ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.227/2565

ผู้กล่าวหา
  • ไม่ทราบชื่อ (ตำรวจ)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.227/2565

ผู้กล่าวหา
  • ไม่ทราบชื่อ (ตำรวจ)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.227/2565

ผู้กล่าวหา
  • ไม่ทราบชื่อ (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.227/2565
ผู้กล่าวหา
  • 1

ข้อหา

  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.227/2565
ผู้กล่าวหา
  • 1

ข้อหา

  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.227/2565
ผู้กล่าวหา
  • 1

ความสำคัญของคดี

ศุภกร ขุนชิต, อลิสา บินดุส๊ะ และชมพูนุท (สงวนนามสกุล) 3 นักศึกษาและนักกิจกรรม “ราษฎรใต้” ถูกดำเนินคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, ยุยงปลุกปั่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากการตระเวนถ่ายภาพบริเวณต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง และโพสต์ภาพพร้อมข้อความประกอบจำนวนหลายภาพในเพจเฟซบุ๊ก “พัทลุงปลดแอก” และ “ประชาธิปไตยในด้ามขวาน” เมื่อเดือน พ.ย. 2563 แม้ภาพและข้อความไม่ได้เข้าองค์ประกอบความผิดดังกล่าว ทั้งนี้ทั้งสามถูกออกหมายจับโดยไม่เคยถูกออกหมายเรียกมาก่อน แต่ได้การประกันตัวทั้งชั้นสอบสวนและพิจารณาคดี

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบังคับใช้มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมให้การกระทำหลายอย่างเป็นความผิดเกินกว่าเจตนารมณ์ของกฎหมาย และใช้เป็นเครืองมือปิดกั้นการแสดงออกโดยสงบของประชาชน นอกจากนั้นคดีในข้อหาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจมีแนวโน้มที่จะขอออกหมายจับโดยปกปิดข้อเท็จจริงต่อศาล และศาลก็ไม่มีบทบาทในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยการตรวจสอบพยานหลักของตำรวจอีกด้วย

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

อรอุษา สงจันทร์ พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง บรรยายฟ้อง ใจความโดยสรุปว่า

1. เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 เวลากลางคืน จนถึงวันที่ 25 พ.ย. 2563 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ อนุสรณ์สถาน พระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 และพระราชินี ในท้องที่อำเภอเมืองพัทลุง แล้วนำไปตัดต่อพิมพ์ประกอบข้อความที่จัดทำขึ้น แล้วนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “พัทลุงปลดแอก” จำนวน 5 ภาพ โดยมีข้อความที่ประกอบภาพสถานที่ต่างๆ ได้แก่ “Land of Compromise ทำไมใช้ ม.112 #กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”, “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล ไปด้วยความรักความสามัคคี”, “EAT THE RICH”, “คิดถึงยอด SCB ใจจะขาด” และ “เผด็จการจงพินาศ เป็ดก้าบ ก้าบ จงเจริญ”

2. เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 เวลากลางคืน จนถึงวันที่ 28 พ.ย. 2563 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ในท้องที่อำเภอเมืองพัทลุง แล้วนำไปตัดต่อพิมพ์ประกอบข้อความ โพสต์ในเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “ประชาธิปไตยในด้ามขวาน” จำนวน 15 โพสต์ โดยมีข้อความที่ประกอบภาพสถานที่ต่างๆ ได้แก่ “เลียตีนให้ตายยศมึงก็ไม่เท่า ฟู ฟู #สุนัขทรงเลี้ยงด้วยภาษีประชาชน” “เผด็จการจงพินาศ เป็ดก้าบ ก้าบ จงเจริญ” “1 2 3 4 5 ไอ้เหี้ย…” “Land of Compromise ทำไมใช้ ม.112 #กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”, “#ภาษีกู #ภาษีกู #ภาษีกู”, “ก็เสียภาษีเหมือนกัน ทำไมถึงไม่มีรถไฟฟ้า ให้ดูที่บ้านเราบ้าง“, ภาพสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว, “จะปรับตัวทั้งที ช่วยมีสมองหน่อยน้า”, “กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ”, “3,008 ศพ ถีบลงเขา เผาลงถัง”, “#เราต้องช่วยกันเอาความจริงกันออกมา”, “King Killer”, “เราคือคนไทย เพราะเราถูกล่า อาณานิคม”, “ประชาชน=เจ้าของประเทศ” และ “30 นี้เจอกันแบบเบิ้มๆ ที่หอนาฬิกาหาดใหญ่”

