ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
ธนาธร วิทยเบญจางค์
ชัยพงษ์ สำเนียง
ภัควดี วีระภาสพงษ์
หาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์
ธฤต (สงวนนามสกุล)
วัน (นามสมมติ)
นพดล (สงวนนามสกุล)
ชินภัทร วงค์คม
ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์
วีระชัย (สงวนนามสกุล)
สังวาลย์ (สงวนนามสกุล)
นันท์ณิชา ศรีวุฒิ
ตามหทัย ชนะบูรณาศักดิ์
ภาคภูมิ พันธวงค์
รจเลข วัฒนาพาณิชย์
ศิริศักดิ์ (สงวนนามสกุล)
ลูกแก้ว (นามสมมติ)
พัชรพล (สงวนนามสกุล)
วรินทร์ทิพย์ (สงวนนามสกุล)
พักตร์วิไล (สงวนนามสกุล)
ภาณีภัค (สงวนนามสกุล)
สิริเรือง แก้วสมทรัพย์
บัณทิต (สงวนนามสกุล)
ชวนพิศ (สงวนนามสกุล)
จินดา (สงวนนามสกุล)
เกษม (สงวนนามสกุล)
สันติ (สงวนนามสกุล)
สุธีรา (สงวนนามสกุล)
สามารถ ขวัญชัย
พึ่งบุญ ใจเย็น
"ที" (นามสมมติ)
อรรถวุฒิ (สงวนนามสกุล)
พร (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อสกุล)
พจนินธ์ (สงวนนามสกุล)
สุริยา แสงแก้วฝั้น
วัชรภัทร ธรรมจักร
ธนวัฒน์ วงค์ไชย
วิธญา คลังนิล
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ข้อหา
- พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
- พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
หมายเลขคดี
ผู้กล่าวหา
- บัญชา บุญพยุง
ความสำคัญของคดี
นักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชนรวม 38 คน ถูกดำเนินคดีจากการร่วมชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 ในข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยมี บัญชา บุญพยุง ทนายความที่เคยเคลื่อนไหวในนามกลุ่ม “คนรักแผ่นดินเกิด” เป็นผู้กล่าวหา
กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพการชุมนุมและการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ทำให้ประชาชนหวาดกลัวไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวประเด็นปัญหาสาธารณะต่าง ๆ
กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพการชุมนุมและการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ทำให้ประชาชนหวาดกลัวไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวประเด็นปัญหาสาธารณะต่าง ๆ
พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี
บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุพฤติการณ์คดีว่า
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2563 ธนาธร วิทยเบญจางค์ กับพวก ได้ร่วมกันโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “พรรควิฬาร์” ชักชวนประชาชนทั่วไปให้มาร่วมชุมนุมกัน ทำกิจกรรม และรับอาสาสมัครนักร้องในเวทีชุมนุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพูดจาปราศรัยประเด็นเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมา วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลาประมาณ 17.00 – 20.30 น. ผู้ต้องหากับพวก และประชาชนทั่วไป ประมาณ 200 คน (แต่ระบุตัวได้จำนวน 40 คน) ได้ร่วมกันมาชุมนุมที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ โดยมี 5 แกนนำขึ้นปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต พูดปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ร่วมกันชูป้ายและร้องเพลง ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พร้อมเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์มือถือ
การกระทำของผู้ต้องหากับพวกเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการอันเป็นยุยงให้เกิดความไม่เรียบร้อย ภายในพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกำหนด, ร่วมกันกระทําการหรือดําเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป”
(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 16 ก.พ. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26021)
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2563 ธนาธร วิทยเบญจางค์ กับพวก ได้ร่วมกันโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “พรรควิฬาร์” ชักชวนประชาชนทั่วไปให้มาร่วมชุมนุมกัน ทำกิจกรรม และรับอาสาสมัครนักร้องในเวทีชุมนุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพูดจาปราศรัยประเด็นเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมา วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลาประมาณ 17.00 – 20.30 น. ผู้ต้องหากับพวก และประชาชนทั่วไป ประมาณ 200 คน (แต่ระบุตัวได้จำนวน 40 คน) ได้ร่วมกันมาชุมนุมที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ โดยมี 5 แกนนำขึ้นปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต พูดปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ร่วมกันชูป้ายและร้องเพลง ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พร้อมเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์มือถือ
