ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • การชุมนุม
ดำ อ. 671/2564

ผู้กล่าวหา
  • ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา (ตำรวจ)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • การชุมนุม
ดำ อ. 671/2564

ผู้กล่าวหา
  • ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา (ตำรวจ)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • การชุมนุม
ดำ อ. 671/2564

ผู้กล่าวหา
  • ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)

หมายเลขคดี

ดำ อ. 671/2564
ผู้กล่าวหา
  • ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา

ข้อหา

  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)

หมายเลขคดี

ดำ อ. 671/2564
ผู้กล่าวหา
  • ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา

ข้อหา

  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)

หมายเลขคดี

ดำ อ. 671/2564
ผู้กล่าวหา
  • ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา

ความสำคัญของคดี

“เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 และข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต จากการปราศรัยถึงข้อเสนอในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในการชุมนุม #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป ที่หน้าศาลากลางหลังเก่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2563

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุว่า

พริษฐ์และปนัสยาได้ร่วมกับภาณุพงศ์จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลและปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุทธยาหลังเก่า โดยได้ร่วมกันพูดปราศรัย ป่าวประกาศ โฆษณาด้วยการขยายเสียงผ่านเครื่องขยายเสียง เรียกร้องให้รัฐบาล แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยระหว่างที่พูตปราศรัยได้มีคําพูดบางตอนกล่าวหารัชกาลที่10 ต่อหน้าบุคคลที่สามหรือประชาชนที่มาฟังจํานวนหลายคน มีใจความโดยสรุปว่า

พริษฐ์กล่าวถึงการขยายอำนาจของสถาบันกษัตริย์ในปัจจุบันจนกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย โดยเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองและการรัฐประหารในประเทศไทย พร้อมย้ำความจำเป็นของการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้สถาบันฯ ประชาชน และระบอบประชาธิปไตย สามารถไปร่วมกันได้

ภาณุพงศ์กล่าวถึงการที่ ร.10 เสด็จไปอยู่เยอรมนี พร้อมย้ำข้อเรียกร้องของประชาชนว่าไม่ได้ต้องการจะล้มล้าง แต่เจตนาที่จะทำให้พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญโดยแท้จริง

ปนัสยากล่าวถึงการที่ประชาชนไทยไม่สามารถกล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ในทางวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะโครงสร้างสังคมสร้างความกลัวเข้ามากดทับ โดยกล่าวถึงสถานะที่ทุกคนเป็นคนเหมือนกัน ไม่มีใครสูงส่งกว่าและเกิดมาเลือดสีน้ำเงิน พร้อมกับกล่าวทบทวนถึงข้อเสนอทั้ง 10 ข้อ เพื่อการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยย้ำว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่การล้มเจ้า แต่เป็นข้อเสนอเพื่อการปรับตัว

การกระทำของทั้งสามเป็นการ ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ละเมิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รัชกาลที่ 10 ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะทําให้พระองค์เสื่อมเสียพระเกรียรติยศชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง โดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลและเล็งเห็นผลที่จะทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาไม่เคารพสักการะ ซึ่งตามปกติพระองค์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนผู้ใดจะละเมิดมิได้

(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สน.บางเขน ลงวันที่ 21 ธ.ค. 2563)

ความคืบหน้าของคดี

  • หลังจาก "เพนกิน" พริษฐ์ และ "รุ้ง" ปนัสยา นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 จากเรือนจำอำเภอธัญบุรี แต่ทั้งสองกลับถูกตำรวจ สน.ชนะสงคราม เข้าอายัดตัวต่อทันที ควบคุมตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภาค 1) เพื่อแจ้งข้อหาตามหมายจับในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร

    นอกจากนี้ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ บัวภาคำ รอง ผกก. (สอบสวน) และ พ.ต.ต.กัมพล อินทีวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา ก็ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาในคดีจากการปราศรัยในการชุมนุม #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป ที่จังหวัดอยุธยา เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2563

    บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุว่า พริษฐ์และปนัสยาได้ร่วมกับภาณุพงศ์จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลและปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุทธยาหลังเก่า โดยได้ร่วมกันพูดปราศรัย ป่าวประกาศ โฆษณาด้วยการขยายเสียงผ่านเครื่องขยายเสียง เรียกร้องให้รัฐบาล แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยได้ถอดเทปคำปราศรัยบางช่วงตอนของทั้งสองคน มีใจความโดยสรุปว่า

