ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.1335/2564

ผู้กล่าวหา
  • นิรุตต์ แก้วเจริญ (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1335/2564
ผู้กล่าวหา
  • นิรุตต์ แก้วเจริญ

ความสำคัญของคดี

จรัส (สงวนนามสกุล) นักศึกษาระดับชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยในจังหวัดจันทบุรี ถูกประชาชนแจ้งความดำเนินคดี หลังจรัสแสดงความคิดเห็นตอบโดยวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในกลุ่ม “เพจจันทบุรี” เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 โดยครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ" ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1)

ภายหลังเมื่อมีการนำมาตรา 112 กลับมาดำเนินคดีผู้แสดงออกทางการเมืองอีกครั้ง อัยการได้ให้ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมฐาน "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และยื่นฟ้องต่อศาลใน 2 ข้อหาดังกล่าว แม้ว่าข้อความที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิด เป็นการแสดงความเห็นต่อแนวคิดของรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นอดีตกษัตริย์ ไม่ใช่บุคคลที่มาตรา 112 มุ่งให้ความคุ้มครอง

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

คำฟ้องของสุรเชษฐ บุญสนอง พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี บรรยายพฤติการณ์ในคดีโดยสรุปว่า

ปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีเป็นประมุข และรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนอย่างแท้จริง ต่อมาในวันที่ 13 ต.ค. 2559 ได้ทรงเสด็จสวรรคต ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่ามาโดยตลอด และทรงมีแนวพระราชดำริว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย ดังพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2517 มีความบางตอนว่า

“การพัฒนาประเทศจําต้องทําเป็นลําดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานความมั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลําดับต่อไป หากมุ่งแต่จะสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศกําลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้”

ต่อมาวันที่ 7 เม.ย. 2563 จําเลยโดยมีเจตนาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเสด็จสวรรคตดังกล่าวต่อบุคคลที่สาม ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อบัญชี (เพจ) “จันทบุรี” ซึ่งมีประชาชนทั่วไปเป็นสมาชิกเป็นจํานวนมาก กล่าวถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าวข้างต้น ซึ่งมีความหมายว่า แนวพระราชดําริว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียงที่รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นทฤษฎีที่นํามาหลอกลวงประชาชนชาวไทย ให้เพียงพอ ประหยัด บังคับให้ประชาชนอยู่ใต้อำนาจโดยง่าย โดยประการที่น่าจะทำให้รัชกาลที่ 9 เสื่อมเสียพระเกียรติ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยเจตนาแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะ อันเป็นการนำเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดจันทบุรี คดีหมายเลขดำที่ อ.1335/2564 ลงวันที่ 27 พ.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • จรัสพร้อมผู้ปกครองเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก สภ.เมืองจันทบุรี เนื่องจากถูกนิรุตต์ แก้วเจริญ กล่าวหาว่า “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

    พนักงานสอบสวนแจ้งพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 เวลา 02.00 น. ผู้กล่าวหาซึ่งอาศัยอยู่ที่อำเภอเมืองจันทบุรี ได้เปิดใช้งานโทรศัพท์มือถือส่วนตัวและคอมพิวเตอร์เข้าดูโซเชียลมีเดียสื่อเฟซบุ๊ก “เพจจันทบุรี” พบข้อความซึ่งผู้ดูแลเพจโพสต์ว่า “ช่วงนี้โรคโควิดระบาด เศรษฐกิจไม่ดี ให้ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง” หลังจากนั้นไม่นานมีสมาชิกในกลุ่มเพจได้แสดงความคิดเห็นลงในโพสต์ และผู้กล่าวหาอ้างว่าจรัสได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นว่า

    “Nirut Kaewcharoen ไม่ต้องรู้หรอก ว่าผมทำไรบ้างอะ แต่แค่ผมจะสื่อสารว่าเราโดนหลอกอะ ทฤษฎีที่มันเอามาแค่หลอกให้พวก ปชช ที่ไม่รู้จักรู้ร้อนรู้หนาว(คนส่วนใหญ่)ได้สบายใจกับคำว่าพอเพียง กับคำว่าประหยัด ส่วนพวกบุคคลที่ได้รับผลกระทบจริงๆ กลับไม่มีอะไรมาเยียวยาเค้าเลย แบบนี้พอเข้าใจว่ามันไม่ควรใช้ยังไง อารมณ์แบบเราเสียภาษีให้กษัตริย์เพื่อให้กษัตริย์มาพัฒนาประเทศและดูแลทุกคนใน ปทท ปะ ไม่ใช่ทอดทิ้งคนกลุ่มล่างปะวะ คิดเอาว่าคนพวกนี้จะอยู่ไง ลำบากแค่ไหน ตื่นมาหาหาข้าวกินสักมื้อนี่โคตรจะลำบากแล้ว ไม่เคยเห็นคนพวกนี้เข้าถึงทฤษฎีนี้สักนิด เพราะผมพูดเลยว่าไม่ต้องมีเศรษฐกิจพอเพียงคนไทยก็อยู่ได้ (แม่งแค่ฉลาดบอกคนไทยให้พอ มันจะรวยได้คนเดียวจะได้กดหัวหัวง่ายๆ) คิดแบบนี้นะ บอกเลยมันโหนคำว่าประหยัดเพื่อหลอก ปชช ครับ คืนประเทศไทยให้คนไทยจะเปลี่ยนให้เป็นเมือง”

