สรุปความสำคัญ

นักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชนรวม 38 คน ถูกดำเนินคดีจากการร่วมชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 ในข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยมี บัญชา บุญพยุง ทนายความที่เคยเคลื่อนไหวในนามกลุ่ม “คนรักแผ่นดินเกิด” เป็นผู้กล่าวหา

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพการชุมนุมและการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ทำให้ประชาชนหวาดกลัวไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวประเด็นปัญหาสาธารณะต่าง ๆ

ข้อมูลการละเมิด

  • ผู้ถูกละเมิด
    • วัชรภัทร ธรรมจักร
    • ธฤต (สงวนนามสกุล)
    • ธนวัฒน์ วงค์ไชย
    • วัน (นามสมมติ)
    • สุริยา แสงแก้วฝั้น
    • ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์
    • ชินภัทร วงค์คม
    • นพดล (สงวนนามสกุล)
    • หาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์
    • วีระชัย (สงวนนามสกุล)
    • สังวาลย์ (สงวนนามสกุล)
    • นันท์ณิชา ศรีวุฒิ
    • ธนาธร วิทยเบญจางค์
    • ตามหทัย ชนะบูรณาศักดิ์
    • ภาคภูมิ พันธวงค์
    • รจเลข วัฒนาพาณิชย์
    • ศิริศักดิ์ (สงวนนามสกุล)
    • ลูกแก้ว (นามสมมติ)
    • พัชรพล (สงวนนามสกุล)
    • วรินทร์ทิพย์ (สงวนนามสกุล)
    • พักตร์วิไล (สงวนนามสกุล)
    • ภาณีภัค (สงวนนามสกุล)
    • สิริเรือง แก้วสมทรัพย์
    • บัณทิต (สงวนนามสกุล)
    • ชวนพิศ (สงวนนามสกุล)
    • จินดา (สงวนนามสกุล)
    • เกษม (สงวนนามสกุล)
    • สันติ (สงวนนามสกุล)
    • สุธีรา (สงวนนามสกุล)
    • วิธญา คลังนิล
    • ภัควดี วีระภาสพงษ์
    • สามารถ ขวัญชัย
    • พึ่งบุญ ใจเย็น
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • เสรีภาพในการชุมนุม
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • การเรียกรายงานตัว / ปรับทัศนคติ
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ
 
  • ผู้ถูกละเมิด
    • พจนินธ์ (สงวนนามสกุล)
    • ชัยพงษ์ สำเนียง
    • อรรถวุฒิ (สงวนนามสกุล)
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • เสรีภาพในการชุมนุม
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • การเรียกรายงานตัว / ปรับทัศนคติ
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ
 
  • ผู้ถูกละเมิด
    • "ที" (นามสมมติ)
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • เสรีภาพในการชุมนุม
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • การเรียกรายงานตัว / ปรับทัศนคติ
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ
 
  • ผู้ถูกละเมิด
    • พร (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อสกุล)
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • เสรีภาพในการชุมนุม
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • การเรียกรายงานตัว / ปรับทัศนคติ
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ

พฤติการณ์การละเมิด

16 ก.พ. 2564 หลังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ออกหมายเรียกนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชน 37 คน ที่เข้าร่วมการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 แม้การชุมนุมดังกล่าวจะผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว โดยหมายเรียกระบุข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำให้เกิดความปั่นป่วน ล่วงละเมิดกฎหมาย, ร่วมชุมนุม หรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ” และมี บัญชา บุญพยุง เป็นผู้กล่าวหา ผู้ได้รับหมายเรียกทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้จำนวน 33 คน

ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์มีการแชร์เอกสารบันทึกข้อความของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามโดย พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผู้กำกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ ขอกำลังสนับสนุนภารกิจ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย ในวันที่ 16 และ 17 ก.พ. 2564 และเพจของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ยังมีการประชาสัมพันธ์ถึงการตั้งจุดคัดกรองและตั้งเต็นท์รับสถานการณ์การเข้ารับทราบข้อหาของนักศึกษาและประชาชนด้วย

ก่อน 08.00 น. พบว่าตำรวจมีการกั้นแผงรั้วเหล็กหน้าป้าย สภ.เมืองเชียงใหม่ และกั้นตัวอาคารสถานีตำรวจ เว้นให้เหลือช่องจุดคัดกรองสำหรับคนผ่านเข้าออก และยังมีการตั้งเต็นท์พร้อมเก้าอี้สำหรับผู้ติดตามมาให้กำลังใจ และมีจุดลงทะเบียนสำหรับผู้จะเข้าออกสถานีตำรวจ