การกระทำของผู้ต้องหากับพวกเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการอันเป็นยุยงให้เกิดความไม่เรียบร้อย ภายในพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกำหนด, ร่วมกันกระทําการหรือดําเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป”
(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 16 ก.พ. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26021)
ความคืบหน้าของคดี
-
วันที่: 16-02-2021นัด: แจ้งข้อกล่าวหาหลังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ออกหมายเรียกนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชน 37 คน ที่เข้าร่วมการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 แม้การชุมนุมดังกล่าวจะผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว โดยหมายเรียกระบุข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำให้เกิดความปั่นป่วน ล่วงละเมิดกฎหมาย, ร่วมชุมนุม หรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ” และมี บัญชา บุญพยุง เป็นผู้กล่าวหา ผู้ได้รับหมายเรียกทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้จำนวน 33 คน
ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์มีการแชร์เอกสารบันทึกข้อความของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามโดย พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผู้กำกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ ขอกำลังสนับสนุนภารกิจ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย ในวันที่ 16 และ 17 ก.พ. 2564 และเพจของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ยังมีการประชาสัมพันธ์ถึงการตั้งจุดคัดกรองและตั้งเต็นท์รับสถานการณ์การเข้ารับทราบข้อหาของนักศึกษาและประชาชนด้วย
ก่อน 08.00 น. พบว่าตำรวจมีการกั้นแผงรั้วเหล็กหน้าป้าย สภ.เมืองเชียงใหม่ และกั้นตัวอาคารสถานีตำรวจ เว้นให้เหลือช่องจุดคัดกรองสำหรับคนผ่านเข้าออก และยังมีการตั้งเต็นท์พร้อมเก้าอี้สำหรับผู้ติดตามมาให้กำลังใจ และมีจุดลงทะเบียนสำหรับผู้จะเข้าออกสถานีตำรวจ
เวลา 08.20 น. พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบไม่น้อยกว่า 50 นาย จัดกำลังบริเวณสถานีตำรวจ และยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบกระจายตัวอยู่โดยรอบ ในร้านค้า-ร้านกาแฟ ทั้งยังพบว่ามีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ติดตัวอักษรย่อ “CMPD” ในชุดเครื่องแบบสีเขียวทหาร อยู่บริเวณ สภ.ด้วย
ขณะเดียวกันบนรั้วเหล็กที่ติดตั้งรอบอาคาร ตำรวจมีการติดป้ายห้ามนำสิ่งของต้องห้ามมาใน “พื้นที่ควบคุม” ได้แก่ “อาวุธโดยสภาพทุกชนิด, เครื่องขยายเสียง และป้ายข้อความหรือสัญลักษณ์อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบ” โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าการสั่งห้ามและกำหนดพื้นที่ควบคุมดังกล่าว อาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับใด
เวลา 09.30 น. ผู้ถูกออกหมายเรียก นักศึกษา และประชาชน ทยอยเดินทางมาที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบได้พยายามเก็บอุปกรณ์ที่อาจแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น พานทองเหลือง รองเท้าบูท ไม่ให้นำเข้ามาในบริเวณ สภ. ส่วนผู้เขียนป้ายข้อความมา ก็ไม่ให้เข้าในบริเวณ สภ. แต่ให้รออยู่ข้างนอกแทน ทั้งตำรวจยังประกาศให้งดจัดกิจกรรม และงดทำอาหารในสถานที่ราชการ
เวลา 09.55 น. นักศึกษาผู้ถูกออกหมายเรียกได้เดินทางมาแสดง Performance Art โดยนำสีขาวและสีฟ้ามาสาดตัวที่เปลือยเปล่า ก่อนค่อย ๆ เดินเข้ามาในบริเวณ สภ.เมืองเชียงใหม่ ตำรวจมีการประกาศให้งดทำกิจกรรม และระบุขอให้มาให้กำลังใจเท่านั้น แต่นักศึกษายังคงแสดงต่อไป ทั้งยังมีผู้นำ “หม้อ” มาตี และนำดับเบิลเบสมาสีบริเวณสถานี
10.30 น. ระหว่างรอการรับทราบข้อหา นักศึกษาและประชาชนยังทยอยแสดง Performance Art หลายรูปแบบ ทั้งการเขียนป้ายผ้า การแสดงสด การแสดงเชิงสัญลักษณ์ ชูสามนิ้ว ตะโกนศักดินาจงพินาศฯ การใส่กระสอบเดิน เป็นต้น โดยตำรวจพยายามประกาศเตือนไม่ให้ทำกิจกรรม ขอให้เก็บสิ่งของ “ต้องห้าม” และขอให้อยู่ในความสงบ พร้อมจะให้เทศบาลนำรถฉีดน้ำมาล้างสีที่เปื้อน และพยายามยึดป้ายผ้าที่นักศึกษานำมาแสดง แต่ประชาชนเคาะหม้อตอบสนอง ต่อมายังมีการนำกำลังตำรวจในเครื่องแบบเข้ามาเสริมในสถานีตำรวจ
