ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
ดำ อ.399/2564

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รอง ผกก.สส.สภ.ท่าพระ (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.399/2564
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รอง ผกก.สส.สภ.ท่าพระ

ความสำคัญของคดี

ทิวากร วิถีตน ชาวจังหวัดขอนแก่น ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา ได้แก่ "หมิ่นประมาทกษัตริย์" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, "ยุยงปลุกปั่น" หรือมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากการโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์ยุติการใช้มาตรา 112 และปล่อย 4 แกนนำราษฎร ในช่วงเดือน ก.พ. 2564 หลังมีการฟ้องอานนท์, พริษฐ์, ปติวัฒน์ และสมยศ ในข้อหา 112 จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร แล้วศาลไม่ให้ประกันตัว ทิวากรยังถูกกล่าวหาจากการสวมเสื้อยืด “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” โดยเขาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุว่า กระทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีเจตนาปกป้องสถาบันกษัตริย์

ในชั้นสอบสวนและพิจารณาคดี ทิวากรได้รับการประกันตัว โดยศาลจังหวัดขอนแก่นไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการให้ประกันตัวเพิ่มเติมแต่อย่างใด

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น บรรยายฟ้องระบุว่า ทิวากรกระทำความผิดรวม 3 กรรม ดังนี้

1. ระหว่างวันที่ 2 มิ.ย. 2563 ถึงวันที่ 27 ก.พ. 2564 ทิวากรได้ดูหมิ่นรัชกาลที่ 10 และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ด้วยการโพสต์รูปภาพในเฟซบุ๊กชื่อ “ทิวากร วิถีตน” ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นรูปตนเองสวมเสื้อคอกลมสีขาว มีข้อความสกรีนตัวหนังสือสีแดงว่า “...เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว…” ซึ่งคำว่า “...หมดศรัทธา…” หมายถึงหมดความเชื่อ, หมดความเลื่อมใส, หมดความเชื่อมั่นในสิ่งดีงาม และคำว่า “...สถาบันกษัตริย์…” หมายถึง หน่วยงานหนึ่งที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

เมื่อนำคำว่า หมดศรัทธา กับคำว่า สถาบันกษัตริย์ มารวมกัน ย่อมหมายถึง หมดความเชื่อ หมดความเลื่อมใสในสถาบันกษัตริย์ และองค์พระมหากษัตริย์ด้วย ย่อมทำให้ประชาชนที่พบเห็นการโพสต์ข้อความดังกล่าวมีความรู้สึกในทางลบต่อองค์พระมหากษัตริย์ว่าเป็นคนไม่ดี เป็นคนที่มีความประพฤติที่เสื่อมเสีย ขัดต่อศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ โดยประการที่จะทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมพระเกียรติยศ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เสื่อมศรัทธาต่อพระมหากษัตริย์จากชาวไทย และชาวต่างประเทศ

นอกจากนี้การที่ทิวากรโพสต์รูปภาพดังกล่าว เป็นการทําให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยตัวหนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต แล้วจําเลยได้ชวนประชาชนมาสวมใส่เสื้อที่มีการสกรีนข้อความดังกล่าวเช่นเดียวกับจําเลย จึงเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนร่วมดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ อันเป็นการกระทําเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินด้วย

2. เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2564 ทิวากรได้หมิ่นประมาทรัชกาลที่ 10 และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ โดยการโพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อ “ทิวากร วิถีตน” ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นข้อความว่า “...หากสถาบันกษัตริย์ไม่ระงับใช้ 112 โดยทันที ก็เท่ากับทำตัวเองเป็นศัตรูกับประชาชน หากสถาบันกษัตริย์เป็นศัตรูกับประชาชนจุดจบคือล่มสลายสถานเดียว…” ซึ่งคำว่า สถาบันกษัตริย์ ย่อมหมายความรวมถึงพระมหากษัตริย์ด้วย

ถ้อยคำที่ทิวากรโพสต์เป็นการใส่ความ ย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจว่า กษัตริย์มีอำนาจเหนือกฎหมาย และสั่งให้ใช้มาตรา 112 กับประชาชน และเป็นการใช้พระราชอำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม สามารถสั่งให้ใช้หรือระงับใช้มาตรา 112 ได้ ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติยศบารมี เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เสื่อมศรัทธาต่อกษัตริย์จากชาวไทยและชาวต่างประเทศ

3. เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 ทิวากรได้หมิ่นประมาทรัชกาลที่ 10 และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ โดยการโพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อ “ทิวากร วิถีตน” ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นข้อความว่า “...สถาบันกษัตริย์ สั่งให้ปล่อยแกนนำทั้ง 4 คนได้แล้ว จะสร้างเวรกรรมกับประชาชนไปถึงไหน รู้จักการทำดีเพื่อไถ่โทษมั๊ย ไม่อยากให้คนรักคนศรัทธาเหรอ หรือว่าอยากให้คนเกลียด…” ซึ่งคำว่า สถาบันกษัตริย์ ย่อมหมายความรวมถึงพระมหากษัตริย์ด้วย

ถ้อยคำที่ทิวากรโพสต์เป็นการใส่ความ ย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจว่า กษัตริย์มีอำนาจเหนือกฎหมายและเหนือศาล สามารถใช้พระราชอำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมสั่งปล่อยตัว 4 แกนนำคณะราษฎรได้ และพระมหากษัตริย์สั่งให้ใช้กฎหมายมาตรา 112 รังแกประชาชน และพระมหากษัตริย์ไม่มีเมตตาต่อประชาชน ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติยศบารมี เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เสื่อมศรัทธาต่อกษัตริย์จากชาวไทยและชาวต่างประเทศ

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดขอนแก่น คดีหมายเลขดำที่ อ.399/2564 ลงวันที่ 25 พ.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • หลังตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบราว 20 นาย นำโดย พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รองผู้กำกับสืบสวน สภ.ท่าพระ เข้าจับกุมทิวากรที่บ้านพักในเวลาประมาณ 07.00 น. โดยแสดงหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 42/2564 ลงวันที่ 3 มี.ค. 2564 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) พร้อมทั้งหมายค้นที่ 89/2564 ลงวันที่วันเดียวกัน ออกโดยศาลจังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, ไอแพด 1 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 2 เครื่อง, เสื้อยืดสีขาวและสีดำที่มีข้อความ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” รวม 3 ตัว และซองพัสดุ 1 ซอง ไปเป็นของกลาง ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวทิวากรขึ้นรถตู้ไปยัง สภ.ท่าพระ

    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำบันทึกการจับกุม ระหว่างนั้นทิวากรได้ขอใช้โทรศัพท์ที่ตำรวจยึดไปเพื่อติดต่อทนาย ตำรวจปฏิเสธไม่ให้เขาใช้ แต่ให้เขาบอกรหัสเปิดเครื่องแล้วจะโทรบอกให้เอง ช่วงแรกทิวากรไม่ยอม แต่เมื่อไม่สามารถติดต่อทนายที่เขารู้จักได้ แม้จะมีตำรวจช่วยโทรให้ ทิวากรจึงให้รหัสเปิดโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่สามารถติดต่อทนายความที่เขารู้จักได้

    ราว 09.00 น. พ.ต.ต.สุริยัน ภูนบทอง พนักงานสอบสวน แจ้งข้อเท็จจริงในคดีระบุว่า ทิวากรได้โพสต์ข้อความเรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์ยุติการใช้มาตรา 112 เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2564, โพสต์ข้อความเรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์ปล่อย 4 แกนนำราษฎร เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 และสวมเสื้อยืด “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” มีลักษณะเป็นการเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปเห็นแล้วรู้สึกคล้อยตาม และเข้าใจได้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงปฏิบัติตนไม่เป็นที่เคารพ เชื่อถือ และเป็นที่ศรัทธาของประชาชน อันเป็นการกระทำให้บุคคลอื่นเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็น และมีการเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่รับรองสถานะขององค์พระมหากษัตริย์ ไว้ตามมาตรา 2 และมาตรา 6 และยังเป็นการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50

    การกระทำของทิวากร ยังขัดต่อความรู้สึกของประชาชนทั่วไปที่เคารพศรัทธาองค์พระมหากษัตริย์ อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร จึงได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี

    ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาทิวากร 3 ข้อหาตามหมายจับ โดยมีเพียงทนายความที่ตำรวจเตรียมให้เข้าร่วม

    ทิวากรให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่า กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีเจตนาปกป้องสถาบันกษัตริย์ ไม่ต้องการให้ผู้เห็นต่างทางการเมืองใช้ความรุนแรงต่อกัน ให้คนในชาติปรองดองและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ระหว่างนั้นทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเพิ่งได้รับแจ้งเดินทางไปถึงและเข้าร่วมการสอบปากคำด้วย