เวลา 08.20 น. พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบไม่น้อยกว่า 50 นาย จัดกำลังบริเวณสถานีตำรวจ และยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบกระจายตัวอยู่โดยรอบ ในร้านค้า-ร้านกาแฟ ทั้งยังพบว่ามีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ติดตัวอักษรย่อ “CMPD” ในชุดเครื่องแบบสีเขียวทหาร อยู่บริเวณ สภ.ด้วย

ขณะเดียวกันบนรั้วเหล็กที่ติดตั้งรอบอาคาร ตำรวจมีการติดป้ายห้ามนำสิ่งของต้องห้ามมาใน “พื้นที่ควบคุม” ได้แก่ “อาวุธโดยสภาพทุกชนิด, เครื่องขยายเสียง และป้ายข้อความหรือสัญลักษณ์อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบ” โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าการสั่งห้ามและกำหนดพื้นที่ควบคุมดังกล่าว อาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับใด

เวลา 09.30 น. ผู้ถูกออกหมายเรียก นักศึกษา และประชาชน ทยอยเดินทางมาที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบได้พยายามเก็บอุปกรณ์ที่อาจแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น พานทองเหลือง รองเท้าบูท ไม่ให้นำเข้ามาในบริเวณ สภ. ส่วนผู้เขียนป้ายข้อความมา ก็ไม่ให้เข้าในบริเวณ สภ. แต่ให้รออยู่ข้างนอกแทน ทั้งตำรวจยังประกาศให้งดจัดกิจกรรม และงดทำอาหารในสถานที่ราชการ

เวลา 09.55 น. นักศึกษาผู้ถูกออกหมายเรียกได้เดินทางมาแสดง Performance Art โดยนำสีขาวและสีฟ้ามาสาดตัวที่เปลือยเปล่า ก่อนค่อย ๆ เดินเข้ามาในบริเวณ สภ.เมืองเชียงใหม่ ตำรวจมีการประกาศให้งดทำกิจกรรม และระบุขอให้มาให้กำลังใจเท่านั้น แต่นักศึกษายังคงแสดงต่อไป ทั้งยังมีผู้นำ “หม้อ” มาตี และนำดับเบิลเบสมาสีบริเวณสถานี

10.30 น. ระหว่างรอการรับทราบข้อหา นักศึกษาและประชาชนยังทยอยแสดง Performance Art หลายรูปแบบ ทั้งการเขียนป้ายผ้า การแสดงสด การแสดงเชิงสัญลักษณ์ ชูสามนิ้ว ตะโกนศักดินาจงพินาศฯ การใส่กระสอบเดิน เป็นต้น โดยตำรวจพยายามประกาศเตือนไม่ให้ทำกิจกรรม ขอให้เก็บสิ่งของ “ต้องห้าม” และขอให้อยู่ในความสงบ พร้อมจะให้เทศบาลนำรถฉีดน้ำมาล้างสีที่เปื้อน และพยายามยึดป้ายผ้าที่นักศึกษานำมาแสดง แต่ประชาชนเคาะหม้อตอบสนอง ต่อมายังมีการนำกำลังตำรวจในเครื่องแบบเข้ามาเสริมในสถานีตำรวจ

++แจ้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ – ม.116 “ยุยงปลุกปั่น” ทั้ง 37 ราย แม้แต่ผู้ไปร่วมชุมนุมเฉยๆ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดห้องประชุมชั้นสามของสถานีตำรวจเป็นสถานที่รับทราบข้อกล่าวหา พร้อมจัดชุดผู้ต้องหาให้ทยอยขึ้นรับทราบข้อกล่าวหา โดยมีชุดพนักงานสอบสวนประมาณ 15 คน คอยดำเนินกระบวนการ และให้ทนายความของผู้ต้องหารายละ 1 คน พร้อมกับผู้ไว้วางใจ 1 คน ติดตามเข้าไปในสถานีได้

สำหรับผู้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้มีทั้งหมด 33 คน มีทั้งนักศึกษา นักกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิคนพิการ นักต่อสู้เพื่อความหลากหลายทางเพศ แกนนำและมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ข้อหา ได้แก่ ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) และ (3) (โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี), ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท) และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) (โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท)

พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2563 ธนาธร วิทยเบญจางค์ กับพวก ได้ร่วมกันโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “พรรควิฬาร์” ชักชวนประชาชนทั่วไปให้มาร่วมชุมนุมกัน ทำกิจกรรม และรับอาสาสมัครนักร้องในเวทีชุมนุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพูดจาปราศรัยประเด็นเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมา วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลาประมาณ 17.00 – 20.30 น. ผู้ต้องหากับพวก และประชาชนทั่วไป ประมาณ 200 คน (แต่ระบุตัวได้จำนวน 40 คน) ได้ร่วมกันมาชุมนุมที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ โดยมี 5 แกนนำขึ้นปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต พูดปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ร่วมกันชูป้ายและร้องเพลง ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พร้อมเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์มือถือ

การกระทำของผู้ต้องหากับพวกเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการอันเป็นยุยงให้เกิดความไม่เรียบร้อย ภายในพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกำหนด, ร่วมกันกระทําการหรือดําเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป”

ผู้ต้องหาที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมต่อไปภายใน 30 วัน พนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งหมดพิมพ์ลายนิ้วมือและปล่อยตัวไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้

17 ก.พ. 2564 ชัยพงษ์ สำเนียง อาจารย์มหาวิทยาลัย และประชาชน 2 ราย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยประชาชนทั้งสองมีทนายส่วนตัวเดินทางมาด้วย พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับผู้ต้องหารายอื่น ทั้งสามให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

จากนั้นวันที่ 1 มี.ค. 2564 “ที” (นายสมมติ) ประชาชนอีกรายเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วัชรพล ยมเกิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ก่อนถูกแจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ข้อหาเช่นเดียวกัน

ด้านพนักงานสอบสวนได้เปิดเผยข้อมูลว่า นอกจากผู้ต้องหาจำนวน 37 คน ที่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปจนครบแล้วนั้น ทางตำรวจยังได้มีรายชื่อของผู้ถูกกล่าวหาอีกจำนวน 2 ราย โดยรายหนึ่งได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านในจังหวัดราชบุรีแล้ว

ต่อมา วันที่ 10 พ.ค. 2564 พร (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อสกุล) ผู้ได้รับหมายเรียกรายที่ 38 ที่ส่งไปยังบ้านพักของเธอในจังหวัดราชบุรี ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา พ.ต.ท.วัชรพล ยมเกิด ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ข้อหา โดยพรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับผู้ต้องหาจำนวน 37 ราย

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่าในการบรรยายพฤติการณ์ข้อกล่าวหา ไม่มีการระบุชัดเจนว่าพฤติการณ์หรือการกระทำใดที่เข้าข่ายข้อหาตามมาตรา 116 โดยที่นักศึกษาและประชาชนแทบทั้งหมดเพียงแต่ไปร่วมการชุมนุมเท่านั้น ไม่ได้กล่าวปราศรัยหรือเป็นแกนนำในการจัดชุมนุม หรือแม้แต่แกนนำนักศึกษาที่ร่วมปราศรัยก็ไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าคำปราศรัยใดที่เข้าข่ายความผิดข้อหามาตรา 116 ทั้งพฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงการชุมนุมดังกล่าวก็เป็นไปโดยสงบเรียบร้อย ไม่ได้มีเหตุวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น การแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อนักศึกษาประชาชนจำนวนมากเช่นนี้ จึงเข้าข่ายการตั้งข้อกล่าวหาเกินจริงและไม่เป็นธรรม

สำหรับการชุมนุมที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 นั้น จัดขึ้นโดยกลุ่มพรรควิฬาร์ ในชื่อ #เชียงใหม่จะไม่ทน โดยเป็นการจัดการชุมนุมครั้งที่ 2 ในจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจากเริ่มการชุมนุมของเยาวชนปลดแอกในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ในการชุมนุมครั้งแรกที่ประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 63 มีแกนนำนักศึกษา 4 คน ถูกกล่าวหาดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ตั้งแต่หลังการชุมนุมไม่นาน ซึ่งปัจจุบันคดียังอยู่ในชั้นอัยการ

