ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • อื่นๆ (ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ, เลิกจ้าง(คดีแรงงาน), แจ้งความเท็จ, ซ่อนเร้นพยานหลักฐาน)
  • ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
ดำ ยชอ. 238/2564

ผู้กล่าวหา
  • ไม่ทราบชื่อ (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • อื่นๆ (ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ, เลิกจ้าง(คดีแรงงาน), แจ้งความเท็จ, ซ่อนเร้นพยานหลักฐาน)
  • ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)

หมายเลขคดี

ดำ ยชอ. 238/2564
ผู้กล่าวหา
  • 1

ความสำคัญของคดี

“สายน้ำ” นักกิจกรรมเยาวชน ถูกศาลเยาวชนออกหมายจับข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, วางเพลิงเผาทรัพย์, ทำให้เสียทรัพย์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยสายน้ำถูกกล่าวหาว่าแปะกระดาษข้อความ “CANCLE LAW 112” และพ่นสีสเปรย์บนรูปรัชกาลที่ 10 รวมทั้งจุดไฟเผาผ้าประดับรูป ระหว่างการชุมนุม #ทวงคืนประเทศไทยขับไล่ปรสิต ที่เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังทําเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 ต่อมา อัยการคดีเยาวชนมีคำสั่งฟ้องคดี

ในวัยเพียง 17 ปี สายน้ำถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 คดีนี้เป็นคดีที่ 2 แล้ว ก่อนหน้านี้เขาถูกกล่าวหาในข้อหานี้ จากการเข้าร่วมการชุมนุม “ศิลปะราษฎร” ที่หน้าวัดแขก ถนนสีลม เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2563 โดยแต่งกายด้วยเสื้อเสื้อครอปท็อป และเขียนข้อความบนตัว

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบังคับใช้มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความเอาผิดประชาชนอย่างกว้าง ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายอาญาที่ต้องตีความอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมีบทลงโทษที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

อีกทั้งการออกหมายจับเยาวชนโดยไม่เคยมีการออกมหมายเรียกมาก่อนเป็นการปฏิบัติต่อเยาวชนเยี่ยงอาชญากร ละเมิดสิทธิเด็กและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนการสั่งฟ้องคดีซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะยังสะท้อนให้เห็นว่าอัยการไม่มีบทบาทในการกลั่นกรองคดีอาญาขึ้นสู่ศาล

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 บรรยายฟ้องมีเนื้อหาโดยสรุป กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 ซึ่งอยู่ในช่วงวันและเวลาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินยังมีผลใช้บังคับอยู่ โดยจําเลยได้กระทําความผิดหลายกรรม กล่าวคือ

1. จำเลยได้จัดกิจกรรมรวมกลุ่มกันมากกว่า 5 คน ในกิจกรรมที่ชื่อว่า “ทวงคืนประเทศ ขับไล่ปรสิต” ที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 800-900 คน เพื่อเรียกร้องและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง และการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถนนนครสวรรค์ โดยเป็นการชุมนุมและทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุม โดยไม่มีมาตรการป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 และไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืนต่อประกาศและข้อกำหนด

2. ขณะเกิดเหตุ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบุในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และมาตรา 6 บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้

ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ จําเลยได้หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์และวางเพลิงเผาทรัพย์ของมหาวิทยาลัย โดยจำเลยได้ใช้กระดาษที่มีข้อความว่า “CANCLE LAW 112” จำนวน 1 แผ่น ข้อความ “เอาช่วงเวลาชีวิตพวกกูคืนมา” จำนวน 1 แผ่น โดยกระดาษทั้งหมดปิดทับบนรูปพระมหากษัตริย์ และจำเลยยังใช้สีสเปรย์สีดำพ่นทับข้อความ “ทรงพระเจริญ” ด้วยคำหยาบบนรูปดังกล่าว

อีกทั้ง จำเลยจุดไฟเผา จนมีไฟลุกไหม้ที่ผ้าประดับสีเหลืองและสีขาว พานพุ่ม พร้อมกรวยธูปเทียนถวายพระพรที่ใช้ประดับรูป และรวมถึงรูปที่ติดตั้งบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รวมราคาทั้งหมด 2,950 บาท ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

พระบรมฉายาลักษณ์หรือรูปนี้หน่วยงานราชการจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดี และเฉลิมพระเกียรติเชิดชูเทิดทูนพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ผู้เป็นประมุขแห่งรัฐและเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการไม่สมควร เป็นการแสดงออกที่เป็นภยันตรายแก่ร่างกาย ทรัพย์สิน สิทธิ เสรีภาพ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณที่ไม่ใช่การใช้สิทธิตามปกตินิยม ถือเป็นการแสดงความอาฆาตมาดร้าย ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง คดีหมายเลขดำที่ ยชอ.238/2564 ลงวันที่ 20 ต.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • “สายน้ำ” พร้อมผู้ปกครองและผู้ไว้วางใจ เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ก่อนพนักงานสอบสวนแสดงหมายจับออกโดยศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ 21/2564 ลงวันที่ 22 ก.ค. 2564 จากกรณีชุมนุม #ทวงคืนประเทศไทยขับไล่ปรสิต ที่เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังทําเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564