ภาพและข้อความดังกล่าวมีเจตนาพาดพิงรัชกาลที่ 10 และพระราชินี เป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน หมิ่นประมาท ดูหมิ่น ใส่ความ และแสดงความอาฆาตมาดร้ายและทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้

การโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวมิได้กระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ทั้งมีความมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรและเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินได้ อีกทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างร้ายแรง อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.227/2565 ลงวันที่ 15 ก.พ. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมศุภกร ขุนชิต นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ถึงภายในมหาวิทยาลัย ก่อนนำตัวไปยัง สภ.เมืองพัทลุง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำ

    การจับกุมดังกล่าว เกิดขึ้นบริเวณลานจอดรถหน้าอาคารศูนย์กีฬา ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ศุภกรเล่าว่าหลังเขาเดินทางไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเป็นเข็มที่ 2 แล้วเสร็จ ระหว่างเดินออกมา ได้มีชายนอกเครื่องแบบคนหนึ่งติดตามมาร้องเรียก “น้องๆ” เขาจึงคิดว่าเป็นชาวบ้านจะมาสอบถามข้อมูล จึงเดินเข้าไปหา กลับพบว่ามีชายนอกเครื่องแบบอีก 3-4 คน รุมกันออกมาล้อมเขา พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดพัทลุง ลงวันที่ 13 ส.ค. 2564 พบว่ามี ร.ต.อ.ภูนท เรืองยิ่ง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เป็นผู้ร้องขอศาลออกหมายจับ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

    จากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีกไม่ต่ำกว่า 7-8 นาย ออกมาจากรถ เข้ามาล้อมเขาเพิ่ม บางนายห้อยป้ายเป็นตำรวจ ศุภกรระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขั้นทำให้เขารู้สึกตกใจ เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เขายังไม่เคยได้รับหมายเรียกใดๆ มาก่อนหน้านี้ จึงได้ขอตำรวจนั่งลงตั้งสติก่อน พร้อมขอติดต่อทนายความและเพื่อน ซึ่งตำรวจอนุญาต แต่ไม่อนุญาตให้นั่งรอทนายความเดินทางมาที่มหาวิทยาลัย เพราะจะนำตัวไปที่ สภ.คอหงส์ จังหวัดสงขลา เพื่อทำบันทึกจับกุมทันที

    ระหว่างการถูกควบคุมตัว ศุภกรยังพยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมถึงมีหมายจับเลย เขาไม่เคยได้หมายเรียกมาก่อน ตำรวจชุดจับกุมรับว่าไม่ทราบ ศุภกรยังระบุว่าเมื่อเดือนก่อนหน้านี้ คือเดือนตุลาคม เขาเพิ่งเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบหาดใหญ่ ที่ สภ.คอหงส์ แต่หมายจับออกมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่จับกุมเขาทันที กลับมารอจับในตอนนี้ ตำรวจได้ระบุว่าเขาก็เพิ่งทราบเรื่อง

    หลังเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกจับกุมที่ สภ.คอหงส์ โดยมีทนายความติดตามไป ศุภกรพบว่ามีการระบุรายชื่อตำรวจชุดจับกุมจากหลายหน่วยงานรวม 22 นาย ทั้งตำรวจสันติบาล กก.5 บก.ส.1, ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรสงขลา, ตำรวจจากภูธรจังหวัดพัทลุง และ สภ.เมืองพัทลุง โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ติดตามตัวศุภกรซึ่งขับรถจักรยานยนต์เข้าไปภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เจ้าหน้าที่ได้เฝ้ารอกระทั่งเขาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เรียบร้อย จึงได้เข้าแสดงตัว และแสดงหมายจับ

    จากนั้น ตำรวจได้พาตัวศุภกร เดินทางไปยัง สภ.เมืองพัทลุง ที่เป็นสถานีตำรวจเจ้าของคดี แต่ยังไม่ได้มีการสอบปากคำใดๆ เนื่องจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีไม่อยู่ เขาจึงถูกคุมขังในห้องขังของสถานีตำรวจ เป็นเวลา 1 คืน

    (อ้างอิง: บันทึกจับกุม สภ.เมืองพัทลุง ลงวันที่ 23 พ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/38275)
  • อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อนนักศึกษา และทนายความ ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองพัทลุง เพื่อเข้าพบศุภกร และร่วมฟังการสอบปากคำ