    หลังเสร็จกระบวนการ พนักงานสอบสวนไม่ยินยอมมอบสำเนาบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาให้ทิวากร โดยระบุว่า ให้ยื่นคำร้องมาขอคัดสำเนาในภายหลัง

    จากนั้นเวลาประมาณ 13.30 น. พนักงานสอบสวนได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอฝากขังทิวากรต่อศาลจังหวัดขอนแก่น เป็นระยะเวลา 12 วัน ระบุว่า เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก และตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ซึ่งบรรยายพฤติการณ์ของคดี ไม่ได้ระบุถึงข้อความที่ทิวากรโพสต์และถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดไว้อย่างชัดเจนแต่อย่างใด

    ท้ายคำร้องขอฝากขัง พ.ต.ต.สุริยัน พนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา โดยระบุว่า คดีมีอัตราโทษจำคุก หากปล่อยตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

    ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้นำตัวทิวากรไปที่ศาลแต่อย่างใด แต่กลับควบคุมตัวไปที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น โดยอ้างเหตุการระบาดของโควิด-19 มีเพียงทนายความเดินทางไปที่ศาล ก่อนศาลจะอนุญาตให้ฝากขัง และทนายความได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 3 แสนบาท จากกองทุนดาตอร์ปิโด ซึ่งช่วยเหลือคดีทางการเมือง ระบุเหตุผลว่า ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ที่ถูกจับกุมตามหมายจับ เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่ได้มีหมายเรียกให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนก่อน ในการจับกุมผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือไม่ได้ขัดขืน หากไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาและครอบครัวจะได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ต้องหายังต้องประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว อีกทั้งผู้ต้องหายังคงเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดมีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมาย

    จนเวลาประมาณ 14.19 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวทิวากร โดยให้ใช้หลักทรัพย์ 1.5 แสนบาท และไม่มีเงื่อนไขในการประกันตัว โดยนัดให้มารายงานตัวในวันที่ 29 มี.ค. 2564 จากนั้นทิวากรจึงได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานฯ ในเวลาประมาณ 15.15 น.

    ทิวากรให้ข้อมูลภายหลังได้รับการปล่อยตัวว่า เมื่อถูกนำตัวเข้าไปที่ทัณฑสถานฯ เจ้าหน้าที่ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดผู้ต้องขัง มีการตรวจร่างกายโดยการวัดอุณหภูมิ วัดความดัน ตรวจสุขภาพ และถ่ายรูปทำประวัติ จากนั้นก็นั่งรอจนกระทั่งได้รับแจ้งว่า ศาลอนุญาตให้ประกันตัว จึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาใส่ชุดเดิม ก่อนได้รับการปล่อยตัว ซึ่งกระบวนการดังกล่าวคล้ายกระบวนการปล่อยตัวของศาลทหารในช่วงที่ คสช.มีคำสั่งให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีของพลเรือนในบางประเภท ซึ่งจะต้องนำตัวเข้าเรือนจำก่อนและปล่อยตัวที่เรือนจำ

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม/ตรวจค้น สภ.ท่าพระ, คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 4 มี.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26544)
  • เนื่องจากวันที่ 26 พ.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันครบฝากขังครั้งที่ 7 เป็นวันหยุด วันนี้พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นจึงเข้ายื่นฟ้องทิวากรต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) โดยขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย และริบของกลาง ได้แก่ เสื้อยืดสีขาวมีข้อความ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” จำนวน 2 ตัว และเสื้อยืดสีดำมีข้อความว่า “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” จำนวน 1 ตัว

    ทั้งนี้ อัยการไม่ได้คัดค้านการให้ประกันตัวจำเลย ระบุว่า ขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดขอนแก่น คดีหมายเลขดำที่ อ.399/2564 ลงวันที่ 25 พ.ค. 2564)
  • เวลา 10.00 น. ทิวากร วิถีตน เดินทางไปที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ในนัดรายงานตัวต่อศาลตามสัญญาประกัน เจ้าหน้าที่ศาลได้นำสำเนาคำฟ้องมอบให้ ก่อนนำตัวทิวากรไปที่ห้องรอประกันใต้ถุนศาล ซึ่งมีผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอื่นอีกหลายคน ขณะ พัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นคำร้องขอประกันตัวโดยใช้หลักประกันเดิมที่ยื่นประกันในชั้นสอบสวน เป็นเงินสด 1.5 แสนบาท จากกองทุนดาตอร์ปิโด