    ผู้กล่าวหาอ้างว่าข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลทั่วไปที่มาอ่าน เข้าใจผิดว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับจรัส

    พนักงานสอบสวนจึงข้อกล่าวหาจรัสว่า “นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1)

    ในการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ซึ่งไม่มีทนายความอยู่ร่วม มีเพียงผู้ปกครอง จรัสได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การเบื้องต้นว่าไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลหรือเจตนาหมิ่นประมาทกษัตริย์ แต่โพสต์เป็นเชิงตั้งคำถามให้เจ้าของโพสต์ได้ทราบ

    หลังเสร็จกระบวนการ พนักงานสอบสวนไม่ได้ควบคุมตัวจรัสไว้

    ทั้งนี้จากข้อความที่ถูกกล่าวหานั้น พบว่าเป็นข้อความที่เป็นการแสดงความคิดเห็นตอบผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษชื่อเดียวกับ “นิรุตต์ แก้วเจริญ” ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาในคดีนี้เอง

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/27031)

  • จรัสเดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี เพื่อฟังคำสั่งตามที่พนักงานอัยการนัดหมาย หลังพนักงานสอบสวนส่งตัวจรัสพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรีในเดือนพฤศจิกายน 2563 แต่อัยการยังไม่มีคำสั่ง นัดหมายมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 27 ม.ค. 2564 เวลา 10.00 น.
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง นัดหมายมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2564 เวลา 10.00 น.
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง นัดหมายมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 10.00 น.
  • จรัสพร้อมทนายความเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ที่ สภ.เมืองจันทบุรี หลัง ร.ต.อ.พิชิต สายกระสุน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ออกหมายเรียกลงวันที่ 9 มี.ค. 2564 ให้จรัสไปรับทราบข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” และนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เพิ่มเติม

    ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2564 อัยการได้แจ้งจรัสว่า มีคำสั่งจากทางอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ภายใต้คณะทำงานกำหนดแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้แจ้งข้อกล่าวหาต่อจรัสเพิ่มเติม ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ”

    พนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์ในคดีเช่นเดิมที่เคยได้แจ้งมาแล้ว โดยไม่ได้มีพฤติการณ์อื่นๆ เพิ่มเติม ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

    จรัสให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา เมื่อสอบปากคำเสร็จพนักงานสอบสวนได้ให้ปล่อยตัวจรัส ไม่ได้ควบคุมตัวไว้

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สภ.เมืองจันทบุรี ลงวันที่ 15 มี.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/27031)
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง เลื่อนฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 27 เม.ย. 2564 เวลา 10.00 น.
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง เนื่องจากตำรวจยังไม่ส่งสำนวนสอบสวนที่สอบเพิ่มเติมให้อัยการ เลื่อนไปฟังคำสั่งวันที่ 27 พ.ค. 2564
  • จรัสเดินทางไปฟังคำสั่งอัยการ ก่อนจะทราบว่าอัยการมีคำสั่งฟ้องจรัส ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

    จากนั้นอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลรับฟ้องไว้ ต่อมาญาติของจรัสได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี วงเงินประกัน 150,000 บาท โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ ซึ่งญาติได้ใช้เงินสดส่วนตัววางเป็นหลักประกัน ศาลกำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 28 มิ.ย. 2564 เวลา 9.00 น. และนัดสอบคำให้การวันที่ 5 ก.ค. 2564 เวลา 9.00 น.

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดจันทบุรี คดีหมายเลขดำที่ อ.1335/2564 ลงวันที่ 27 พ.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/30136)
  • จรัสพร้อมทนายความเดินทางไปตามนัดของศาล
  • จรัสและทนายจำเลยเดินทางมาศาล ศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง และสอบถามคำให้การ จรัสยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือประกอบ โดยให้การในประเด็นว่าข้อความตามฟ้องนั้นเกี่ยวข้องกับการตั้งคำถามเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่น หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 อีกทั้งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น มุ่งคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ยังทรงครองราชย์อยู่เท่านั้น

    จากนั้น พนักงานอัยการโจทก์ ได้แถลงขอนำส่งพยานเอกสารจำนวน 5 ฉบับ และส่งให้ฝ่ายจำเลยตรวจ ขณะที่จำเลย ยังไม่มีพยานเอกสารที่จะส่งต่อศาล หลังจากตรวจดูเอกสาร คู่ความแถลงว่าไม่มีข้อเท็จจริงในเอกสารใดที่สามารถรับกันได้

    อัยการโจทก์ได้แถลงว่าประสงค์จะนำสืบพยานบุคคลทั้งหมด 5 ปาก ได้แก่ ผู้กล่าวหา ซึ่งเป็นผู้พบข้อความตามฟ้อง, เพื่อนของจำเลย, คณะพนักงานสอบสวนที่ทำสำนวนคดีนี้ อีกจำนวน 3 นาย โดยโจทก์ของใช้เวลาสืบพยานจำนวน 1 นัด

    ฝ่ายทนายจำเลยแถลงประสงค์จะนำสืบพยานทั้งหมด 2 ปาก ได้แก่ ตัวจำเลยเอง และพยานนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ โดยขอใช้เวลาสืบพยานทั้งหมดครึ่งนัด

    ศาลพิเคราะห์แล้ว ได้อนุญาตให้คู่ความสืบพยานได้ตามจำนวนนัดที่ร้องขอ และคู่ความตกลงวันนัดสืบพยานในวันที่ 7-8 ตุลาคม 2564

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/31732)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
จรัส (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
จรัส (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์