    พ.ต.ท.นพรัตน์ แก้วใจ พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ข้อกล่าวหาตามหมายจับแก่ศุภกร โดยเขาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป

    พฤติการณ์ที่ตำรวจกล่าวหาโดยสรุประบุว่า เมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค. 2563 ได้มีกลุ่มบุคคลขับขี่รถยนต์เพื่อถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง อำเภอเขาชัยสน และอำเภอศรีนครินทร์ จากนั้นได้ใส่ข้อความในภาพดังกล่าว รวมทั้งหมด 15 ภาพ แล้วโพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก “พัทลุงปลดแอก” และ “ประชาธิปไตยในด้ามขวาน” ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าภาพและข้อความดังกล่าวเป็นการดูหมิ่น และใส่ความพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี ทำให้พระองค์ท่านเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

    ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้ระบุข้อความที่กล่าวหาในคำร้องขอฝากขัง แต่ระบุไว้ในบันทึกการสอบปากคำซึ่งไม่ได้มอบสำเนาให้ผูัต้องหา โดยข้อความเหล่านั้น หลายข้อความไม่ได้เข้าข่ายข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 และ 116 แต่อย่างใด อาทิ “เผด็จการจงพินาศ เป็ดก๊าบ ก๊าบจงเจริญ”, “1 2 3 4 5 ไอเหี้ย”, “#ภาษีกู #ภาษีกู #ภาษีกู”, “ก็เสียภาษีเหมือนกัน ทำไมถึงไม่มีรถไฟฟ้าให้ดูที่บ้านเราบ้าง”, “#เราต้องช่วยกันเอาความจริงออกมา”, “ประชาชนเท่ากับเจ้าของประเทศ”

    ต่อมา พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดพัทลุงผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยอ้างเหตุว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก และรอผลตรวจลายนิ้วมือผู้ต้องหา ทั้งยังขอคัดค้านการประกันตัว โดยอ้างว่าคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไป เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น

    หลังศาลอนุญาตให้ฝากขังตามคำขอของพนักงานสอบสวน ทนายความได้ยื่นขอประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งนักวิชาการของ สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหลักประกัน จนเวลา 16.30 น. ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวศุภกร ตีราคาประกันวงเงิน 150,000 บาท และนัดรายงานตัวในวันที่ 16 ก.พ. 2565

    ศุภกรระบุหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า สิ่งที่เขา “รับไม่ได้” คือเรื่องการถูกล้อมจับกุมโดยเจ้าหน้าที่จำนวนมาก โดยที่ไม่เคยมีหมายเรียกมาก่อน ทั้งเดือนก่อนหน้านี้เขาก็เพิ่งไปพบเจ้าหน้าที่มาในคดีคาร์ม็อบ แต่กลับไม่มีการแสดงหมายจับคดีนี้ และการถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปคุมขังในห้องขังของสถานีตำรวจ ซึ่งเขารับไม่ได้กับสภาพห้องขัง ทั้งยังถูกขังก่อน โดยยังไม่ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหาใดๆ เจ้าหน้าที่ยังห้ามใครเยี่ยมด้วย โดยมีการอ้างเรื่องเกรงว่าจะมีการถ่ายภาพ แล้วนำไปโพสต์ให้เกิดความแตกแยก แต่เขาพบว่าผู้ถูกควบคุมตัวในคดีอื่นๆ นั้น ญาติสามารถเข้าเยี่ยมได้ ขณะเดียวกัน ศุภกรยังมีอาการไข้เล็กน้อย อันเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ทำให้ต้องรับประทานยาลดไข้ในคืนที่ถูกคุมขังด้วย ส่วนในทางคดี ศุภกรระบุว่าพร้อมต่อสู้ในกระบวนยุติธรรมต่อไป

    นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าคดีนี้ ศาลยังมีการออกหมายจับนักศึกษาและนักกิจกรรม อีก 2 ราย ซึ่งเตรียมจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 พ.ย. 2564

    (อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดพัทลุง ลงวันที่ 24 พ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/38275)
  • ที่ สภ.เมืองพัทลุง อลิสา บินดุส๊ะ สมาชิกกลุ่มนักกฎหมายอาสา “Law Long Beach” และชมพูนุท (สงวนนามสกุล) นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งทราบว่าได้ถูกศาลจังหวัดพัทลุงออกหมายจับ ลงวันที่ 13 ส.ค. 2564 ใน 3 ข้อกล่าวหา โดยที่ทั้งคู่ก็ไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อนเช่นเดียวกับศุภกร