    พริษฐ์กล่าวถึงการขยายอำนาจของสถาบันกษัตริย์ในปัจจุบันจนกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย โดยเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองและการรัฐประหารในประเทศไทย พร้อมย้ำความจำเป็นของการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้สถาบันฯ ประชาชน และระบอบประชาธิปไตย สามารถไปร่วมกันได้

    ปนัสยากล่าวถึงการที่ประชาชนไทยไม่สามารถกล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ในทางวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะโครงสร้างสังคมสร้างความกลัวเข้ามากดทับ โดยกล่าวถึงสถานะที่ทุกคนเป็นคนเหมือนกัน ไม่มีใครสูงส่งกว่าและเกิดมาเลือดสีน้ำเงิน พร้อมกับกล่าวทบทวนถึงข้อเสนอทั้ง 10 ข้อ เพื่อการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยย้ำว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่การล้มเจ้า แต่เป็นข้อเสนอเพื่อการปรับตัว

    พนักงานสอบสวนระบุว่า การกระทําของผู้ต้องหาเจตนาประสงค์ต่อผลเพื่อโน้มน้าว จูงใจ ปลุกระดม ก่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในประชาชนทั้งในที่ชุมนุมและทั่วราชอาณาจักรให้ต่อต้านรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ไม่เคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญ

    จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันกระทําการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทําภายในความหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และร่วมกันทําใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ

    พริษฐ์และปนัสยาให้หารปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา บก.ตชด.ภาค 1 ลงวันที่ 20 ต.ค. 2563 และ https://www.facebook.com/lawyercenter2014/photos/a.668860109830513/3352987061417791/)
  • ขณะที่ "ไมค์" ภาณุพงศ์ ถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างสอบสวนในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร พ.ต.ท.สุรศักดิ์ บัวภาคำ และ พ.ต.ต.กัมพล อินทีวงศ์ ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ถึงในเรือนจำ

    บันทึกแจ้งข้อกล่าวหามีรายละเอียดเช่นเดียวกับของพริษฐ์และปนัสยา โดยระบุคำปราศรัยของภาณุพงศ์ที่ผู้กล่าวหาเห็นว่าเป็นการยุยงปลุกปั่นประชาชน ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึงการที่ ร.10 เสด็จไปอยู่เยอรมนี พร้อมย้ำข้อเรียกร้องของประชาชนว่าไม่ได้ต้องการจะล้มล้าง แต่เจตนาที่จะทำให้พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญโดยแท้จริง

    พนักงานสอบสวนแจ้ง 2 ข้อกล่าวหากับภาณุพงศ์เช่นเดียวกัน โดยภาณุพงศ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ลงวันที่ 22 ต.ค. 2563)
  • หลังศาลอาญาไม่อนุญาตให้ฝากขังปนัสยา, พริษฐ์, ภาณุพงศ์ และแบงค์ -ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ต่อในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร โดยอ้างถึงสิทธิของผู้ต้องหา มิให้มีการขังเกินกว่าความจำเป็นจนกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ ประชาชนได้มารอรับการปล่อยตัวทั้ง 4 คน ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่พบว่ามีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปภายในเรือนจำ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการถูกอายัดตัวต่อ

    เวลา 19.50 น. ปติวัฒน์ได้รับการปล่อยตัว และได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวและประชาชนว่าพริษฐ์และภาณุพงศ์ถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมตัวต่อ แต่เขาไม่สามารถบอกรายละเอียดได้แน่ชัด ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ยังไม่อนุญาตให้ทนายความเข้าไปพบทั้งสองคน

    เวลาประมาณ 20.00 น. มีการยืนยันว่าทั้งปนัสยา, พริษฐ์ และภาณุพงศ์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่นเข้าอายัดตัวตามหมายจับคดีการชุมนุมที่จังหวัดนนทบุรีและอยุธยา ขณะที่พริษฐ์ยังมีหมายจากการชุมนุมที่จังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย

    ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 20 - 22 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของท้องที่ได้เข้าแจ้งกล่าวหาทั้งสามในคดีดังกล่าวแล้ว ทำให้หมายจับสิ้นผลไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 68 พริษฐ์และภาณุพงศ์จึงปฏิเสธการถูกควบคุมตัวขึ้นรถตำรวจ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการควบคุมตัวมิชอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ทนายความเข้าไปติดตามการควบคุมตัวลูกความ