    คำร้องขอประกันตัวที่ยื่นต่อศาลระบุเหตุผลว่า จำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ระหว่างจำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน จำเลยก็มารายงานตัวต่อศาลทุกครั้ง จำเลยยังเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่ได้มีอิทธิพลหรือความสามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานใดได้ และไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดอาชญากรรมใดๆ จึงไม่อาจไปก่อภยันตรายประกันอื่นได้ อีกทั้งจำเลยยังคงเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมาย

    นอกจากนี้ ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในวงกว้าง และปรากฏว่าในเรือนจำจังหวัดขอนแก่นมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิคอยู่ในเรือนจำ หากศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย ก็จะเป็นการเสี่ยงต่อการมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่หากปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย เรือนจำก็จะไม่เพิ่มความแออัด และทำให้บริหารจัดการสถานการณ์โควิดได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้

    กระทั่งช่วงเวลา 13.00 น. ศาลได้วีดิโอคอนเฟอเรนซ์จากห้องพิจารณามายังห้องรอประกัน โดยศาลได้อธิบายฟ้องแก่ทิวากร และถามว่ามีทนายความหรือยัง ก่อนอ่านคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้ใช้หลักทรัพย์ประกันเดิมที่วางไว้ในชั้นสอบสวนเป็นเงินสด 1.5 แสนบาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติม

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดขอนแก่น คดีหมายเลขดำที่ อ.399/2564 ลงวันที่ 25 พ.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/30152)

  • สุวิจักขณ์ มงคลเสาวณิต พนักงานอัยการ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ ได้ยื่นคําร้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ขอเพิ่มเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวทิวากร ระบุเหตุผลว่า เนื่องจากพนักงานสอบสวน สภ.ท่าพระ มีหนังสือถึงพนักงานอัยการขอให้ศาลเพิ่มเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวทิวากร โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยงดเว้นการกระทําใด ๆ ที่ทําให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติ อันเป็นการกระทําในลักษณะเช่นเดียวกับที่จําเลยถูกฟ้องในคดีนี้

    จากเหตุที่ทิวากรยังคงมีพฤติกรรมที่ก่อความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ หลังจากได้รับปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณา เช่น โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า “ระบอบกษัตริย์-ศักดินาของไทย เป็นระบอบที่ชั่วร้าย ที่เป็นอันตราย และทําลายความเป็นมนุษย์ จําเป็นต้องปฏิรูป ” รวมทั้งโพสต์ว่า จําเลยจะขอเปิดอกคุยกับรัชกาลที่ 10 และพระเทพฯ เกี่ยวกับการอภิวัฒน์ประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เป็นต้น

    โดย พ.ต.อ.ประวิทย์ โทหา ผกก.สภ.ท่าพระ ได้อ้างเหตุผลต่ออัยการจังหวัดขอนแก่นในการขอเพิ่มเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวทิวากรว่า เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 วรรคท้าย ซึ่งบัญญัติว่า ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าพนักงานซึ่งมีอํานาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราว หรือศาลจะกําหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้ที่ถูกปล่อยชั่วคราว หรือกําหนดเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือเพื่อป้องกันภัยอันตราย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยชั่วคราวก็ได้

    คำร้องต่อศาลของอัยการได้แนบรายงานการสืบสวนของ สภ.ท่าพระจำนวน 43 แผ่น ซึ่งเป็นรายงานประจำวันซึ่ง ร.ต.อ.สมนึก ติยะภา รอง สวป.สภ.ท่าพระ รายงานต่อ ผกก.สภ.ท่าพระ และ พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รอง ผกก.สส.สภ.ท่าพระ ในช่วงวันที่ 17 เม.ย. - 9 มิ.ย. 2564 จากการที่ ร.ต.อ.สมนึก พร้อมชุดการข่าวเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจําวัน รวมทั้งการโพสต์เฟซบุ๊กของทิวากรเป็นประจำ ตามที่ได้รับคําสั่งจาก ผกก.สภ.ท่าพระ