++แจ้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ – ม.116 “ยุยงปลุกปั่น” ทั้ง 37 ราย แม้แต่ผู้ไปร่วมชุมนุมเฉยๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดห้องประชุมชั้นสามของสถานีตำรวจเป็นสถานที่รับทราบข้อกล่าวหา พร้อมจัดชุดผู้ต้องหาให้ทยอยขึ้นรับทราบข้อกล่าวหา โดยมีชุดพนักงานสอบสวนประมาณ 15 คน คอยดำเนินกระบวนการ และให้ทนายความของผู้ต้องหารายละ 1 คน พร้อมกับผู้ไว้วางใจ 1 คน ติดตามเข้าไปในสถานีได้
สำหรับผู้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้มีทั้งหมด 33 คน มีทั้งนักศึกษา นักกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิคนพิการ นักต่อสู้เพื่อความหลากหลายทางเพศ แกนนำและมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ข้อหา ได้แก่ ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) และ (3) (โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี), ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท) และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) (โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท)
พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2563 ธนาธร วิทยเบญจางค์ กับพวก ได้ร่วมกันโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “พรรควิฬาร์” ชักชวนประชาชนทั่วไปให้มาร่วมชุมนุมกัน ทำกิจกรรม และรับอาสาสมัครนักร้องในเวทีชุมนุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพูดจาปราศรัยประเด็นเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมา วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลาประมาณ 17.00 – 20.30 น. ผู้ต้องหากับพวก และประชาชนทั่วไป ประมาณ 200 คน (แต่ระบุตัวได้จำนวน 40 คน) ได้ร่วมกันมาชุมนุมที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ โดยมี 5 แกนนำขึ้นปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต พูดปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ร่วมกันชูป้ายและร้องเพลง ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พร้อมเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์มือถือ
การกระทำของผู้ต้องหากับพวกเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการอันเป็นยุยงให้เกิดความไม่เรียบร้อย ภายในพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกำหนด, ร่วมกันกระทําการหรือดําเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป”
ผู้ต้องหาที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมต่อไปภายใน 30 วัน พนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งหมดพิมพ์ลายนิ้วมือและปล่อยตัวไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้
ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่าในการบรรยายพฤติการณ์ข้อกล่าวหา ไม่มีการระบุชัดเจนว่าพฤติการณ์หรือการกระทำใดที่เข้าข่ายข้อหาตามมาตรา 116 โดยที่นักศึกษาและประชาชนแทบทั้งหมดเพียงแต่ไปร่วมการชุมนุมเท่านั้น ไม่ได้กล่าวปราศรัยหรือเป็นแกนนำในการจัดชุมนุม หรือแม้แต่แกนนำนักศึกษาที่ร่วมปราศรัยก็ไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าคำปราศรัยใดที่เข้าข่ายความผิดข้อหามาตรา 116 ทั้งพฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงการชุมนุมดังกล่าวก็เป็นไปโดยสงบเรียบร้อย ไม่ได้มีเหตุวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น การแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อนักศึกษาประชาชนจำนวนมากเช่นนี้ จึงเข้าข่ายการตั้งข้อกล่าวหาเกินจริงและไม่เป็นธรรม
สำหรับการชุมนุมที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 นั้น จัดขึ้นโดยกลุ่มพรรควิฬาร์ ในชื่อ #เชียงใหม่จะไม่ทน โดยเป็นการจัดการชุมนุมครั้งที่ 2 ในจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจากเริ่มการชุมนุมของเยาวชนปลดแอกในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ในการชุมนุมครั้งแรกที่ประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 63 มีแกนนำนักศึกษา 4 คน ถูกกล่าวหาดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ตั้งแต่หลังการชุมนุมไม่นาน ซึ่งปัจจุบันคดียังอยู่ในชั้นอัยการ
ขณะที่การชุมนุมดังกล่าวผ่านมา 6 เดือนกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีรายงานว่าทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทั้งกลับเพิ่งมีการออกหมายเรียกผู้เข้าร่วมชุมนุมไปรับทราบข้อกล่าวหา และยังเป็นการออกหมายเรียกบุคคลจำนวนมากที่สุดในคดีเดียวตั้งแต่หลังการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเป็นต้นมา
