ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)
  • ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.จราจรฯ
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • อื่นๆ
  • ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
  • ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้จัดการชุมนุม
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • การชุมนุม
ดำ อ.2495/2564

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.กฤติเดช เข็มเพชร์ รอง ผกก.สส.สน.สำราญราษฎร์ กับพวก (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)
  • ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.จราจรฯ
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • อื่นๆ
  • ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ชุมนุม
  • ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้จัดการชุมนุม
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • การชุมนุม

หมายเลขคดี

ดำ อ.2495/2564
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.กฤติเดช เข็มเพชร์ รอง ผกก.สส.สน.สำราญราษฎร์ กับพวก

ความสำคัญของคดี

#ม็อบ14ตุลา ซึ่ง "คณะราษฎร" นัดหมายรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 เพื่อกดดันให้รัฐบาลทำตาม 3 ข้อเรียกร้อง ก่อนเคลื่อนขบวนไปปักหลักชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมในเวลา 04.30 น. ของวันที่ 15 ต.ค. 2563 ภายหลังเหตุการณ์ มีนักกิจกรรมถูกดำเนินคดีรวม 10 ราย ในข้อหาฝาฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และข้อหาเกี่ยวกับการชุมนุมอื่นๆ อีกหลายข้อหา โดยมีเพียงอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในผู้ปราศรัยในการชุมนุมครั้งนั้น ถูกดำเนินคดี "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" โดยถูกกล่าวหาว่า คำปราศรัยมีลักษณะใส่ร้ายรัชกาลที่ 10

หลังอัยการยื่นฟ้องคดีนี้ขณะอานนท์ถูกขังอยู่ในเรือนจำในคดี #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์2 ทนายความได้ยื่นประกันถึง 8 ครั้ง ศาลอาญาจึงอนุญาตให้ประกันระหว่างพิจารณาคดีเป็นเวลาจำกัดเพียง 3 เดือน ทั้งยังกำหนดเงื่อนไขอีกหลายข้อ

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 ยื่นฟ้องอานนท์ บรรยายฟ้องมีใจความโดยสรุปว่า

1. ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2563 จําเลยกับพวก ซึ่งถูกแยกดําเนินคดีต่างหากแล้วที่ศาลแขวงดุสิต ใช้ชื่อกลุ่มว่า “คณะราษฎร 2563” ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนที่สนามหลวง เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนอออกมาร่วมชุมนุมขับไล่เผด็จการในวันที่ 14 ต.ค. 2563 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งร้านแมคโดนัลด์

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2563 จําเลยได้นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยใช้ชื่อบัญชี “อานนท์ นําภา” โพสต์ข้อความ “14 ตุลา หลังส่งเสด็จด้วยการชู 3 นิ้วที่ราชดําเนิน ขบวนประชาชนทั้งหมดจะเคลื่อนขบวนไปตั้งเวทีปราศรัยไล่ประยุทธ์และพักค้างรอบทําเนียบรัฐบาล ขอเชิญทุกท่านมาไล่ประยุทธ์ด้วยกัน นอนค้างบนถนนร่วมกับพี่น้องประชาชน”

ระหว่างวันที่ 14 ต.ค. 2563 ถึงวันที่ 15 ต.ค. 2563 ต่อเนื่องกัน จําเลยกับพวกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมทางการเมืองโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กล่าวคือ จําเลยกับพวกดังกล่าวในฐานะผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ ได้นํารถบรรทุกติดตั้งเครื่องขยายเสียงมาจอดและตั้งเวทีปราศรัยขนาดเล็กกางเต็นท์ผ้าใบบนถนนราชดําเนินกลาง ฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์ซึ่งเป็นทางจราจร ทางสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปใช้สัญจร มีประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมืองฟังการปราศรัยจํานวนประมาณ 6,000 คน โดยยืนอยู่บนถนนจนเต็มพื้นที่เป็นเหตุให้ประชาชนไม่สามารถใช้รถยนต์สัญจรไปมาบนถนนราชดําเนินกลางขาเข้าได้