    20.40 น. ระหว่างเกิดการโต้เถียงเรื่องอำนาจการอายัดตัว พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.ประชาชื่น ให้สัมภาษณ์ว่าการอายัดตัวดำเนินการตามหมายจับของ สภ.เมืองนนทบุรี, สภ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยสถานีตำรวจต้นทางได้แจ้งอายัดไว้และยังไม่ได้แจ้งยกเลิกหมายจับมา

    ขณะทนายความยืนยันว่าคดีทั้งหมด ทั้ง 3 คนได้ถูกแจ้งข้อหาไปหมดแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถอายัดตัวต่อได้ เนื่องจากหมายจับสิ้นผลไปแล้ว พร้อมนำเอกสารบันทึกการแจ้งข้อหาในคดีเหล่านั้นให้ตำรวจตรวจดู และขอให้ประสานตำรวจจากสถานีตำรวจต้นทางเพื่อถอนการอายัด เพื่อจะได้ไม่ต้องควบคุมตัวทั้งสามคนให้สูญเสียอิสรภาพต่ออีก

    21.10 น. ระหว่างทนายตรวจเอกสารกับตำรวจอยู่ด้านนอก เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกลับได้คุมตัวพริษฐ์และภาณุพงศ์ขึ้นรถผู้ต้องขังออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไป โดยไม่ได้ใช้ประตูหลักที่ผู้สื่อข่าวและประชาชนรอรับอยู่ ทำให้ไม่มีใครเห็นตัว ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เองจะยืนยันว่ามีการนำตัวทั้งสองออกไปแล้ว พร้อมกันนั้นที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เจ้าหน้าที่จาก สน.ประชาชื่น ได้นำตัวปนัสยาขึ้นรถยนต์ของตำรวจออกไปด้วยเช่นกัน

    ระหว่างนั้นทั้งผู้สื่อข่าวและมีประชาชนเผยแพร่คลิปด้วยว่า ในระหว่างการควบคุมตัวพริษฐ์-ภาณุพงศ์ มายัง สน.ประชาชื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งขับรถจนเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของประชาชน ทำให้รถเสียหายและประชาชนได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียหายได้ติดตามมาแจ้งความที่สน.ประชาชื่นด้วย

    21.25 น. ที่ สน.ประชาชื่น ผู้สื่อข่าวและประชาชนพบตัวพริษฐ์และภาณุพงศ์ถูกคุมตัวอยู่บนรถคุมตัวผู้ต้องขังของตำรวจ พริษฐ์แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังล็อกคอพวกตนทั้งสองขึ้นรถ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ และภาณุพงศ์ได้หมดสติไปบนรถควบคุมตัวนั้น ทำให้มีเหตุชุลมุนเกิดขึ้น เนื่องจากประชาชนที่ติดตามมาเร่งให้นำทั้งสองคนลงจากรถมารักษาพยาบาล แต่ตำรวจยังไม่ยินยอม

    21.41 น. รถยนต์ตำรวจ สน.ประชาชื่น นำตัวปนัสยามาถึง เจ้าหน้าที่นำตัวปนัสยาแยกขึ้นไปห้องสอบสวน และให้นำพริษฐ์และภาณุพงศ์ลงจากรถคุมตัว โดยต้องอุ้มภาณุพงศ์ซึ่งเป็นลมไม่ได้สติ ขณะที่พริษฐ์ก็มีอาการบาดเจ็บ มีเลือดออก และอิดโรย รวมทั้งมีอาการหอบหืดซึ่งเป็นโรคประจำตัว นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เข้ามายืนยันว่าต้องนำตัวทั้งสองคนส่งโรงพยาบาล

    21.56 น. ภาณุพงศ์ถูกนำตัวขึ้นรถกู้ภัยไปส่งยังโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โดยมี นพ.ทศพรและเพื่อนติดตามไปด้วย ส่วนพริษฐ์ซึ่งได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนมีอาการดีขึ้นได้แถลงหน้า สน.ประชาชื่น ถึงการถูกควบคุมตัวโดยมิชอบขึ้นรถมาโดยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 4-5 นาย และยืนยันว่าตำรวจไม่มีอำนาจควบคุมตัวพวกตนอีกแล้ว จึงจะอารยะขัดขืนนั่งหน้า สน. จนกว่าตำรวจจะยอมรับว่าไม่มีอำนาจจับกุม หากเจ้าหน้าที่ยืนยันจะอายัดตัวต่อจากหมายจับที่สิ้นผลแล้ว จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

