาวดี หลังจากถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาแล้ว 92 วัน

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ลงวันที่ 11 พ.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/29622)

  • เพนกวินเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ตามที่พนักงานสอบสวนนัดหมาย ก่อนพนักงานสอบสวนส่งตัวเพนกวินพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด อัยการนัดฟังคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ในวันที่ 14 ก.ค. 2564
  • อัยการยังไม่มีคำสั่งฟ้อง เลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 25 ส.ค. 2564 เวลา 10.00 น. โดยพริษฐ์ได้มอบอำนาจให้ทนายความเดินทางไปเซ็นรับทราบนัดแทน

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
พริษฐ์ ชิวารักษ์

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์