เมื่อพันตํารวจเอกอิทธิพล พงษ์ธร ผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลสําราญราษฎร์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความเรียบร้อยและควบคุมสถานการณ์การจัดการชุมนุม ได้แจ้งให้จําเลยกับพวกและกลุ่มผู้ชุมนุม ชุมนุมอยู่ในกรอบของกฎหมาย ให้อยู่บนทางเท้า ให้รักษามาตรการป้องกันโรคโควิด และให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมและเดินทางกลับ จําเลยกับพวกได้ทราบคําสั่งดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานผู้ดูแลการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่ยอมเลิกการชุมนุม

จําเลยกับพวกมีการนํากลุ่มผู้ชุมนุม เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เดินเท้าไปตามถนนราชดําเนินกลาง ผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าถนนนครสวรรค์ มุ่งหน้าไปยังทําเนียบรัฐบาล โดยจําเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมเดินไปกับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม อันเป็นการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมระหว่างเวลา 18.00 – 05.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น และโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าต่อหัวหน้าสถานีตํารวจนครบาลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการชุมนุมสาธารณะนั้น

การชุมนุมข้างต้นเป็นการทํากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ สถานที่ใดๆ ที่แออัด และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค โดยจําเลยกับพวกดังกล่าวไม่ได้จํากัดทางเข้า – ออก ในการเข้าร่วมกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมทางการเมือง และไม่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมทางการเมืองทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และไม่จัดให้มีการเว้นระยะนั่งหรือยืนห่างทางสังคมระหว่างกัน เป็นการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมทางการเมืองโดยไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19

2. จําเลยกับพวกยังได้ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ โดยได้ใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าประกาศโฆษณาสั่งการให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมขึ้นไปยังบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นํากระถางต้นไม้ที่วางประดับรอบๆ ฐานอนุสาวรีย์ออกไป ทําให้กิ่งก้านต้นไม้ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย หักเสียหาย จํานวน 11 รายการ รวมราคา 273,700 บาท

3. จําเลยยังได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ กล่าวคือ จําเลยได้ใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้า กล่าวปราศรัยต่อประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุม ว่า

“ข้อที่ 3 มาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ข้อเรียกร้องมีสามข้อเท่านั้น วันนี้จะไม่เหมือนเมื่อวานเพราะพี่น้องที่มาจากต่างจังหวัดทยอยมาสมทบกันเรื่อยๆ และนิสิตนักศึกษาก็ทยอยมาเรื่อยๆ ถ้ามีการสลายการชุมนุมวันนี้ คนที่จะสั่งสลายการชุมนุมมีเพียงคนเดียว คือในหลวงรัชกาลที่ 10 ถ้ามีการสลายการชุมนุม ไม่ต้องไปหาคนอื่นใด”

“อย่างที่ผมเรียนไว้ ถ้ามีการสลายการชุมนุม คนอื่นจะสั่งไม่ได้นอกจากในหลวงรัชกาลที่ 10”

“อย่างที่บอกถ้าวันนี้มีการสลายการชุมนุม คนที่จะสั่งได้คนเดียว คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ให้รู้ไว้เช่นนั้น”

ข้อความดังกล่าวที่จําเลยได้กล่าวปราศรัยขึ้นนั้น มิใช่การกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เป็นการหมิ่นประมาทใส่ร้าย ทําให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง ทําให้ประชาชนที่หลงเชื่อข้อความที่จําเลยได้พูดปราศรัยดังกล่าวเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้

4. จําเลยกับพวกดังกล่าว ได้ร่วมกันนํารถบรรทุกติดตั้งเครื่องขยายเสียงและตั้งเวทีขนาดเล็ก เต็นท์ผ้าใบสีขาว บนถนนราชดําเนินกลางฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาราชดําเนิน ซึ่งเป็นทางจราจร เพื่อใช้ดําเนินกิจกรรมรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมือง เป็นการวาง ตั้ง ยื่น หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน หรือแขวนสิ่งหนึ่งสิ่งใดหรือทอดทิ้งสิ่งของ มีลักษณะเป็นการกีดขวางทางจราจร และทางสาธารณะ