ในส่วน บัญชา บุญพยุง ซึ่งเป็นผู้แจ้งความกล่าวหาในคดี พบว่าประกอบอาชีพเป็นทนายความ เคยเคลื่อนไหวในนามหัวหน้ากลุ่ม “คนรักแผ่นดินเกิด” และมีรายงานข่าวว่าเคยเข้าแจ้งความกล่าวหาบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองของเยาวชนปลดแอกและกลุ่มอื่น ๆ ที่ สน.สำราญราษฎร์ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2563 และเคยเข้าแจ้งความอธิการบดีและรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ สภ.คลองหลวง โดยอ้างว่าสนับสนุนการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ซึ่งมีการปราศรัยเรื่องสถาบันกษัตริย์ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 ด้วย
(อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/26021) -
วันที่: 17-02-2021นัด: แจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เวลาประมาณ 09.00 น. ชัยพงษ์ สำเนียง อาจารย์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.วัชรพล ยมเกิด ตามหมายเรียกผู้ต้องหา โดยบรรยากาศการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันนี้ ไม่มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ การล้อมรั้วเหล็ก หรือตั้งจุดคัดกรองโรคแต่อย่างใด มีเพียงเพื่อน และผู้ต้องหาส่วนหนึ่งที่รับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อวานนี้เดินทางมาให้กำลังใจ
ในวันเดียวกันก่อนหน้าชัยพงษ์ได้มีประชาชน 2 ราย ที่ได้รับหมายเรียกในคดีเดียวกันเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมด้วยทนายส่วนตัว โดยทั้งสองคนได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับผู้ต้องหารายอื่นก่อนหน้านี้ และทั้งสองได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
ตำรวจนำชัยพงษ์ ไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ก่อน พ.ต.ท.วัชรพล พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนคดีแจ้งข้อกล่าวหา ใน 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) และ (3), ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6)
พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์ที่กล่าวหากว้าง ๆ เช่นเดียวกับผู้ต้องหาทุกคนในคดีว่า ได้เข้าร่วมการชุมนุมที่ลานอเนกประสงค์ท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลาประมาณ 17.00 – 20.30 น. โดยมี 5 แกนนำขึ้นปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต พูดปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ร่วมกันชูป้ายและร้องเพลง ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พร้อมเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์มือถือ
ชัยพงษ์ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การเพิ่มเติมในชั้นสอบสวนเป็นหนังสือภายใน 30 วัน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ก็ได้เดินทางกลับโดยตำรวจไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด
(อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/26066) -
วันที่: 01-03-2021นัด: แจ้งข้อกล่าวหาเวลา 16.30 น. “ที” (นายสมมติ) ประชาชนอีกรายเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วัชรพล ยมเกิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ที่ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันพรุ่งนี้ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาไม่สะดวกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามวันนัดหมายในหมายเรียก จึงได้ประสานงานเพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้
ตำรวจได้นำตัวทีไปทำการพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ก่อน พ.ต.ท.วัชรพล พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนคดีทำการแจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ข้อหา และพฤติการณ์คดีเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
ทีให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การเพิ่มเติมในชั้นสอบสวนเป็นหนังสือภายในวันที่ 16 มี.ค. 2564 เพื่อให้วันนัดหมายสอดคล้องกับผู้ต้องหาที่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปก่อนหน้านี้ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ก็ได้เดินทางกลับโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด
ด้านพนักงานสอบสวนได้เปิดเผยข้อมูลว่า นอกจากผู้ต้องหาจำนวน 37 คน ที่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปจนครบแล้วนั้น ทางตำรวจยังได้มีรายชื่อของผู้ถูกกล่าวหาอีกจำนวน 2 ราย โดยรายหนึ่งได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านในจังหวัดราชบุรีแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าผู้ต้องหาได้รับหรือไม่อย่างไร
ส่วนผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งมีเพียงชื่อและนามสกุลเท่านั้น แต่บุคคลที่ใช้ชื่อและนามสกุลตามที่ถูกกล่าวหานั้น มีถึง 5 คนด้วยกัน และจากการเปรียบเทียบภาพถ่ายในการชุมนุมพบว่าไม่ตรงกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา ซึ่งทางตำรวจอาจจะต้องดำเนินการขอออกหมายจับตามภาพ และหากติดตามตัวพบในภายหลังก็จะดำเนินการจับกุมตามหมายจับต่อไป