    พ.ต.ท.หาญพล รามด้วง รองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองพัทลุง ได้เป็นผู้จัดทำบันทึกการมอบตัวทั้งสองคน โดยระบุว่าจากกรณีที่ศาลได้มีการออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนกดดันจนทั้งสองได้เข้าพบตำรวจชุดสืบสวน และขอมอบตัวเพื่อต่อสู้คดีต่อไป ทั้งสองได้ให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม และปฏิเสธจะลงลายมือชื่อ เนื่องจากไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงอันเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ถูกกล่าวหา

    จากนั้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์ข้อกล่าวหาต่อทั้งสองคนในลักษณะเดียวกับศุภกร อลิสาและชมพูนุทยืนยันให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไปภายใน 30 วัน

    จากนั้น พ.ต.ท.นพรัตน์ แก้วใจ พนักงานสอบสวน ได้ยื่นขอฝากขังทั้งสองคนต่อศาลจังหวัดพัทลุง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมขอคัดค้านการประกันตัว อ้างว่าคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไป เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น

    หลังศาลอนุญาตให้ฝากขังตามคำขอของพนักงานสอบสวน ทนายความจึงได้ยื่นขอประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งนักวิชาการสองท่านจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะนายประกัน ก่อนศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยไม่มีเงื่อนไข และนัดให้มารายงานตัวในวันที่ 18 ก.พ. 2565

    อลิสาเปิดเผยความรู้สึกว่ารู้สึกโกรธกับการถูกดำเนินคดีที่เกิดขึ้น ทั้งด้วยสถานการณ์ที่การถูกดำเนินคดีเกิดขึ้นหลังจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือสถานการณ์เรื่องการไม่ออกพาสปอร์ตของนักกิจกรรมในกรุงเทพฯ โดยก่อนหน้านี้ ตนซึ่งจบการศึกษาด้านกฎหมาย ก็ได้ไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทนายความในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อผู้ถูกดำเนินคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกต่างๆ กลับมาโดนกล่าวหาเอง ทำให้รู้สึกว่าทุกๆ ขั้นตอนในกระบวนการที่เกิดขึ้น ทำให้เราตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทั้งหมด

    นอกจากนั้นยังมีข้อสังเกตว่า นอกจากคดีนี้ ทุกคนจะไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน แต่ถูกออกหมายจับทันทีแล้ว หมายจับทั้งสามหมาย ศาลยังออกตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยตลอดช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ตนได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทนายความ ให้ความช่วยเหลือนักกิจกรรมในภาคใต้ที่ถูกดำเนินคดีจากกรณีจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ทำให้ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจต่างๆ ทั้งไปที่ศาลด้วย ก็ยังไม่เคยมีการจับกุม หรือแสดงหมายจับ จึงสามารถตั้งคำถามได้ว่าเจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และเหตุใดจึงเกิดการจับกุมและแสดงหมายจับในช่วงเวลานี้

    อลิสา ยังระบุอีกข้อสังเกตว่า ในบันทึกจับกุม หรือบันทึกฝากขังในคดีนี้ ไม่มีการระบุข้อความที่อ้างว่าถูกใส่ลงในภาพถ่ายที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แม้ทางตำรวจจะมีการอ่านให้ฟัง แต่ก็ไม่มีการบันทึกลงในเอกสารคดี ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่าถูกกล่าวหาจากข้อความใด รวมทั้งคิดว่าข้อความต่างๆ เหล่านั้น ไม่ได้เข้าข่ายตามมาตรา 112 และ 116 แต่อย่างใด

    (อ้างอิง: บันทึกมอบตัว สภ.เมืองพัทลุง ลงวันที่ 26 พ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/38363)
  • พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ได้จัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ใหม่ ตามที่ผู้ต้องหาร้องขอ เนื่องจากในบันทึกมอบตัวหรือคำร้องขอฝากขังเดิมนั้น ไม่มีการระบุพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาให้ชัดเจนว่าการกระทำใดที่เข้าข่ายข้อกล่าวหา ทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ทั้งยังมีการระบุวันที่เกิดเหตุผิดพลาด โดยระบุว่าเหตุเกิดวันที่ 24 ส.ค. 2563 ก่อนตำรวจจะมีการแก้ไขเป็นวันที่ 24 พ.ย. 2563 ในบันทึกข้อกล่าวหาใหม่นี้