    บริเวณทางเข้า สน. นางเลิ้ง มีการกั้นแผงเหล็ก ตั้งจุดคัดกรอง โดยให้ลงชื่อและตรวจวัดอุณหภูมิ อนุญาตให้เพียงผู้ที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนที่มีบัตรนักข่าวเข้าในเขต สน. โดยมีสื่อมวลชนมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก

    ด้านใน สน.นางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ผู้ปกครอง ผู้ไว้วางใจ และที่ปรึกษากฎหมาย รวมถึงผู้สังเกตการณ์จาก Amnesty International ประเทศไทย เข้าร่วมกระบวนการในห้องสอบสวนได้

    ก่อนเริ่มกระบวนการโดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า การสอบสวนในวันนี้จะทำโดยพนักงานสอบสวนกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ส่วนพนักงานอัยการไม่สะดวกมาเข้าร่วม หลังวานนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งหนังสือขอให้อัยการมาร่วมการสอบสวนแล้ว แต่ที่ปรึกษากฎหมายและผู้ปกครองขอให้ประสานอัยการมาร่วมสอบปากคำ พร้อมกับสหวิชาชีพอื่นๆ

    พนักงานสอบสวนจึงได้ประสานไปที่อัยการอีกครั้ง ก่อนแจ้งที่ปรึกษากฎหมายของสายน้ำว่า อธิบดีอัยการมีคำสั่งให้ยกเว้นการสอบปากคำเยาวชนในช่วงสถานการณ์โควิด ยกเว้นมีเหตุเร่งด่วน ซึ่งหากอัยการจะมาร่วมสอบสวนในวันนี้จะสามารถมาได้เวลา 13.00 น. ทำให้ผู้ปกครองตัดสินใจไม่ขอให้มีอัยการเข้าร่วมด้วย เกรงว่ากระบวนการสอบสวนล่าช้าไปจนถึงช่วงบ่าย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการขอประกันตัวในชั้นศาล

    ในชั้นนี้จึงขอให้มีแค่ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ปกครอง และนักจิตวิทยา อยู่ร่วมในการแจ้งข้อกล่าวหา และสอบคำให้การ

    ++พฤติการณ์แห่งคดีและข้อกล่าวหา++

    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำบันทึกการจับกุมก่อนเริ่มกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบคำให้การ ระบุว่า เวลา 09.45 น. สายน้ำพร้อมผู้ปกครองได้เดินทางมาที่ สน. นางเลิ้ง เพื่อมอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ซึ่งประกอบด้วย พ.ต.ท.จงศักดิ์ ชาญศรี รอง ผกก.สส.สน.นางเลิ้ง และ ร.ต.อ.ทองธาดา การะเกด จึงได้แสดงหมายจับของศาลเยาวชนฯ

    จากนั้นได้แจ้งให้สายน้ำทราบว่า ได้กระทำความผิดรวม 4 ข้อหา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์”, มาตรา 217 “วางเพลิงเผาทรัพย์”, มาตรา 358 “ทำให้เสียทรัพย์”, ฝ่าฝืนข้อกําหนดและประกาศออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

    โดยระบุพฤติการณ์ที่เป็นเหตุแห่งการจับกุมว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลาประมาณ 14.00 น. กลุ่มเยาวชนปลดแอก Free Youth ได้จัดกิจกรรม “ทวงคืนประเทศไทย ขับไล่ปรสิต” ได้นัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาได้มีการเคลื่อนมวลชนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังทําเนียบรัฐบาล และมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดควบคุมฝูงชน ที่บริเวณก่อนถึงแยกพาณิชยการ ถนนพิษณุโลก และต่อมาทางกลุ่มได้ยุติการชุมนุมเวลา 18.25 น.

    หลังการยุติการชุมนุม พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 บริเวณข้างตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอออกแบบและแฟชั่น มีการแปะข้อความว่า “CANCEL LAW 112” ทับที่บริเวณพระพักตร์ และมีสีสเปรย์สีดําพ่นทับพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยคําด่า พบกระดาษแปะไว้ที่บนพระบรมฉายาลักษณ์เขียนด้วยลายมือ ข้อความว่า “เอาช่วงเวลาชีวิตพวกกูคืนมา” และพบร่องรอยไฟไหม้ผ้าสีเหลืองที่ใช้ประดับพระบรมฉายาลักษณ์

    จากการสืบสวนพยานหลักฐานเชื่อว่า ผู้ถูกจับเป็นผู้กระทําความผิดดังกล่าว จึงได้ยื่นคําร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อขอออกหมายจับตามข้อหาดังกล่าวข้างต้น