    23.10 น. พริษฐ์ประกาศว่า ได้รับแจ้งว่า สภ.เมืองอุบลฯ และ สภ.เมืองนนทบุรี ถอนหมายจับแล้ว แต่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา กำลังเดินทางมาที่ สน.ประชาชื่น เมื่อมาถึงประชาชนไม่ต่ำกว่า 500 คน หน้าสถานีพร้อมใจตะโกน #ปล่อยเพื่อนกู ส่วนพริษฐ์ประกาศให้ตำรวจถอนหมายจับตามกฎหมายที่ควรจะเป็น หากไม่ถอนก็ให้เข้ามาจับกุมเขาภายใน 15 นาทีนี้ ด้าน สน.ประชาชื่นนำกำลังเจ้าหน้าที่มาเสริมพื้นที่

    (อ้างอิง: https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/3381108888605608)
  • ไทยรัฐรายงานว่า เวลา 01.20 น. รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าพื้นที่โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่ง ไมค์-ภาณุพงศ์ พักรักษาตัวอยู่

    ด้านพริษฐ์ แหวน พยาบาลอาสาซึ่งให้การปฐมพยาบลกล่าวว่า มีอาการปวดบวมทั้งศีรษะ ไหล่ และแขนด้านขวา ฝ่าเท้ามีสะเก็ดเศษแก้วฝังอยู่เกือบ 20 ชิ้น ในศีรษะเกือบ 100 ชิ้น ในหูเกือบ 7 ชิ้น แม้จะนำออกบ้างแล้วแต่ยังไม่หมด ควรได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ในตอนแรก ภาณุพงศ์มีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติและความดันต่ำ หากอยู่ในที่แคบหรือขาดอากาศหายใจจะมีอาการวูบและน็อคได้ ส่วนพริษฐ์มีโรคประจำตัวคือโรคหอบหืด ทำให้การถูกคุมตัวในรถตำรวจวันนี้ส่งผลต่อทั้งคู่มากกว่าคนทั่วไป และทำให้สุขภาพทั้งคู่เสี่ยงอันตรายมากกว่าปกติ

    03.10 น. พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.อยุธยา ชี้แจงว่าจะสอบสวน ปนัสยา-พริษฐ์-ภาณุพงศ์ ที่ สน.ประชาชื่น ให้เสร็จคืนนี้ และทั้งสามมีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อรับการตรวจรักษาจากแพทย์ ส่วนประชาชนต้องการให้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะไม่ยื่นคำร้องขอฝากขังหลังสอบสวนเสร็จ พ.ต.อ.เอกราช ไม่ให้คำตอบชัดเจน

    หลังตำรวจทำบันทึกจับกุมปนัสยาและพริษฐ์เสร็จ ทั้งสองจึงยื่นคำร้องขอรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล และถูกนำตัวขึ้นรถโรงพยาบาลไปโรงพยาบาลพระราม 9 โดยมีปิยบุตร แสงกนกกุล และ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ เดินทางไปด้วย ประชาชนหน้า สน.ประชาชื่น จึงแยกย้ายกลับ

    06.15 น. ตำรวจจาก สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้แสดงตัวจับกุมภาณุพงศ์ที่ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลพระราม 9 ขณะที่ภาณุพงศ์ปฏิเสธการจับกุม เนื่องจากการจับกุมเริ่มตั้งแต่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว ไม่ใช่ที่โรงพยาบาลตามที่ตำรวจได้แจ้งการจับกุม ภาณุพงศ์ยังยืนยันสิทธิของผู้ต้องหาเมื่อได้รับการบาดเจ็บต้องได้รับการรักษาตัวต่ออยู่ที่โรงพยาบาลนี้

    ++ พนักงานสอบสวนอยุธยา อ้างยังต้องคุมตัวผู้ต้องหาไว้ แม้สอบสวนเสร็จแล้ว รอส่งอัยการ ++

    เวลา 13.30 น. พ.ต.ต.กัมพล อินทีวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งควบคุมตัว รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน ต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยไม่ได้นำตัวทั้งสามไปศาล ระบุในคำร้องว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 63 เวลา 03.30 น. ตำรวจกองสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้จับกุมเพนกวินและรุ้ง ผู้ต้องหาที่ 1 และ 3 ที่ สน.ประชาชื่น และในเวลา 06.00 น. ได้จับกุม ไมค์ ผู้ต้องหาที่ 2 ที่โรงพยาบาลพระราม 9