(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 1 มี.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26388) -
วันที่: 10-05-2021นัด: แจ้งข้อกล่าวหาพร (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อสกุล) ผู้ได้รับหมายเรียกรายที่ 38 ที่ส่งไปยังบ้านพักของเธอในจังหวัดราชบุรี ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยเธอจำวันนัดหมายและรายละเอียดไม่ได้ แต่ในช่วงนี้เธอได้เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่จึงได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน
พ.ต.ท.วัชรพล ยมเกิด ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ข้อหา โดยพรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับผู้ต้องหาจำนวน 37 ราย ที่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปก่อนหน้านี้
หลังพนักงานสอบสวนนำตัวพรไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ก็ได้ปล่อยตัวกลับโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า การดำเนินการหลังจากนี้หากมีการนัดหมายส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการ จะมีการประสานงานผ่านทางทนายความและแจ้งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบต่อไป แต่ทางพนักงานสอบสวนยังคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
(อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/29498) -
วันที่: 23-09-2021นัด: ส่งตัวให้อัยการพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ซึ่งเป็นผู้ปราศรัยในการชุมนุมดังกล่าว ใน 3 ข้อหา คือ มาตรา 116 (2) และ (3), ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) แยกจากผู้ต้องหาอีก 33 คน ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน
เวลา 09.30 น. ตามหทัย ชนะบูรณาศักดิ์, ธนาธร วิทยเบญจางค์, วัชรภัทร ธรรมจักร, วิธญา คลังนิล และประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เดินทางมายังสำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน เพื่อส่งสำนวนให้อัยการ
เมื่อถึงเวลา 11.00 น. ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เข้ารับทราบวันนัดจากพนักงานอัยการก่อนปล่อยตัวกลับ โดยนัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 14 ต.ค. 2564 -
วันที่: 14-10-2021นัด: ฟังคำสั่งอัยการตามหทัย, ธนาธร, วัชรภัทร, วิธญา และประสิทธิ์ เดินทางไปฟังคำสั่งอัยการตามนัด พร้อมกับยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับอัยการ มีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้
1. พฤติการณ์เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 29 ก.ค. 2563 ณ บริเวณข่วงประตูท่าแพ เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อันเป็นสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ฯ และกติกาสากลที่ไทยเป็นภาคี
2. กิจกรรมชุมนุมทางการเมืองที่บริเวณประตูท่าแพเชียงใหม่นั้น มีขึ้นเพื่อติชม วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเด็นการปราศรัยส่วนใหญ่เป็นเรื่องการศึกษา ต้องการให้รัฐบาลหยุดการคุกคามประชาชน นักเรียน นักศึกษา ต้องการให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น อันเป็นกิจกรรมชุมนุมเพื่อแสดงเจตจำนงของประชาชนโดยสุจริตและสงบอย่างยิ่ง อีกทั้งยังอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ไม่มีลักษณะของการกระด้างกระเดื่องถึงขนาดที่ทำให้เกิดความไม่สงบแต่อย่างใด จึงเป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพที่อยู่ในกรอบของกฎหมายที่ มิได้เป็นความผิดตามมาตรา 116 แต่อย่างใด
3. กิจกรรมมิได้มีลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคหรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนหรือกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรคตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด อีกทั้งลักษณะการชุมนุมเป็นแบบแฟลชม็อบ ซึ่งมีการรวมตัวกันเป็นเวลาไม่นาน ประชาชนที่เข้าร่วมสวมใส่หน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่าง จึงมิได้เป็นการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค
3. กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมตัวของประชาชนเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างสงบ เพื่อแสดงให้รัฐบาลในขณะนั้นเกิดความตระหนักถึงความเดือดร้อน และความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน ตามวิถีแห่งระบอบประชาธิปไตยฯ