ขณะที่การชุมนุมดังกล่าวผ่านมา 6 เดือนกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีรายงานว่าทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทั้งกลับเพิ่งมีการออกหมายเรียกผู้เข้าร่วมชุมนุมไปรับทราบข้อกล่าวหา และยังเป็นการออกหมายเรียกบุคคลจำนวนมากที่สุดในคดีเดียวตั้งแต่หลังการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเป็นต้นมา

ในส่วน บัญชา บุญพยุง ซึ่งเป็นผู้แจ้งความกล่าวหาในคดี พบว่าประกอบอาชีพเป็นทนายความ เคยเคลื่อนไหวในนามหัวหน้ากลุ่ม “คนรักแผ่นดินเกิด” และมีรายงานข่าวว่าเคยเข้าแจ้งความกล่าวหาบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองของเยาวชนปลดแอกและกลุ่มอื่น ๆ ที่ สน.สำราญราษฎร์ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2563 และเคยเข้าแจ้งความอธิการบดีและรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ สภ.คลองหลวง โดยอ้างว่าสนับสนุนการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ซึ่งมีการปราศรัยเรื่องสถาบันกษัตริย์ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 ด้วย

(อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/26021 และ https://tlhr2014.com/archives/29498)

ภูมิหลัง

  • วิธญา คลังนิล
    นักศึกษาภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานชมรมวรรณศิลป์ เคยร่วมกิจกรรมเยาวชนจากค่ายการเรียนรู้ของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และทำกิจกรรมสายวัฒนธรรมทางภาคใต้และ 3 จังหวัดภาคใต้มาก่อน

    เราเริ่มเห็นบทบาทของวิธญา จากการขึ้นอ่านบทกวีในท่วงทำนองแปลกประหลาด บนเวทีการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงปี 2563 ตามมาด้วยการเห็นบทบาทของเขาจากการแสดง Performance Art โดยการใช้ร่างกายแสดงออกทางสัญลักษณ์หลากหลายรูปแบบ ในพื้นที่สาธารณะต่างๆ

    (อ่านเพิ่มเติม: https://tlhr2014.com/archives/36402)
  • ธนาธร วิทยเบญจางค์
    นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาชิกพรรควิฬาร์
  • พร (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • พจนินธ์ (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • อรรถวุฒิ (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • ภาคภูมิ พันธวงค์
    นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักกิจกรรมด้านความหลากหลายทางเพศ
  • ศิริศักดิ์ (สงวนนามสกุล)
    นักกิจกรรมด้านความหลากหลายทางเพศ
  • พัชรพล (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • วรินทร์ทิพย์ (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • ภาณีภัค (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • หาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์
    แกนนำกลุ่มศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่ เคยถูกแจ้งข้อหาละเมิด พรก.ฉุกเฉิน กรณียื่นหนังสือถึงนายกฯ-สุเทพหยุดฆ่าประชาชน แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง

    (อ้างอิง : https://www.thairath.co.th/content/102166)
  • บัณทิต (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • เกษม (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • สันติ (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • สุธีรา (สงวนนามสกุล)
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • ธนวัฒน์ วงค์ไชย
    รองประธานสภานิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สิริเรือง แก้วสมทรัพย์
    กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่
  • นพดล (สงวนนามสกุล)
    นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนใจติดตามการเมืองและเคยร่วมกิจกรรมรวมพลคนอยากเลือกตั้ง หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61
  • สุริยา แสงแก้วฝั้น
    นักกิจกรรมด้านสิทธิผู้พิการ
  • นันท์ณิชา ศรีวุฒิ
    นักกิจกรรมและศิลปินกลุ่ม Artn't
  • ตามหทัย ชนะบูรณาศักดิ์
    นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักกิจกรรมเคลื่อนไหวประเด็นทางสังคม

ผลกระทบจากการละเมิดสิทธิ

  • ลูกแก้ว (นามสมมติ)
    ทำให้มีภาระค่าใช้จ่าย หาเงินมาประกันตัว เสียเงินค่าใช้จ่ายให้บริษัททัวร์ไปเปล่าๆตอนถูกจับกุมจึงไม่ได้เดินไปท่องเที่ยว
    ทางด้านจิตใจสูญเสียสุขภาพจิตอย่างรุนแรง เสียสุขภาพกายที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ขณะถูกดำเนินคดี

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์