ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
ดำ อ.618/2564

ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง (ตำรวจ)
  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
ดำ อ.618/2564

ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง (ตำรวจ)
  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
ดำ อ.618/2564

ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง (ตำรวจ)
  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.618/2564

ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง (ตำรวจ)
  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
ดำ อ.618/2564

ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ

หมายเลขคดี

ดำ อ.618/2564
ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง

ข้อหา

  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ

หมายเลขคดี

ดำ อ.618/2564
ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง

ข้อหา

  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ

หมายเลขคดี

ดำ อ.618/2564
ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง

ข้อหา

  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.618/2564
ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง

ข้อหา

  • แจ้งโดยตำรวจ
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ

หมายเลขคดี

ดำ อ.618/2564
ผู้กล่าวหา
  • ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง

ความสำคัญของคดี

นักศึกษาและประชาชนในจังหวัดลำปางรวม 5 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 10 โดยถูกกล่าวหาว่า แขวนป้ายผ้าที่มีข้อความ “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19” บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563 พินิจ ทองคำ 1 ใน 5 ราย ยังถูกดำเนินคดีข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) ด้วย โดยถูกระบุว่า เป็นผู้นำภาพป้ายที่แขวนบนสะพานดังกล่าวไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก "พิราบขาวเพื่อมวลชน" ทั้งหมดไม่ถูกควบคุมตัวในชั้นสอบสวน และได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตีความประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความอย่างกว้าง จนกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยสันติของประชาชนที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

ร.ต.อ.มณเฑียร อยู่ทิม พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง บรรยายคำฟ้องโดยสรุปได้ว่า

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563 จำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นแกนนำและสมาชิกกลุ่มการเมือง ใช้ชื่อว่า “กลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน” ได้ร่วมกันกระทำความผิด กล่าวคือ

1. จำเลยทั้งห้าร่วมกันจัดทำป้ายผ้าสีขาว เขียนข้อความว่า “งบสถาบันพระมหากษัตริย์>วัคซีน COVID19” โดยเครื่องหมาย > เป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งมีความหมายว่า มีค่ามากกว่า และเมื่ออ่านข้อความทั้งหมดบนแผ่นป้ายแล้ว ทำให้ปรากฏได้ความหมายว่า งบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลจัดสรรนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ อันหมายถึง พระมหากษัตริย์และพระราชินีนั้น ได้งบประมาณมาก หรือมีมากกว่างบประมาณที่จัดหาวัคซีน Covid-19

จากนั้นจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันนำแผ่นป้ายผ้าไปผูกติดตั้ง แขวน ประกาศโฆษณาแก่ประชาชนบุคคลทั่วไปไว้บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการแสดงกิริยาจาบจ้วง ล่วงเกิน ลบหลู่ ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้าย ทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 และพระบรมราชินี เพื่อให้ประชาชนบุคคลทั่วไปที่ได้เห็นและอ่านข้อความเข้าใจว่างบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์ อันหมายถึงพระมหากษัตริย์และพระราชินี ที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลนั้นมีจำนวนมาก ไม่เป็นไปตามหลักการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ซึ่งมากกว่างบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินที่รัฐบาลได้จัดสรรในการดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโรค Covid-19 ซึ่งเป็นโรคที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นการได้เปรียบหรือเอาเปรียบประชาชน

การกระทำดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และเป็นการโฆษณาด้วยการปิด ทิ้งโปรยกระดาษ หรือใบปลิว ในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

2. ภายหลังจากนั้น จำเลยที่ 1 ยังนำเอารูปภาพถ่ายแผ่นป้ายผ้าดังกล่าวที่มีผู้ถ่ายบันทึกภาพไว้ โพสต์เฟซบุ๊กบัญชีชื่อ “พิราบขาวเพื่อมวลชน” ของจำเลยที่ 1 กับพวก พร้อมกับระบุข้อความว่า “เวลานี้ แกนนำกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน ขึ้นป้าย ‘งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID 19’ บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง” อันเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดลำปาง คดีหมายเลขดำที่ อ.618/2564 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 10.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง นักศึกษาและประชาชนในจังหวัดลำปางรวม 5 ราย ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

    สำหรับผู้ถูกออกหมายเรียก 5 ราย ได้แก่ 1. พินิจ ทองคำ นักศึกษาวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และสมาชิกกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน, 2. วรรณพร หุตะโกวิท บัณฑิตคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาชิกกลุ่ม NU-Movement, 3. ภัทรกันย์ แข่งขัน นักศึกษาคณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 4. ยุพดี กูลกิจตานนท์ แม่ค้าในจังหวัดลำปาง และ 5. “หวาน” (นามสมมติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

    ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานคณะก้าวหน้าจังหวัดลำปาง และบ้านพักของนักศึกษา 2 ราย โดยมีการแสดงหมายค้นออกโดยศาลจังหวัดลำปาง ก่อนตรวจยึดแผ่นป้ายไวนิล, ถังสีแดงและเหลือง, ขวดน้ำพลาสติกตัดครึ่งที่ใช้ผสมสี, แปรงทาสี และเชือกฟาง จำนวน 7 รายการ ทั้งยังส่งหมายเรียกผู้ต้องหาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมี ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง เป็นผู้กล่าวหา ให้กับกลุ่มนักศึกษา โดยระบุว่า มีผู้ถูกออกหมายเรียกทั้งหมด 5 ราย

    การเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตั้งแผงรั้วเหล็กรอบบริเวณอาคารสถานีตำรวจ และตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิสำหรับคนที่ผ่านเข้าออก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบราว 50 นาย และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีกราว 20 นายกระจายตัวอยู่โดยรอบ

    ขณะเดียวกันมีกลุ่มนักศึกษา อาจารย์ และประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจผู้ถูกออกหมายเรียกราว 20 คนด้วย โดยมี พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท ผู้กำกับ สภ.เมืองลำปาง เข้ามาชี้แจงกระบวนการในวันนี้ให้กับผู้เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาไว้ในวันนี้

    ก่อนเข้าไปยังห้องสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจัดสอบประวัติส่วนตัว ที่อยู่ และถ่ายภาพผู้ที่เข้ามาในอาคาร และมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคอยติดตามประกบถ่ายภาพกลุ่มผู้ถูกออกหมายเรียก ทั้งในขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหายังมีการตั้งกล้องบันทึกวีดีโอไว้โดยตลอด

    นอกจากนั้นทางตำรวจยังเตรียมจัดหาทนายความจากสภาทนายความเอาไว้ แต่ทางผู้ถูกออกหมายเรียกทั้งหมดยืนยันว่าตนมีทนายความอยู่แล้ว

    คณะพนักงานสอบสวนซึ่งแต่งตั้งตามคำสั่งของตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง นำโดย พ.ต.ท.สืบสกุล ขุนเพิ่ม รองผู้กำกับสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาต่อทั้ง 5 คน โดยได้มีการแยกห้องในการแจ้งข้อหาและสอบปากคำเป็นรายบุคคล

    ข้อกล่าวหาระบุว่า ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เวรสืบสวน ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 09.00 น. ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 09.00 น. ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคง และข้อมูลร้องเรียนทั่วไปผ่านเว็บไซต์และเพจต่างๆ พบว่าเพจของกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน ได้โพสต์ภาพและข้อความกรณีมีการแขวนป้ายผ้าไว้ที่ราวสะพาน บริเวณกลางสะพานรัษฎาภิเศก พร้อมระบุข้อความว่า “เวลานี้ แกนนำกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน ขึ้นป้าย ‘งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID 19’ บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง”

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง, เจ้าหน้าที่สายตรวจเวร จึงไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ จึงพบว่ามีการติดป้ายที่เขียนข้อความดังกล่าว ไว้บริเวณสะพานรัษฎาภิเษก จึงได้ร่วมกันตรวจยึดป้ายดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง และมีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดครั้งนี้ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 10 โฆษณาด้วยการปิดแผ่นประกาศในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

    พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหาดังกล่าวต่อทั้ง 5 คน โดยอ้างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุของช่วงวันเกิดเหตุ ทำให้เชื่อว่าทั้ง 5 คนเกี่ยวข้องกับการติดป้ายดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาทั้งห้าให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป

    พนักงานสอบสวนยังระบุว่าคดีนี้จำเป็นต้องมีการเก็บพยานหลักฐาน DNA อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่มารอไว้แล้ว จึงขอเก็บหลักฐานดังกล่าวจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งห้าคน โดยทางตำรวจระบุว่าหากไม่ยินยอม อาจเป็นผลร้ายต่อผู้ถูกกล่าวหาเอง อีกทั้งยังกล่าวเสริมว่าหากเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เมื่อได้ปรึกษากันแล้ว ทางกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาจึงยินยอมให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.5) เก็บตัวอย่าง DNA จากกระพุ้งแก้ม

    นอกจากนั้น พนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งหมดพิมพ์ลายนิ้วมือสำหรับตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และให้ปล่อยตัวไปโดยไม่ได้มีการควบคุมตัวไว้ โดยนัดหมายมารายงานตัวกับทางตำรวจต่อไปในวันที่ 18 ก.พ. 2564

    ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่าในการแจ้งข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการระบุว่า ข้อความในป้าย ‘งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19’ เข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างไร

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สภ.เมืองลำปาง ลงวันที่ 25 ม.ค. 2564, https://tlhr2014.com/archives/25254 และ https://tlhr2014.com/archives/25502)
  • ที่ สภ.เมืองลำปาง พินิจ ทองคำ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เพิ่มเติม หลังได้รับหมายเรียก ซึ่งออกเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2564 ตำรวจได้มีการออกหมายเรียกเฉพาะนายพินิจ ให้ไปรับทราบข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพิ่มเติม โดยระบุว่าทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ให้แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวเพิ่มเติมกับนายพินิจ

    พ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง แจ้งข้อกล่าวหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) โดยระบุว่าพินิจมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับบัญชีเฟซบุ๊กเพจ “พิราบขาวเพื่อมวลชน” และเป็นคนนำเอาภาพถ่ายและข้อความที่เป็นการดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าว

    พ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง แจ้งข้อกล่าวหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” โดยระบุว่าหลังจากการตรวจยึดป้ายผ้าข้อความ “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19” พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบถามการโพสต์ภาพถ่ายป้ายดังกล่าวและข้อความในเพจ “พิราบขาวเพื่อมวลชน” ไปยัง ปอท. จนกระทั่งวันที่ 2 ก.พ. 2564 บก.ปอท. ได้ทำหนังสือตอบกลับ โดยยืนยันว่าเพจดังกล่าวได้โพสต์ภาพถ่ายและข้อความบนป้ายที่มีการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์จริง นอกจากนั้นยังตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีชื่อเป็นแกนนำจัดตั้งกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน ที่มีการโพสต์ภาพดังกล่าว เชื่อว่าผู้ต้องหามีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว และเป็นคนนำเอาภาพถ่ายและข้อความที่เป็นการดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวมีผู้ติดตามถึง 15,439 คน

    พินิจได้ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และให้ปล่อยตัวพินิจไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้ ตลอดกระบวนการตำรวจได้ตั้งกล้องบันทึกวิดีโอไว้ ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 1 นาย คอยนั่งเฝ้าอยู่ภายในห้องสอบสวนตลอดเวลา และถ่ายรูป โดยเจ้าหน้าที่นายดังกล่าวไม่ใช่พนักงานสอบสวน ไม่ได้แสดงความเกี่ยวข้องกับคดี และไม่ได้ระบุตนว่ามาจากหน่วยงานใด

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สภ.เมืองลำปาง ลงวันที่ 15 ก.พ. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/25964)
  • พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องคดี ส่งสำนวนและส่งตัวผู้ต้องหาต่อพนักงานอัยการจังหวัดลำปาง พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งวันที่ 21 เม.ย. 2564 เวลา 09.00 น.
  • พนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่งในคดี นัดรายงานตัวและฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 18 พ.ค. 2564
  • พนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่งในคดี นัดรายงานตัวและฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 22 มิ.ย. 2564
  • พนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่งในคดี นัดรายงานตัวและฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 24 ส.ค. 2564
  • พนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่งในคดี นัดรายงานตัวและฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 28 ก.ย. 2564
  • พนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่งในคดี นัดรายงานตัวและฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 3 พ.ย. 2564
  • พนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่งในคดี นัดรายงานตัวและฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 16 ธ.ค. 2564
  • พนักงานอัยการจังหวัดลำปางมีคำสั่งฟ้องพินิจและเพื่อนรวม 5 คน ในฐานความผิด ร่วมกันหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, ร่วมกันปิดแผ่นประกาศในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)

    นักศึกษาและประชาชนทั้ง 5 คน พร้อมกับทนายความ และนายประกัน ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดลำปาง ก่อนเจ้าหน้าที่ศาลเรียกให้ทั้ง 5 คน และทนายความ เข้ารับการตรวจหาเชื้อโรคติดต่อโคโรนา 2019 ด้วยวิธี Antigen Test Kit หรือ ATK โดยไม่ปรากฏว่ามีการตรวจหาเชื้อกับผู้เดินทางมาศาลคนอื่นๆ อีกแต่อย่างใด

    เวลา 10.30 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการจังหวัดลำปางนำสำนวนคดีมายื่นต่อศาลแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลได้ให้จำเลยทั้ง 5 คน เข้าไปในห้องควบคุมตัวบริเวณห้องขังด้านหลังศาล โดยอนุญาตให้ทนายความเข้าไปด้วย 1 คน