4. การกล่าวหาและดำเนินคดีนี้เป็นการปิดกั้นการใช้เสรีภาพอันชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เนื่องด้วยการกระทำไม่เข้าองค์ประกอบความผิดของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 อีกทั้งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรเพื่อแก้ไขสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา COVID - 19 ด้วยเหตุดังกล่าว การฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน
การดำเนินคดีนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะอาศัยกฎหมายตามข้อกล่าวหา ซึ่งมีโทษอาญาทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ เป็นเครื่องมือทางกฎหมายในการจำกัดเสรีภาพการชุมนุมซึ่งแสดงโดยสงบและปราศจากอาวุธ จึงส่งผลให้การแจ้งความดำเนินคดีนี้เป็นไปโดยมีเจตนาหวังจะใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นเครื่องกำบังตนเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม เพื่อหวังผลในการปิดปาก ทำให้ผู้ต้องหาทั้งห้าไม่อาจใช้เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุม ตามรัฐธรรมนูญได้ ทั้งยังสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน เพื่อไม่ให้กล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวประเด็นปัญหาสาธารณะต่าง ๆ อีก อันเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
(อ้างอิง: หนังสือร้องขอความเป็นธรรม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ลงวันที่ 14 ต.ค. 2564) -
วันที่: 02-10-2023นัด: อัยการสั่งไม่ฟ้องมาตรา 116เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 38 คน ในข้อหามาตรา 116 แต่ยังมีคำสั่งให้ฟ้องข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพียงข้อหาเดียว จึงส่งเรื่องต่อให้แก่พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อไป เนื่องจากข้อหานี้เพียงข้อหาเดียวอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวง ไม่ใช่ศาลจังหวัด
(อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/66123) -
วันที่: 03-04-2024นัด: ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอัยการภัควดี วีระภาสพงษ์, รจเรข วัฒนพาณิชย์, นันท์ณิชา ศรีวุฒิ, สุริยา แสงแก้วฝั้น ตัวแทนผู้ถูกดำเนินคดี เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ พร้อมกับที่ ภาคภูมิ พันธวงค์ หรือ “ปาหนัน” ก็ได้เข้ายื่นหนังสือที่สำนักงานอัยการสูงสุดในเวลาเดียวกัน หลังจากอัยการเตรียมจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 38 คน ในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
หลังสำนวนคดีถูกส่งให้พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ อัยการได้นัดผู้ต้องหารายงานตัวและฟังคำสั่งทุกเดือน โดยในนัดรายงานตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2567 อัยการได้นัดหมายฟ้องคดีในช่วงวันที่ 26 เม.ย. 2567 ทำให้ตัวแทนผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับอัยการ
โดยสรุปเนื้อหาของหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในแต่ละประเด็น เพื่อขอให้พนักงานอัยการทบทวนคำสั่งฟ้องดังกล่าว ได้แก่
1. พฤติการณ์เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 29 ก.ค. 2563 ณ บริเวณข่วงประตูท่าแพ เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อันเป็นสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ฯ และกติกาสากลที่ไทยเป็นภาคี
2. ลักษณะการชุมนุมเป็นแบบแฟลชม็อบ ซึ่งมีการรวมตัวกันเป็นเวลาไม่นาน ในสถานที่โล่งแจ้ง ไม่แออัด อีกทั้งทั้งก่อนและหลังวันเกิดเหตุมากกว่า 2 เดือน ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 เพิ่มขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ช่วงเวลาเกิดเหตุไม่ใช่เหตุการณ์โรคแพร่ระบาดร้ายแรง แต่สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว จะเห็นได้ว่าพฤติการณ์ดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นี้ ไม่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ความรุนแรงของโรค อันจะเป็นความผิดได้
3. กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมตัวของประชาชนเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างสงบ เพื่อแสดงให้รัฐบาลในขณะนั้นเกิดความตระหนักถึงความเดือดร้อน และความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน ตามวิถีแห่งระบอบประชาธิปไตยฯ
4. การดำเนินคดีทางการเมืองนี้ได้สร้างภาระและสิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศ และของกระบวนการยุติธรรม สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนผู้ต้องการใช้สิทธิเสรีภาพในอนาคต ทำลายหลักการสำคัญของระบอบการปกครองประชาธิปไตย ซึ่งในคดีการชุมนุมและถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีกหลายคดีที่มีพฤติการณ์เดียวกันกับคดีนี้ พนักงานอัยการก็มีคำสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจสะท้อนถึงปัญหาบรรทัดฐานในการสั่งฟ้องคดีของอัยการ
