ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.260/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.สส.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.260/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.สส.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์

ความสำคัญของคดี

วิธญา คลังนิล นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาชิกกลุ่มศิลปิน artn’t ถูกดำเนินคดีในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” จากการแสดง Performance Art ที่หน้าป้ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564 โดยรอง ผกก.สส.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ผู้กล่าวหาอ้างว่า การแสดงดังกล่าว ซึ่งในตอนหนึ่งวิธยาได้นอนหงายใช้เท้าขวาชี้ไปบนฟ้านั้น เป็นการชี้ไปที่รูป ร.10 ซึ่งอยู่ด้านบนป้ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันเป็นการแสดงกริยาสบประมาท ดูถูกเหยียดหยามกษัตริย์ และเป็นความผิดตามมาตรา 112

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตีความประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความและนำไปใช้เอาผิดประชาชนอย่างกว้างขวาง จนกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

ณัฐเมธส์ สิริไตรรัตนกุล พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายคำฟ้อง ระบุเนื้อหาโดยสรุปว่า

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564 เวลาประมาณ 18.00 น. จำเลยเจตนาเลือกสถานที่ที่มีป้ายข้อความ “ทรงพระเจริญ” และที่มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ทำการแสดงสัญลักษณ์ด้วยป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “คืนสิทธิประกันตัวให้ประชาชน” และด้วยการปีนขึ้นไปบนป้ายชื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้น้ำสีแดงเทราดใส่เนื้อตัว โดยมุ่งประสงค์ให้น้ำสีแดงได้กระเด็นไปเลอะเทอะเปรอะเปื้อนพระบรมฉายาลักษณ์ และป้ายข้อความ “ทรงพระเจริญ” ซึ่งประดิษฐานอยู่เหนือป้ายชื่อมหาวิทยาลัย

จากนั้นจำเลยได้แสดงกิริยาท่าทางเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ ด้วยการนั่งห้อยขา นั่งยองๆ แสดงท่าครุฑ ยืนเอาถังสีสวมครอบศีรษะ และนอนหงายโดยใช้เท้าขวา ซึ่งเป็นอวัยวะเบื้องต่ำชี้ขึ้นไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ อันเป็นการแสดงพฤติกรรมที่มีลักษณะเป็นการแสดงออกทางกิริยาท่าทางจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยการไม่ถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศรัทธาและเคารพบูชาของประชาชนชาวไทย โดยประการที่น่าจะทำให้พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง

และโดยสัญลักษณ์ป้ายผ้าข้อความ “คืนสิทธิประกันตัวให้ประชาชน” นั้น เมื่อประชาชนทั่วไปได้พบเห็นทำให้เข้าใจได้ว่าพระมหากษัตริย์เป็นผู้สนับสนุนผู้นำรัฐบาลปัจจุบัน ให้กระทำการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งจำเลยมีเจตนาให้ประชาชนเกิดความแตกแยก และเคลือบแคลงสงสัยในพระมหากษัตริย์ และระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เพื่อก่อความไม่สงบในบ้านเมือง อันเป็นการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ และเป็นการทำด้วยวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชม หรือแสดงกิริยาทั่วไปที่วิญญูชนพึงกระทำโดยสุจริต

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ คดีหมายเลขดำที่ อ.260/2565 ลงวันที่ 28 ก.พ. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ วิธญา คลังนิล นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาชิกกลุ่มศิลปิน artn’t ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีที่มี พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง เป็นผู้กล่าวหา ในข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการแสดง Performance Art หรือ ศิลปะการแสดงสด ที่หน้าป้ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564

    ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม วิธญาได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจาก สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ แต่เนื่องจากในช่วงดังกล่าว เขาเดินทางไปทำโครงการศิลปะที่จังหวัดนราธิวาส บ้านเกิดของเขา และได้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 จนเกิดการล็อคดาวน์ระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัด ทำให้วิธญาไม่สามารถเดินทางกลับมาจังหวัดเชียงใหม่ได้ จึงได้ขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อหาออกมาก่อน

    บรรยากาศก่อนการรับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเตรียมกำลังทั้งในเครื่องแบบ, ชุดปฏิบัติการพิเศษและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ รวมไม่น้อยกว่า 60 นาย กระจายตัวโดยรอบ อีกทั้งมีการตั้งแผงเหล็กกั้นรอบสถานี ให้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว และมีการตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้ที่จะเข้าไปภายใน ตำรวจยังพยายามป้องกันไม่ให้ประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจวิธญา ราว 10 คน เข้าไปในพื้นที่บริเวณ สภ. ได้ โดยมีการติดตามบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอประชาชนไว้โดยตลอด อีกทั้งยังมีการประกาศห้ามการชุมนุมมั่วสุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นระยะ

    ส่วนวิธญาได้เดินทางมายังสถานีตำรวจโดยการแต่งชุดคอสเพลย์เป็นตัวละคร “ลูฟี่” ในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง "วันพีซ" โดยมีการแสดงขนาดสั้นก่อนเดินทางเข้ารับทราบข้อหา

    พ.ต.ท.อดุลย์ สวยสม รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับวิธญา โดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564 วิธญากับพวกราว 7 คน ได้จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ บริเวณประตูทางเข้า-ออก หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยผู้ต้องหาได้สวมใส่ชุดสีขาว และปืนขึ้นไปบนป้ายชื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเหนือถัดขึ้นไปเป็นป้ายอักษรข้อความว่า “ทรงพระเจริญ” และมีป้ายพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 อยู่