    ทั้งนี้ การสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่สำนวนการสอบสวนอยู่ระหว่างเสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาลงความเห็น จึงยังไม่สามารถส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการได้ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามไว้ระหว่างรอส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ อีกทั้งคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่าหากปล่อยตัวไป ผู้ต้องหาทั้งสามจะไปก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

    เป็นที่น่าสังเกตว่า คำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าวไม่ระบุระยะเวลาที่ขอทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ด้วย

    ขณะเดียวกันที่ รพ.พระราม 9 ที่ทั้ง 3 คน พักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ ได้มีตำรวจในเครื่องแบบราว 6 นาย เฝ้าอยู่ด้านหน้าลิฟต์

    ++ ทนายคัดค้าน: หมายจับสิ้นผลแล้ว-ไม่มีความจำเป็นต้องคุมตัว-ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ ++

    13.53 น. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไต่สวนคำร้องขอควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน หลังทนายความของนักกิจกรรมทั้งสามคนยื่นคัดค้านคำร้องของพนักงานสอบสวน และขอให้ศาลไต่สวน โดยมีเนื้อหาโดยสรุปว่า

    ผู้ต้องหาทั้งสามได้ปรากฏต่อหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 และพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยาได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งสาม และได้ทำการสอบคำให้การเสร็จ พิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือ ครบถ้วน ผู้ต้องหาทั้งสามได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา กระบวนการดังกล่าวย่อมถือว่าได้ดำเนินการตามหมายจับแล้ว หมายจับย่อมสิ้นผลไปตามกฎหมาย ปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วว่าพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใดที่จะต้องฝากขังผู้ต้องหาไว้ต่อศาล

    พฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาตามคำร้อง ชัดแจ้งว่าเพียงแต่เกี่ยวกับเรื่องการใช้เสรีภาพในการชุมนุม โดยเป็นการชุมนุมที่สงบ ปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ

    ผู้ต้องหายังเป็นเพียงนักศึกษา และมีภูมิลำเนาอยู่คนละที่เกิดเหตุ ไม่ได้มีอิทธิพลหรือความสามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ พยานหลักฐานในคดีนี้ก็อยู่ในความดูแลของพนักงานสอบสวนแล้วทั้งสิ้น ผู้ต้องหาจึงไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานใดๆ ได้อีก จึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเอาตัวผู้ต้องหาไว้ในอำนาจศาล

    อีกทั้งในคำร้องคัดค้านของทนายความยังได้ระบุถึงข้อเท็จจริงที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก มีอาการเจ็บป่วยหัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลีย จนเป็นลม, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้รับบาดเจ็บกระจกบาดทั่วร่างกาย และกระจกเข้าในหู และนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล มีอาการอ่อนเพลีย หากทั้งสามต้องอยู่ในความควบคุมระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ย่อมจะเป็นการควบคุมตัวที่เกินจำเป็น

    สุดท้าย คำร้องคัดค้านได้ระบุว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมถือเป็นเครื่องมือแสดงออกซึ่งเจตจำนงอย่างเสรีของพลเมือง เป็นวิธีในการแสดงออกซึ่งเจตจำนงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เพื่อเป็นเครื่องสะท้อนและกระตุ้นเตือน “รัฐบาล” ที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการรัฐประหาร “สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม” จึงเป็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ซึ่งในทางสากลให้การยอมรับและตระหนักว่าเป็นสิ่งที่พลเมืองในแต่ละรัฐย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิดังกล่าว

    สำหรับการนำตัวผู้ต้องหามาฝากขังในครั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปใช้เสรีภาพร่วมหรือทำกิจกรรมใดต่อไปในอนาคตอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พนักงานสอบสวนหรือ เจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถที่จะใช้อำนาจในการจับกุม ออกหมายเรียก หรือดำเนินการตามกฎหมายได้เป็นคดีอื่นอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมผู้ต้องหาไว้ในคดีนี้ เพราะเป็นเสมือนการใช้ดุลพินิจพิจารณาไว้ในอนาคตแล้วว่าการทำกิจกรรมนั้นๆ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อันเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าของพนักงานสอบสวนเอง