หนังสือขอความเป็นธรรมยังได้ยกตัวอย่างคดีจากการชุมนุมที่ประตูท่าแพ ในช่วงเวลาและลักษณะใกล้เคียงกันกับคดีนี้ ได้แก่ คดีชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 ซึ่งมีนักศึกษาและนักกิจกรรมถูกกล่าวหาจำนวน 9 คน และอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องในข้อหาทั้งตามมาตรา 116 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปแล้ว (แต่คดีนี้ ยังเหลือกรณีของอานนท์ นำภา ที่ถูกกล่าวหาในข้อหามาตรา 112 ด้วย)
ในส่วนของข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อัยการวินิจฉัยไม่ฟ้องคดี โดยเห็นว่าลักษณะการจัดกิจกรรมแบบแฟลชม็อบ เพื่อแสดงออกสัญลักษณ์ทางการเมือง และเป็นกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง ไม่มีลักษณะแออัด อีกทั้งปรากฏว่าขณะจัดกิจกรรม ได้มีการใส่หน้ากากอนามัย การชุมนุมจึงไม่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และไม่ปรากฏว่าภายหลังชุมนุม มีผู้ติดเชื้อไวรัสและไม่มีเหตุการณ์ไม่สงบหรือเกิดความวุ่นวายแต่อย่างใด
คดีนี้ทราบว่าผู้ต้องหา 3 รายได้เสียชีวิตไปแล้ว อาทิ “ป้าดาวเรือง” สิริเรือง แก้วสมทรัพย์ ประชาชนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากโรคประจำตัวในวัย 74 ปี
(อ้างอิง: หนังสือร้องขอความเป็นธรรม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ลงวันที่ 3 เม.ย. 2567 และ https://tlhr2014.com/archives/66123)
สถานะ การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว หรือ ผลการพิพากษา
ชั้นสอบสวน
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ธนาธร วิทยเบญจางค์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชัยพงษ์ สำเนียง
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภัควดี วีระภาสพงษ์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
หาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ธฤต (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วัน (นามสมมติ)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
นพดล (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชินภัทร วงค์คม
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วีระชัย (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สังวาลย์ (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
นันท์ณิชา ศรีวุฒิ
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ตามหทัย ชนะบูรณาศักดิ์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภาคภูมิ พันธวงค์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
รจเลข วัฒนาพาณิชย์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ศิริศักดิ์ (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ลูกแก้ว (นามสมมติ)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พัชรพล (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วรินทร์ทิพย์ (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พักตร์วิไล (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภาณีภัค (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สิริเรือง แก้วสมทรัพย์
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
บัณทิต (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชวนพิศ (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
จินดา (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เกษม (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สันติ (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สุธีรา (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สามารถ ขวัญชัย
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พึ่งบุญ ใจเย็น
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
"ที" (นามสมมติ)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
อรรถวุฒิ (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พร (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พจนินธ์ (สงวนนามสกุล)
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
สุริยา แสงแก้วฝั้น
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วัชรภัทร ธรรมจักร
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ธนวัฒน์ วงค์ไชย
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วิธญา คลังนิล
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์