    ผู้ต้องหาได้สาดเทน้ำสีแดงราดเนื้อตัวตนเองจนเปียกโชกทั้งตัว เป็นที่อุจาดตาแก่ผู้คนที่สัญจรไปมาที่พบเห็น นอกจากนั้นทําให้สีกระเด็นและเปรอะเปื้อนตั้งแต่ป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ ป้ายข้อความทรงพระเจริญ ลงมายังป้ายชื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนแสดงการเคลื่อนไหวร่างกายอันเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น นั่งห้อยขา, นั่งยองๆ, ยืนเอาถังสีสวมครอบศีรษะ, แสดงท่าครุฑ ซึ่งเป็นของสูง เนื่องจากครุฑเป็นตราพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ เทพพาหนะของพระนารายณ์ ใช้เป็นสัญลักษณ์ของพระราชอํานาจแห่งพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขของชาติ

    ผู้ต้องหายังแสดงท่านอนหงายโดยใช้เท้าขวาชี้ขึ้นไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งตามประเพณีวัฒนธรรมของไทยย่อมทราบกันดีว่า เท้าเป็นของต่ำ การกระทําตลอดจนการแสดงทั้งหมดที่กล่าวมา มีลักษณะเป็นการหยาบคาย อันเป็นการไม่ถวายพระเกียรติต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการแสดงกริยาสบประมาท ดูถูกเหยียดหยาม ต่อองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงดํารงอยู่ในฐานะเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนคนไทย เป็นการประทุษร้ายต่อความรู้สึกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และความรู้สึกของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ

    ผู้กล่าวหาและพนักงานสอบสวนเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ”

    ด้านวิธญาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ นั้น จะขอให้การเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนภายใน 20 วัน ต่อไป

    หลังการรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว วิธญาได้ถูกนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ก่อนตำรวจปล่อยตัวเขากลับไปโดยไม่มีการควบคุมตัว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี ทั้งเข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ลงวันที่ 5 ต.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/36072)
  • พนักงานสอบสวนนัดส่งตัววิธญาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ อัยการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 20 ธ.ค. 2564
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง เลื่อนฟังคำสั่งไปวันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 10.00 น.
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง เลื่อนฟังคำสั่งไปวันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 10.00 น.
  • พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งฟ้องวิธญา แต่เนื่องจากวิธญายังไม่ได้เตรียมเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัว จึงขอเลื่อนนัดฟ้องคดีไปในวันที่ 28 ก.พ. 2565
  • พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งฟ้องวิธญา หรือศิวัญชลี วิธญเสรีวัฒน์ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังวิธญาเข้ารายงานตัวกับพนักงานอัยการในช่วงสาย อัยการได้แจ้งว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงบ่าย ทำให้ตั้งแต่เวลาราว 13.15 น. เขาถูกนำตัวไปควบคุมที่ห้องขังใต้ถุนศาลจังหวัดเชียงใหม่

    ด้านทนายความได้ยื่นขอประกันตัว โดยขอใช้ตำแหน่งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นนายประกัน ต่อมาเวลาประมาณ 17.40 น. ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลย พร้อมกำหนดวันนัดพร้อมในวันที่ 25 ก.ค. 2565 เวลา 09.00 น. รวมเวลาที่จำเลยถูกคุมขังใต้ถุนศาลราว 4 ชั่วโมงเศษ

    คำฟ้องณัฐเมธส์ สิริไตรรัตนกุล พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวหาว่า การแสดง Performance Art ของวิธญา ที่หน้าป้ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564 วิธญามีเจตนาเลือกสถานที่ที่มีป้ายข้อความ “ทรงพระเจริญ” และที่มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ก่อนแสดงกิริยาท่าทางเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ โดยช่วงหนึ่งได้นอนหงายโดยใช้เท้าขวา ซึ่งเป็นอวัยวะเบื้องต่ำชี้ขึ้นไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ อันเป็นการแสดงพฤติกรรมที่มีลักษณะจาบจ้วง ล่วงเกิน ไม่ถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ อีกทั้งป้ายผ้าข้อความ “คืนสิทธิประกันตัวให้ประชาชน” ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจได้ว่า พระมหากษัตริย์เป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลให้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งจำเลยมีเจตนาให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในพระมหากษัตริย์ และระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    อัยการยังคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา โดยอ้างว่าคดีมีอัตราโทษสูง และเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร เกรงว่าจำเลยจะหลบหนีและไปก่อคดีเช่นเดียวกับคดีนี้ซ้ำอีก

    คดีนี้นับเป็นคดีมาตรา 112 คดีที่ 2 ของศิวัญชลี ที่ถูกอัยการฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนหน้านี้เขากับเพื่อนกลุ่ม Artn’t ได้ถูกฟ้องกรณีแสดงงานศิลปะคล้ายธงชาติที่ไม่มีสีน้ำเงินมาแล้วคดีหนึ่ง

    ขณะที่หากนับคดีจากการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด ศิวัญชลีถูกกล่าวหามาแล้วรวม 9 คดี โดยนอกจากในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 7 คดี มีคดีที่เขาถูกกล่าวหาจากกิจกรรมคาร์ม็อบที่นราธิวาส บ้านเกิดของเขา และคดีจากการชุมนุม #ม็อบ12ธันวา64 #ราษฎรพิพากษามาตรา112 ที่สี่แยกราชประสงค์ ในกรุงเทพมหานคร โดยที่เขาเพียงแต่ไปอ่านบทกวีสั้นๆ ในงานดังกล่าวเท่านั้น ทำให้เขาถูกกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ คดีหมายเลขดำที่ อ.260/2565 ลงวันที่ 28 ก.พ. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/40846)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
วิธญา คลังนิล

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
วิธญา คลังนิล

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์