ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1537/2564

ผู้กล่าวหา
  • กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ฝ่ายปกครอง)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.1537/2564
ผู้กล่าวหา
  • กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ความสำคัญของคดี

สุทธิเทพ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ถูกดำเนินคดีในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 โดยถูกกระทรวงดิจิตอลฯ กล่าวหาว่า โพสต์ข้อความวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “คณะประชาชนปลดแอก” สุทธิเทพให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัวทั้งในชั้นสอบสวนและระหว่างพิจารณาคดี ใช้เงินสด 90,000 บาทเป็นหลักประกัน โดยศาลอาญากำหนดเงื่อนไข “ห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ดูหมิ่นผู้ใด”

นับตั้งแต่มีการนำมาตรา 112 กลับมาบังคับใช้กับผู้ที่แสดงออกทางการเมืองตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา คดีนี้นับเป็นคดีที่ 8 ที่กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้แจ้งความ และเป็นกรณีที่ 13 ที่ศาลออกหมายจับ โดยกรณีนี้ ปอท.ได้ออกหมายเรียกก่อน แต่หมายส่งไปที่บ้านซึ่งสุทธิเทพไม่ได้อยู่ ทำให้เขาไม่ได้รับหมายและไม่ได้ไปตามหมายเรียก

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

จุลพงษ์ พวงสุวรรณ พนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสุทธิเทพ บรรยายคำฟ้องโดยสรุปว่า

ขณะเกิดเหตุประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยรัชกาลที่ 10 เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 2 บัญญัติว่า “ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และมาตรา 6 บัญญัติว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดไม่ได้”

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 จำเลยได้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทางเฟซบุ๊ก ด้วยการใช้บัญชีเฟซบุ๊กของจำเลย และโพสต์ข้อความในกลุ่ม “คณะประชาชนปลดแอก – Free People” ซึ่งมีการตั้งค่าเป็นสาธารณะและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

เนื้อหาของข้อความเป็นการประชดประชันคำกล่าวอ้างของกลุ่มรักเจ้าว่า การวิพาษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยจะทำให้ตกนรก โดยมีข้อความบางส่วนระบุว่า “ถ้าการด่าเจ้า วิจารณ์วิพากษ์วิจารณ์เจ้าแล้วมันต้องตกนรก เอาว่ะ กูยอมตกนรก […ข้อความวิจารณ์สถาบันกษัตริย์…]”

อันเป็นความเท็จ และเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ที่น่าจะทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยจําเลยมีเจตนาทําลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ และข้อมูลที่จำเลยนำเข้ายังถือเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1537/2564 ลงวันที่ 2 ก.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.พิเชต ชมมณฑา สว.กก.2 กองบังคับการปราบปราม และ พ.ต.ต.กิตติพงศ์ อมฤตโอฬาร จากกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (กก.3 บก.ปอท.) เข้าจับกุมสุทธิเทพในห้างสรรพสินค้าย่านรามอินทรา ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 498/2564 ลงวันที่ 12 มี.ค. 2564 ในข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก่อนควบคุมตัวไปที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เพื่อทำบันทึกจับกุมและบันทึกตรวจยึด

    ในบันทึกการจับกุมบรรยายพฤติการณ์ในการจับกุมว่า “เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุม ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ออกสืบสวนติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับดังกล่าว และได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ จนทราบว่าผู้ถูกจับได้มาทํางานอยู่ใกล้เคียงบริเวณสถานที่จับกุม”

    “ต่อมาวันนี้ 9 เม.ย. 2564 เวลาประมาณ 11.30 น. จึงได้เดินทางไปสังเกตการณ์เพื่อทําการจับกุม จนกระทั่งพบผู้ถูกจับ มีตําหนิรูปพรรณตรงกับผู้กระทําความผิดตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจและแสดงหมายจับให้ผู้ถูกจับดูจนเป็นที่พอใจแล้ว และผู้ถูกจับให้การยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับในหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับและสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบ และแจ้งว่าต้องถูกจับ โดยผู้ถูกจับไม่ขอให้การในชั้นจับกุม”

    ตำรวจชุดจับกุมยังได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของสุทธิเทพไปจำนวน 1 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดไว้เป็นของกลาง

    หลังทำบันทึกจับกุมเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสุทธิเทพมาที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (กก.3 บก.ปอท.) เพื่อแจ้ง 2 ข้อหา ได้แก่ ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ “นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (3)

    โดยข้อความที่ถูกกล่าวหา ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้แจ้งความ เป็นการโพสต์ในกลุ่ม “ประชาชนปลดแอก” เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ มีข้อความบางตอนว่า “ถ้าวิจารณ์เจ้าแล้วตกนรก กูยอมตกนรก […ข้อความวิจารณ์สถาบันกษัตริย์…]”

    สุทธิเทพให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวสุทธิเทพไปขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง โดยจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในวันรุ่งขึ้น