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สภ.เมืองพัทลุง ลงวันที่ 6 ก.พ. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/40608)
  • ศุภกร, อลิสา และชมพูนุท เข้ายื่นขอความเป็นธรรมไปยังพนักงานอัยการ ขอให้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดี
  • พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องชมพูนุท, อลิสา และศุภกร ในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, ยุยงปลุกปั่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 กล่าวหาว่า ภาพและข้อความที่โพสต์ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสถาบันกษัตริย์

    ทั้งนี้ อัยการไม่ได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสามในระหว่างพิจารณาคดีมาในคำฟ้อง โดยระบุว่าขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.227/2565 ลงวันที่ 15 ก.พ. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/40608)
  • ที่ศาลจังหวัดพัทลุง 3 สมาชิก “ราษฎรใต้” เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาล และทราบว่าพนักงานอัยการจังหวัดพัทลุงยื่นฟ้องคดีแล้ว ในวันถัดมาหลังพวกเขายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมขอให้ไม่ฟ้องคดี

    หลังทราบว่าอัยการยื่นฟ้องแล้ว ทั้งสามได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดสอบคำให้การเป็นวันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 13.30 น. เนื่องจากจำเลยประสงค์ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาโดยใช้หลักประเกินเดิมในชั้นฝากขัง คือตำแหน่งอาจารย์ 2 คน แต่อาจารย์ทั้งสองติดภารกิจ ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ในวันนี้ และศาลไม่อนุญาตให้นายประกันมอบอำนาจให้ทนายความทำสัญญาประกันแทน โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนนัดสอบคำให้การไปตามที่จำเลยยื่นคำร้อง

    (อ้างอิง: คำร้องขอเลื่อนนัดสอบคำให้การ ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.227/2565 ลงวันที่ 18 ก.พ. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/40608)

  • ศาลอ่านคำฟ้องคดีให้จำเลยทั้งสามฟัง ทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลได้กำหนดวันนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 13.30 น.

    จากนั้น ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมทั้งสามระหว่างพิจารณาคดีโดยใช้หลักประเดิมในชั้นสอบสวน คือ ตำแหน่งอาจารย์มหาวิทยาลัย ตามที่ทนายยื่นคำร้อง
  • ทนายจำเลยขอเลื่อนคดี เนื่องจากติดว่าความในคดีอื่น ศาลเลื่อนไปนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานสอบคำให้การ เเละกำหนดวันนัดสืบพยาน ในวันที่ 7 เม.ย. 2565 เวลา 14.00 น.
  • ชมพูนุท, อลิสา และศุภกร พร้อมทนายจําเลยมาศาลตามนัด ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จําเลยซึ่งมีทนายความฟังอีกครั้ง ทั้งสามให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตามคําให้การที่ยื่นต่อศาลในวันนี้

    พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์แถลงว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดต่อความมั่นคงฯ ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกําหนดอํานาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสํานักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.2563 ให้เป็นอํานาจของสํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 ภาค 9 จึงขอเลื่อนคดีสักนัด เพื่อดําเนินการประสานผู้มีอํานาจหน้าที่มาดําเนินคดี คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง ฝ่ายจําเลยไม่ค้าน

    ศาลจึงให้เลื่อนไปนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานและกําหนดวันนัดสืบพยาน ในวันที่ 1 ก.ค. 2565 เวลา 10.00 น. ทั้งนี้ ศาลกำชับให้อัยการดําเนินการตามที่แถลงโดยเร็ว โดยระบุว่า หากในนัดหน้ายังไม่แล้วเสร็จ ศาลจะไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีอีก เนื่องจากตามประกาศดังกล่าวเป็นเพียงการแบ่งหน่วยงาน และการกําหนดอํานาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในเท่านั้น ไม่ใช่กฎหมายที่ต้องถือตาม

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.227/2565 ลงวันที่ 7 เม.ย. 2565)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
อลิสา บินดุส๊ะ

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ศุภกร ขุนชิต

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชมพูนุท (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
อลิสา บินดุส๊ะ

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ศุภกร ขุนชิต

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชมพูนุท (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์