    หลังทำบันทึกจับกุมเสร็จ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ โดยสายน้ำให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อตนได้ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดี ก็มาพบพนักงานสอบสวนโดยทันที และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะให้การเป็นหนังสือภายใน 30 วัน

    12.00 น. เสร็จสิ้นกระบวนการสอบสวนในชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสายน้ำไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อตรวจสอบการจับ และขออำนาจควบคุมตัว โดยมีที่ปรึกษากฏหมายและผู้ไว้วางใจติดตามไปในรถคันเดียวกันด้วย

    ขณะเดินออกจาก สน.นางเลิ้ง เพื่อขึ้นรถตำรวจไปศาลเยาวชนฯ สายน้ำได้ชูสามนิ้วเหนือหัวพร้อมกล่าวประโยคว่า “เขาเป็นบุคคลสาธารณะ ผมต้องพูดถึงเขาได้ ผมต้องการให้ยกเลิก 112 ครับ”

    ++ให้ประกันในชั้นสอบสวน++

    เวลา 15.30 น. หลังพนักงานสอบสวนนำตัวสายน้ำไปให้ศาลตรวจสอบการจับกุม และยื่นคำร้องขอให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคำสั่งควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ในระหว่างสอบสวน ศาลได้ตรวจสอบการจับกุม โดยสอบถามพนักงานสอบสวนและสายน้ำ ซึ่งได้แถลงว่าได้ดำเนินการจับกุมโดยชอบ สายน้ำยังได้แถลงต่อศาลเพิ่มเติมว่า ได้มามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน

    ต่อมาศาลมีคำสั่งว่า การจับกุมสายน้ำเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และอนุญาตให้ควบคุมตัวสายน้ำตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ ก่อนให้ประกันในวงเงินประกัน 20,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ และนัดสายน้ำไปพบพนักงานคุมประพฤติที่สถานพินิจธนบุรีในวันที่ 2 ส.ค. 2564 นัดรายงานตัวที่งานรับฟ้องของศาลในวันที่ 7 ก.ย. 2564

    หลังครอบครัวสายน้ำวางเงินสด 20,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์เป็นหลักประกัน สายน้ำพร้อมครอบครัว ผู้ไว้วางใจ และที่ปรึกษากฎหมาย จึงเดินทางกลับออกจากศาลเยาวชนฯ

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สน.นางเลิ้ง ลงวันที่ 24 ก.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/32688)
  • สายน้ำพร้อมผู้ปกครองรายงานตัวงานรับฟ้อง ศาลนัดรายงานตัวอีกครั้งวันที่ 15 พ.ย. 2564 เวลา 8.30 น.
  • พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสายน้ำต่อศาลเยาวชนฯ รวม 4 ข้อหา ได้แก่ หมิ่นประมาทกษัตริย์, วางเพลิงเผาทรัพย์, ทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 217, 358 และฝ่าฝืนข้อกําหนดและประกาศออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

    ทั้งนี้ อัยการไม่ได้คัดค้านการให้ประกันตัว โดยขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล

    ในการยื่นฟ้อง อัยการไม่ได้นัดหมายสายน้ำไปศาล เพราะศาลปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฝากขัง สายน้ำจึงอยู่ในอำนาจการควบคุมตัวของศาลแล้ว และอัยการฟ้องทันในกำหนด ซึ่งกำหนดครบผัดฟ้องครั้งสุดท้าย (ครั้งที่ 4) ตามที่กำหมายเยาวชนกำหนดในวันที่ 21 ต.ค. 2564

    หลังศาลรับฟ้อง นัดสอบคำให้การในวันที่ 15 พ.ย. 2564 เวลา 08.30 น.

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง คดีหมายเลขดำที่ ยชอ.238/2564 ลงวันที่ 20 ต.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/37191)
  • สายน้ำยืนยันให้การปฏิเสธ
  • โจทก์แถลงมีพยานที่ประสงค์จะสืบ 24 ปาก ในจำนวนนี้เป็นพยานความเห็นจากกลุ่มอาชีพต่างๆ 14 ปาก จำเลยรับพยานปากเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกจับกุมวันที่จำเลยเข้ามอบตัว โจทก์จึงแถลงขอนำสืบพยาน 23 ปาก จำนวน 6 นัด ในวันที่ 26 ส.ค., 1, 2, 14, 15 และ 16 ก.ย. 2565

    ส่วนที่ปรึกษากฎหมายของจำเลย (ทนายความ) แถลงขอนำสืบพยานฝ่ายจำเลยรวม 8 ปาก ศาลอนุญาตให้จำเลยใช้เวลาสืบจำนวน จำนวน 3 นัด ในวันที่ 2, 8, 29, และ 30 ก.ย. 2565

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/40159)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
สายน้ำ (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
สายน้ำ (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์