    กรณีของสุทธิเทพนี้จากการสอบถามตำรวจและสุทธิเทพพบว่า ปอท.ได้ออกหมายเรียกก่อน แต่หมายส่งไปที่บ้านซึ่งสุทธิเทพให้คนอื่นเช่า และไม่มีใครบอกเขา ทำให้เขาไม่ทราบและไม่ได้ไปตามหมายเรียก เจ้าหน้าที่ ปอท.จึงไปขอศาลอาญาออกหมายจับดังกล่าว

    นับตั้งแต่มีการนำมาตรา 112 กลับมาบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา คดีนี้นับเป็นคดีที่ 8 ที่มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ และเป็นกรณีที่ 13 ที่ศาลออกหมายจับ

    (อ้างอิง: หมายจับ ศาลอาญา ที่ 498/2564 ลงวันที่ 12 มี.ค. 2564, บันทึกจับกุม กก.2 ปก.ป. ลงวันที่ 9 เม.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/28206)
  • ที่ศาลอาญา รัชดา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท.นำตัว สุทธิเทพไปขอฝากขังระหว่างการสอบสวน ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยเงินสดจำนวน 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ อีกทั้งยังระบุในคำร้องว่าพฤติการณ์แห่งคดีนี้นั้นยังเป็นการกล่าวหาของพนักงานสอบสวนฝ่ายเดียว และผู้ต้องหาพร้อมจะต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลต่อไป อีกทั้งผู้ต้องหายังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด ผู้ต้องหายังเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่สามารถไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้ โดยพยานหลักฐานในคดีนี้ พนักงานสอบสวนก็ได้รวบรวม และอยู่ในความครอบครองแล้วทั้งสิ้น

    ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังตามที่พนักสอบสวนยื่นคำร้อง ก่อนที่ในช่วงบ่ายอนุญาตให้ประกันตัว กำหนดวงเงินประกัน 90,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข “ห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ดูหมิ่นผู้ใด” และนัดรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ค. 64 เวลา 08.30 น.​

    (อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1, คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอาญา ลงวันที่ 10 เม.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/28225)
  • สุทธิเทพเดินทางมารายงานตัวต่อศาลอาญาตามนัด ศาลนัดรายงานตัวครั้งต่อไปในวันที่ 9 มิ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.
  • สุทธิเทพเดินทางมารายงานตัวต่อศาลอาญาตามนัด ศาลนัดรายงานตัวครั้งต่อไปในวันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.
  • สุทธิเทพเดินทางมารายงานตัวต่อศาลอาญาตามหมายนัด ศาลนัดรายงานตัวครั้งต่อไปในวันที่ 5 ก.ค. 2564 เวลา 09.00 น.
  • จุลพงษ์ พวงสุวรรณ พนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3) ยื่นฟ้องสุทธิเทพต่อศาลอาญา คำฟ้องของอัยการระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 จำเลยได้โพสต์ข้อความในกลุ่ม “คณะประชาชนปลดแอก – Free People” เนื้อหาของข้อความเป็นการประชดประชันคำกล่าวอ้างของกลุ่มรักเจ้าว่า การวิพาษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยจะทำให้ตกนรก “ถ้าการด่าเจ้า วิจารณ์วิพากษ์วิจารณ์เจ้าแล้วมันต้องตกนรก เอาว่ะ กูยอมตกนรก […ข้อความวิจารณ์สถาบันกษัตริย์…]” ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ และเป็นการดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยจําเลยมีเจตนาทําลายสถาบันกษัตริย์ ทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อกษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ และข้อความที่โพสต์ยังเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

    ท้ายคำฟ้องอัยการได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี โดยให้เหตุผลว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง และเป็นคดีความมั่นคง

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1537/2564 ลงวันที่ 2 ก.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/31762)
  • สุทธิเทพ เดินทางมารายงานตัวต่อศาลตามนัด หลังครบกำหนดฝากขัง 84 วัน และรับทราบคำฟ้อง ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาล จากนั้นผู้พิพากษาได้สอบถามคำให้การจำเลยเบื้องต้น โดยสุทธิเทพได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 9 ส.ค. 64 เวลา 09.00 น.

    ต่อมา ทนายได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เดิมที่เคยวางเป็นหลักประกันในชั้นสอบสวน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีในเวลาต่อมา

    จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คดีนี้นับเป็นคดีมาตรา 112 คดีที่ 25 ที่อัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาล และเป็นคดีที่ 8 ที่มีกระทรวงดิจิตัลเป็นผู้เข้าแจ้งความ นับตั้งแต่การกลับมาใช้มาตรานี้เพื่อดำเนินคดีกับผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์เมื่อปลายปี 2563

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1537/2564 ลงวันที่ 2 ก.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/31762)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
สุทธิเทพ (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
สุทธิเทพ (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์