    ++ ศาลสั่งยกคำร้องขอควบคุมตัว - ปล่อยตัวไม่อยู่ในอำนาจควบคุมตัวคดีใดอีก ++

    16.42 น. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวน ที่ขอควบคุมตัวทั้งสามคน ระบุข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ร้องได้สอบสวนเสร็จแล้วเหลือเพียงขั้นตอนความเห็นจากผู้บังคับบัญชาซึ่งพยานได้ให้การว่าสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ทั้งยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าจะมีการหลบหนีหรือไปก่อเหตุร้ายอันตรายประการอื่น อีกทั้งตัวต้องหายังมีอาการป่วยและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจึงไม่มีเหตุจำเป็นในการควบคุมตัว มีคำสั่งยกคำร้องขอควบคุมตัว

    จากคำสั่งศาล ทำให้ทั้งสามคนได้รับการปล่อยตัว รวมเวลาที่เพนกวินและรุ้งสูญเสียอิสรภาพไปเป็นระยะเวลา 17 วัน ส่วนไมค์ 15 วัน

    (อ้างอิง: คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งควบคุมตัว และคำร้องคัดค้านคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 31 ต.ค. 2564 และ https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/3381737551876075)
  • ที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ระหว่างที่ 8 นักกิจกรรมผู้ได้รับหมายเรียกจากการชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกา ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหานั้น พนักงานสอบสวนจาก สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ประสานงานเพื่อเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อพริษฐ์, ปนัสยา และภานุพงศ์ จากเหตุการชุมนุมในคดีนี้

    พ.ต.ท.สุรศักดิ์ และ พ.ต.ต.กัมพล ได้แจ้งพฤติการณ์ที่กล่าวหานักกิจกรรมทั้งสามเช่นเดียวกับที่เคยแจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยระบุเพิ่มเติมว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหากับพวกนั้นเป็นความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ด้วย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

    หลังรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งสามคนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และปฏิเสธการลงลายมือชื่อ แต่ได้เขียนข้อความรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้มาตรา 112 ในช่องลงลายมือชื่อผู้ต้องหาแทน

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สน.บางเขน ลงวันที่ 21 ธ.ค. 2563 และ https://tlhr2014.com/archives/24430)
  • พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยายื่นฟ้องพริษฐ์, ปนัสยา และภาณุพงศ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยไม่มีตัวจำเลย เนื่องจากพริษฐ์และภาณุพงศ์ถูกขังระหว่างสอบสวนในคดีชุมนุมหน้า บก.ตชด.ภาค 1 ส่วนปนัสยาอยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งถือว่าอยู่ในอำนาจของศาลอาญาแล้ว

    หลังศาลรับฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.671/2564 ได้นัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 28 ก.ย. 2564 เวลา 9.00 น.
  • เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งพริษฐ์ว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะคอนเฟอเรนซ์ด้วย แต่พริษฐ์ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องมีทนายอยู่ด้วย ศาลจึงไม่ได้คอนเฟอเรนซ์มา
  • ภายหลังจากที่ทางศาลอาญาฯ ได้มีหนังสือลงวันที่ 20 ก.ย. 2564 แจ้งให้ ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่เป็นนายประกันของ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก จำเลยที่ 6 ในคดีหมายเลขดำที่ อ.287/2564 (ชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร) ส่งตัวไมค์ไปที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสอบถามในคดีหมายเลขดำที่ อ.671/2564

    ทางนายประกันก็ได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องตอบกลับถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ระบุว่า ไม่สามารถส่งตัวไมค์ไปยังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวันเวลานัดได้ เนื่องจากไมค์ถูกฟ้องในอีกคดีหนึ่งเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2564 (คดีจากการโพสต์จดหมายถึงกษัตริย์ในกิจกรรม #ราษฎรสาส์น เมื่อวันที่ 8 พฤษจิกายน 2563) และศาลอาญาได้ออกหมายขังจำเลยไว้ จําเลยได้ยื่นคําร้องขอปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 23 และ 24 ก.ย. 2564 แต่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จึงขอให้ศาลอาญาแจ้งเหตุขัดข้องดังกล่าวไปยังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย

    นอกเหนือจากการแจ้งผ่านศาลอาญา ถึงนายประกันของไมค์ให้ส่งตัวไมค์ไป วันเดียวกันนี้ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังได้เบิกตัว “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งยังถูกขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อสอบถามผ่านคอนเฟอเรนซ์ว่า เป็นบุคคลในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยายื่นฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 หรือไม่