    หลังจากนั้นนายประกัน 4 คน ได้แก่ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง, อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาชิกผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ได้ยื่นเอกสารประกอบคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งหมดต่อศาล โดยขอใช้ตำแหน่งของอาจารย์ประกันตัวนักศึกษา 3 คน และใช้ตำแหน่ง ส.ส. ขอประกันตัวจำเลยอีก 2 คน

    ขณะที่ในเวลา 11.55 น. ศาลได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังจำเลยทั้งหมด เพื่ออ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง และสอบถามคำให้การ ทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

    จนเวลา 15.10 น. ราว 4 ชั่วโมงครึ่งหลังจำเลยทั้งหมดถูกควบคุมตัว ศาลจังหวัดลำปางได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 โดยไม่มีเงื่อนไขใด พร้อมกำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 25 ม.ค. 2565 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 7 ก.พ. 2565 เวลา 09.00 น.

    อย่างไรก็ตาม ตามคำฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ขณะที่พินิจ จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ด้วยอีกหนึ่งข้อหา

    ทั้งนี้ อัยการไม่คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งห้าระหว่างพิจารณาคดี แต่ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งริบแผ่นป้ายผ้าและชิ้นส่วนเชือกที่ถูกเจ้าพนักงานตรวจยึดเป็นของกลางด้วย

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดลำปาง คดีหมายเลขดำที่ อ.618/2564 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/38902)
  • จำเลยทั้งห้ายืนยันให้การปฎิเสธ ศาลสอบถามแนวทางในการต่อสู้คดี จำเลยยืนยันสู้ทั้งข้อกฎหมาย, ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงบประมาณสถาบัน และการตีความกฎหมาย

    ศาลนัดพร้อมในวันที่ 7 ก.พ. 2565 โดยแจ้งให้ทนายจำเลยเตรียมบัญชีพยานต่างๆ มาให้พร้อมด้วย เพื่อจะได้พิจารณาคดีรวดเร็ว จำเลยยังเป็นนักศึกษาจะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องคดี
  • ศาลอ่านและอธิบายคําฟ้องให้จําเลยทั้งห้าฟังอีกครั้ง ต่อหน้าทนายความของจําเลยทั้งห้า จําเลยทั้งห้ายืนยันให้การปฏิเสธ

    โจทก์อ้างส่งเอกสารเป็นพยานรวม 28 อันดับ วัตถุพยาน 7 อันดับ ประสงค์สืบพยานบุคคล รวม 24 ปาก ตามบัญชีระบุพยาน พยานอันดับที่ 1-9 เป็นตํารวจชุดสืบสวนติดตามจําเลยทั้งห้า อันดับที่ 10 เป็นตํารวจตรวจสอบการกระทําความผิดทางเทคโนโลยีในคดีนี้ อันดับที่ 11-14 เป็นพยานที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกระทําความผิดคดีนี้ พยานอันดับที่ 15-23 เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน และอันดับที่ 24 เป็นพนักงานสอบสวน ใช้เวลาสืบ 4 นัด

    ทนายจําเลยทั้งห้าแถลงประสงค์จะสืบพยานบุคคลรวม 11 ปาก พยานอันดับที่ 1-5 จําเลยอ้างตนเองเป็นพยาน อันดับที่ 6 เป็นอาจารย์ผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับบริบทของสังคมไทยที่เปลี่ยนไป อันดับที่ 7 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อภิปรายเรื่องงบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์ และงบวัคซีนโควิค อันดับที่ 8 เป็นอาจารย์รู้เห็นเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณแผ่นดิน อันดับที่ 9 เป็นพยานรู้เห็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ กับพระมหากษัตริย์ อันดับที่ 10 เป็นผู้ให้ความเห็นการตีความสถาบันพระมหากษัตริย์ กับพระมหากษัตริย์ ในทางรัฐศาสตร์ และอันดับที่ 11 อาจารย์ผู้ให้ความเห็นการตีความการใช้บังคับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขอใช้เวลาสืบ 3 นัด

    นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 19-22 ก.ค. 2565 สืบพยานจำเลยวันที่ 26-27 และ 29 ก.ค. 2565

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดลำปาง คดีหมายเลขดำที่ อ.618/2564 ลงวันที่ 7 ก.พ. 2565)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภัทรกันย์ แข่งขัน

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ยุพดี กูลกิจตานนท์

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วรรณพร หุตะโกวิท

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พินิจ ทองคำ

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
"หวาน" (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภัทรกันย์ แข่งขัน

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ยุพดี กูลกิจตานนท์

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วรรณพร หุตะโกวิท

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พินิจ ทองคำ

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
"หวาน" (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์