    รายงานการสืบสวนดังกล่าว มีการรายงานการทำกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง” ซึ่งทิวากรยืนที่หน้าบ้านตนเองเพียงลำพังในช่วงเย็นถึงค่ำของวันที่ 7 เม.ย. - 31 พ.ค. 2564 และโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยฝ่ายสืบสวนได้แนบภาพจากโพสต์ของทิวากร พร้อมรายงานถึงข้อความในป้ายที่ทิวากรนำมาติดขณะทำกิจกรรม ได้แก่ “ปล่อยเพื่อนเรา”, "หากท่านเพิกเฉยต่อความอยุติธรรมก็เท่ากับท่านส่งเสริมให้ความอยุติธรรมนั้นดำรงอยู่ต่อไป”, “112 เปรียบเสมือน “คุก" ที่ไม่มีลูกกรงและมองเห็น ที่ขังความจริงและขังความคิดของคนไทยทั้งประเทศ”, "สหประชาชาติ ชี้ 112 คือ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”

    นอกจากนี้ หลังทิวากรหยุดทำกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง” เนื่องจากผู้ต้องขังคดี 112 ทุกคนได้รับการประกันตัวแล้ว ฝ่ายสืบสวนยังคงรายงานการโพสต์เฟซบุ๊กในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ และการใช้ชีวิตประจำวันของทิวากรต่อ ผกก.สภ.ท่าพระ โดยมีการไปติดตามวันละ 3 เวลา เช้า บ่าย และเย็น พร้อมถ่ายรูป เช่น วันที่ 8 มิ.ย. 2564 รายงานว่า
    - 09.15 น. นายทิวากรออกไปสวนยางพาราพี่ชายเพื่อเอาวัวที่เลี้ยงไว้ไปกินหญ้า
    - 12.15 น. นายทิวากรก็ได้กลับเข้าบ้านเพื่อกินข้าวเที่ยง และพักผ่อน
    - 16.25 น. นายทิวากรก็ได้ออกไปสวนยางพาราเพื่อไปเอาหญ้าให้วัวและเอาวัวเข้าคอก

    (อ้างอิง: คำร้องขอเพิ่มเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว ศาลจังหวัดขอนแก่น คดีหมายเลขดำที่ อ.399/2564 ลงวันที่ 15 มิ.ย. 2564 และ https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/4067523923297431)
  • เวลา 9.40 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาคดี โจทก์ จําเลย และเสมียนทนายจําเลยมาศาล ทนายจําเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายจําเลยยื่นคําร้องว่า ทนายจําเลยในฐานะผู้ประกันจําเลยติดว่าความในคดีแพ่งของศาลจังหวัดอุดรธานี ขอเลื่อนการไต่สวนคดีสักนัด

    ศาลถามเบื้องต้นว่า ตามหลักฐานที่โจทก์อ้างในคำร้องขอให้เพิ่มเงื่อนไขประกัน ทิวากรได้ดูแล้ว ยืนยันหรือไม่ว่า เป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าว ทิวากรแถลงรับว่าเป็นผู้โพสต์จริง และพร้อมจะอธิบายต่อศาลว่า ข้อความไม่ได้ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ตามที่โจทก์ระบุ แต่จําเลยประสงค์ที่จะให้ทนายจําเลยซึ่งเป็นผู้ประกันอยู่ร่วมด้วยในขณะเบิกความ จึงขอเลื่อนคดีไปสักนัด

    โจทก์ไม่ค้านการเลื่อนคดี และแถลงเพิ่มเติมว่า การขอให้เพิ่มเงื่อนไขประกัน ไม่ได้จะจำกัดสิทธิของจำเลย แต่ขอให้งดเว้นการกระทำที่คล้ายกับการกระทำที่จำเลยถูกฟ้อง

    ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดี เนื่องจากศาลต้องสอบถามนายประกันด้วยว่า มีเหตุให้ศาลเพิ่มเงื่อนไขประกันหรือไม่ ประกอบกับจําเลยต้องการให้ทนายจําเลยอยู่ร่วมด้วยขณะที่มีการไต่สวนคําร้อง จึงมีเหตุสมควรให้เลื่อนนัดไต่สวนคําร้องไปเป็นวันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 9.00 น. ตามที่จําเลยแถลงขอและมีวันว่างตรงกัน

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดขอนแก่น คดีหมายเลขดำที่ อ.399/2564 ลงวันที่ 5 ก.ค. 2564)
  • ศาลสั่งในสำนวนให้เลื่อนการไต่สวนออกไปก่อน โดยยังไม่กำหนดวันนัดใหม่ เนื่องจากสถานการณ์โควิด

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ทิวากร วิถีตน

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์