    อย่างไรก็ตาม เพนกวินได้ทักท้วงว่า ขอให้มีทนายความอยู่ร่วมในกระบวนการด้วย แต่ศาลยืนยันว่า ดำเนินการได้ เพราะแค่ยืนยันตัวจำเลยที่อัยการฟ้อง เพนกวินแถลงว่า เขายังไม่ได้คำฟ้องในคดี และขอคัดรายงานกระบวนพิจารณาของวันนี้ด้วย ศาลกล่าวตอบว่า ให้ทนายจำเลยมาขอคัดในภายหลัง เพนกวินจึงแถลงโต้ว่า เพราะว่าศาลไม่ยอมให้เขามีทนายเข้าร่วมกระบวนการ จึงไม่สามารถขอคัดเอกสารในวันนี้ได้เลย หลังเสร็จกระบวนการ ศาลได้กำหนดนัดสอบคำให้การจำเลยในคดีนี้ในวันที่ 19 พ.ย. 2564

    ทั้งนี้ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่ได้ส่งหมายนัดถึงรุ้งหรือนายประกันของรุ้งให้ไปในคราวเดียวกันกับไมค์และเพนกวินด้วย

    สำหรับเพนกวินและไมค์ ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยเพนกวินถูกขังมาแล้ว 52 วัน ในคดีจากการชุมนุม #19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร ซึ่งเขาถูกศาลอาญาถอนประกันโดยไม่มีการไต่สวน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ขณะที่ไมค์ ถูกขังรอบใหม่ได้ 6 วัน หลังเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 จากการฝากขังในคดีชุมนุมหน้า บก.ตชด.ภาค 1 โดยถูกฝากขังอยู่ 38 วัน และติดโควิดในเรือนจำเป็นรอบที่ 2 ก่อนศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ประกัน

    (อ้างอิง: หนังสือขอให้ส่งตัวภาณุพงศ์ จาดนอก ศาลอาญา ลงวันที่ 20 ก.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/35835)
  • ทั้งพริษฐ์, ปนัสยา และภาณุพงศ์ ถูกขังอยู่ในเรือนจำในคดีอื่น ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงคอนเฟอเรนซ์ไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ทั้งสามแถลงว่า ไม่ประสงค์ให้การผ่านคอนเฟอเรนซ์ ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนถามคำให้การไปเป็นวันที่ 8 ธ.ค. 2564 โดยให้เบิกตัวทั้งสามไปที่ศาล
  • ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวปนัสยาระหว่างพิจารณาคดี เพื่อให้ปนัสยาได้ออกไปสอบปลายภาค หลังศาลอาญาให้ประกันในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดี #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว และศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ประกันในคดีแต่งครอปท็อปเดินสยามพารากอน

    ต่อมาเวลา 14.26 น. ฐพล ยามวินิจ มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวปนัสยาในคดีนี้ จำกัดเพียงถึงวันที่ 12 ม.ค. 2565 เท่านั้น เช่นเดียวกับศาลอื่น โดยระบุเหตุผลคล้ายกันว่า เนื่องจากจำเลยเป็นนักศึกษาอยู่ในช่วงสอบ และทํารายงานแทนการสอบเพื่อจบการศึกษา ทั้งนี้ ศาลให้ประกันโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ แต่มีเงื่อนไข 5 ข้อ เช่นเดียวกับคำสั่งของศาลอาญาในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และหากผิดสัญญาประกันจะปรับ 150,000 บาท เงื่อนไข 5 ข้อ ประกอบด้วย

    1. ห้ามจำเลยทำกิจกรรมหรือก่อเหตุที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
    2. ห้ามจำเลยเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
    3. ห้ามจำเลยออกนอกเคหสถานตลอดเวลา เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล ไปเรียนไปสอบ ไปติดต่อราชการที่ศาลอื่น หรือมีเหตุอื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาล
    4. ห้ามจำเลยออกนอกราชอาณาจักร
    5. ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM)

    ทำให้ปนัสยาได้รับอิสรภาพหลังถูกจองจำที่ทัณฑสถานหญิงกลางในคดีแต่งครอปท็อปเดินสยามพารากอนมาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2564 รวมระยะเวลา 17 วัน

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/38500)
  • พริษฐ์และภาณุพงศ์ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทฯ ส่วนปนัสยา จำเลยที่ 3 เดินทางมาศาล ผู้รับมอบฉันทะทนายจําเลยที่ 3 แถลงว่า จําเลยที่ 3 ได้แต่งตั้งนรเศรษฐ์ นาหนองตูม เป็นทนาย แต่วันนี้ติดว่าความที่ศาลอื่น ไม่สามารถมาศาลได้ จึงขอเลื่อนการสอบคําให้การจําเลยออกไปอีกสักนัด โดยขอให้กําหนดนัดสอบคําให้การจําเลยและตรวจพยานหลักฐานไปในวันเดียวกัน

    ด้านพริษฐ์ จําเลยที่ 1 และภาณุพงศ์ จําเลยที่ 2 แถลงว่าประสงค์จะแต่งตั้งนรเศรษฐ์ นาหนองตูม เป็นทนายความเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากทั้งสองถูกคุมขังอยู่ในเรือนจําฯ จึงยังไม่ได้ปรึกษาทนายความและยังไม่ได้ทําการแต่งตั้งนรเศรษฐ์เข้ามาเป็นทนายความในคดีนี้ ขออนุญาตเลื่อนคดีไปให้การในนัดหน้า

    โจทก์ไม่ค้าน ศาลจึงอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสอบคําให้การ ประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 8 ก.พ. 2565 เวลา 09.00 น.

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คดีหมายเลขดำที่ อ.671/2564 ลงวันที่ 8 ธ.ค. 2564)
  • ทนายความยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวปนัสยา ซึ่งมีกำหนดอนุญาตจนถึงวันที่ 12 ม.ค. 2565 โดยศาลมีคำสั่งให้นัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่งต่อคำร้องดังกล่าวในวันที่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 13.30 น.

    คำร้องดังกล่าวระบุว่าจำเลย ซึ่งเป็นนักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ 2/2564 จำนวน 6 วิชา โดยแต่ละวิชาจำเป็นต้องเข้าเรียน เข้าสอบ และจัดทำรายการส่งตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

    ทั้งมีรายวิชาการวิจัยรายบุคคล ที่ต้องเก็บข้อมูลภาคสนาม ต้องค้นคว้าข้อมูลจากห้องสมุดและแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ รวมถึงพบอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นระยะ หากจำเลยไม่สามารถทำการศึกษาวิจัยตามกระบวนการ และไม่ผ่านรายวิชาดังกล่าวซึ่งเป็นวิชาบังคับของหลักสูตร จะไม่สามารถจบการศึกษาตามหลักสูตรได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิทางการศึกษา และอนาคตของจำเลย

    อีกทั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จำเลยได้พิสูจน์ตนด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโดยเคร่งครัด ไม่เคยกระทำการใดๆ ที่สุ่มเสี่ยงจะผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยจะไม่ได้ไปก่อเหตุภยันตรายประการอื่นแต่อย่างใด

    คำร้องได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยจำเลยยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งและเงื่อนไขของศาลเช่นเดิมทุกประการ

    (อ้างอิง: คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คดีหมายเลขดำที่ อ.671/2564 ลงวันที่ 11 ม.ค. 2565)
  • เวลา 15.30 น. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอ่านคำสั่งผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มายังศาลอาญา โดยอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวปนัสยาต่อเช่นกัน พร้อมทั้งยกเลิกกำหนดระยะเวลาของคำสั่ง โดยให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา แต่ยังคงเงื่อนไข 3 ข้อ เช่นเดียวกับคำสั่งศาลอาญาในวันนี้ คือ

    1. ห้ามทำกิจกรรม เข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อความวุ่นวายต่อบ้านเมือง
    2. ห้ามทำกิจกรรมที่ทำให้เสื่อมเสียต่อสภาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันศาล
    3. ห้ามเดินทางออกนอกราบอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล

    ทั้งนี้ หากศาลอาญามีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ให้ทนายความนำส่งคำสั่งดังกล่าวส่งต่อศาล เพื่อประกอบการพิจารณาภายใน 7 วัน

    ก่อนหน้านี้ ศาลไม่ได้กำหนดเงื่อนไข “การห้ามกระทำการใดๆ กระทบกระเทือนถึงศาลในทุกด้าน” แต่คำสั่งให้ประกันครั้งนี้ได้เพิ่มเงื่อนไขส่วนนี้เข้ามา

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/39550)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภาณุพงศ์ จาดนอก

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พริษฐ์ ชิวารักษ์

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์