5. จําเลยกับพวกดังกล่าวได้ร่วมกันโฆษณา ปราศรัย บอกกล่าว แสดงความคิดเห็น ต่อประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมรวมกันชุมนุมทางการเมือง โดยการใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และไม่ได้รับการยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 7 ต.ค. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 11.30 น. อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ สน.สำราญราษฎร์ พร้อม “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ จากเหตุการชุมนุม “ม็อบ 14 ตุลา” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ซึ่งมี พ.ต.ท.กฤติเดช เข็มเพชร์ รองผู้กำกับสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ กับพวก เป็นผู้กล่าวหา

    ร.ต.อ.อานนท์ ไทรด้วง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ บรรยายพฤติการณ์การกระทำความผิดว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 08.00 น. อานนท์, พริษฐ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เป็นผู้จัดการชุมนุม นัดหมายผู้ชุมนุมมารวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการตั้งเวทีปราศรัย, ตั้งเต็นท์, จอดรถบรรทุกติดตั้งเครื่องขยายเสียง และมีการปิดเส้นทางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต

    เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้แจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ผิวทางการจราจร เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เส้นทางในการสัญจรไปมาได้สะดวก แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงาน

    เวลาประมาณ 08.40 น. อานนท์ได้ขึ้นปราศรัยต่อหน้าผู้เข้าร่วมชุมนุมจํานวนมากบนเวทีขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนถนนราชดําเนินกลาง บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาราชดําเนิน สาระสําคัญของการปราศรัย คือ การกล่าวเชิญชวนกลุ่มผู้ชุมนุมให้ต่อสู้กับเผด็จการ

    นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวข้อความที่ถือเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดง ความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ จํานวน 3 ข้อความ คือ

    1. “ถ้ามีการสลายการชุมนุมวันนี้ คนที่จะสั่งสลายการชุมนุมมีเพียงคนเดียว คือในหลวงรัชกาลที่ 10 ถ้ามีการสลายการชุมนุม ไม่ต้องไปหาคนอื่นใด”
    2. “อย่างที่ผมเรียนไว้ ถ้ามีการสลายการชุมนุม คนอื่นจะสั่งไม่ได้ นอกจากในหลวงรัชกาลที่ 10”
    3. “อย่างที่บอก ถ้าวันนี้มีการสลายการชุมนุม คนที่จะสั่งได้คนเดียว คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ให้รู้ไว้เช่นนั้น”

    ต่อมา เวลาประมาณ 13.30 น. ได้ร่วมกันปราศรัย และมีการสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปรื้อกระถางต้นไว้ที่วางประดับอยู่รอบๆ ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออกไป กลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้เข้าไปรื้อกระถางต้นไม้ ทําให้ต้นไม้ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงินจํานวน 223,700 บาท จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปปิดล้อมที่หน้าทําเนียบรัฐบาล

    พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์ว่า "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" และข้อหาเกี่ยวกับการชุมนุมอีกหลายข้อหา ได้แก่

    1. ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385
    2. ไม่แจ้งการชุมนุมและไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้จัดการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ โดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้ขัดขวางหรือก่อความไม่สะดวกต่อประชาชนเกินสมควร บุกรุกหรือทําลายทรัพย์สินของผู้อื่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุม เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมระหว่างเวลา 18.00 - 06.00 น.
    3. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
    4. ร่วมกันจัดชุมนุมโดยไม่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
    5. ร่วมกันกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ
    6. ร่วมกันตั้ง วาง กองวัตถุบนถนน ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ
    7. ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358
    8. ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ

    ขณะที่พริษฐ์ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการชุมนุมเท่านั้น เช่นเดียวกับปนัสยาที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง ในวันนี้พริษฐ์และอานนท์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติม

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.สำราญราษฎร์ ลงวันที่ 16 ธ.ค. 2563 และ https://tlhr2014.com/archives/23649)
  • พนักงานสอบสวนนัดอานนท์เพื่อส่งตัวให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 อัยการนัดฟังคำสั่งว่าจะฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 23 ก.พ. 2564 เวลา 10.00 น.
  • พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 ยื่นฟ้องอานนท์ต่อศาลอาญา ขณะเขาถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในคดีม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์2 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ฐานความผิดที่อัยการฟ้องอานนท์ในคดีนี้ ประกอบด้วย

    1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
    2. ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ “ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมรวมกลุ่มเพื่อการชุมนุมใดๆ โดยไม่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกําหนด”
    3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ทำให้เสียทรัพย์
    4. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ บุกรุกหรือทําให้เสียหาย ทําลาย หรือทําด้วยประการใดๆ ให้ใช้การไม่ได้ตามปกติซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่น ขัดขวางหรือกระทําการใดๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ เดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมระหว่างเวลา 18.00 - 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคําสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ

    5. พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมรวมกลุ่มเพื่อการชุมนุมใดๆ โดยไม่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกําหนด

    6. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร

    7. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร

    8. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน

    9. พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

    อัยการได้ขอให้ศาลนับโทษจำคุกของอานนท์ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขดำที่ อ.649/2562, อ.1308/2562, อ.287/2564, อ.1629/2564, อ.1668/2564 ของศาลอาญาด้วย

    คดีนี้ถือเป็นคดี 112 ที่อานนท์ถูกฟ้องเป็นคดีที่ 10 หลังศาลรับฟ้อง ได้คอนเฟอเรนซ์ไปที่เรือนจำเพื่อถามคำให้การเบื้องต้น โดยอานนท์ได้ปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 7 ต.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/40122)
  • ทนายความเข้ายื่นประกันอานนท์ในคดีนี้และคดีม็อบแฮรี่พอตเตอร์ 1 เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563 โดยมีแม่อานนท์เป็นนายประกัน เสนอหลักประกันเป็นเงินสด 200,000 บาท คำร้องประกอบการขอปล่อยตัวชั่วคราว ระบุยืนยันว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง โดยพฤติการณ์ต่างๆ ในคดีนี้เป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ ไม่ได้มีลักษณะเป็นอาชญากรรมร้ายแรงหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตามที่โจทก์ฟ้อง

    นอกจากนี้จำเลยยังเป็นผู้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน เดินทางมาตามนัดของตำรวจและอัยการอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งจำเลยเป็นทนายความ การขังจำเลยไว้ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปว่าความตามที่ต้องรับผิดชอบได้ ที่สำคัญที่สุดคือปัจจุบันมีสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 และจำเลยเคยติดโควิดในเรือนจำมาแล้ว หากไม่ได้รับการปล่อยตัวก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับการติดเชื้อซ้ำ

    ต่อมา พลีส เทอดไท ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดียาเสพติด มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาทั้งสองคดี โดยคดีนี้ระบุว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหาตามฟ้องมีอัตราโทษสูง ประกอบกับจำเลยถูกดำเนินคดีที่ศาลนี้หลายเรื่อง บางคดีศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอาจจะหลบหนีได้ กรณีจึงไม่มีเหตุให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 14 ต.ค. 2564)
  • ระหว่างการพิจารณาคดี แกนนำคนอยากเลือกตั้ง ARMY57 อานนท์ นำภา ยังได้เขียนคำร้องประกอบการขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีนี้ และคดีม็อบแฮรี่พอตเตอร์ 1 เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563

    คำร้องของอานนท์ระบุว่า จำเลยเคยยื่นประกันในคดีนี้แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง “ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ให้ยกคำร้องจำเลย” จำเลยประสงค์ขอยื่นประกันตัวอีกครั้งในวันนี้ โดยหากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ขอศาลได้โปรดบอกหรือชี้แจงเหตุที่อาจทำให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้แก่จำเลยทราบด้วย เพื่อที่จำเลยจะได้ขวนขวายแสดงเหตุนั้นต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณา

    อนึ่ง หากศาลพิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่าพอจะพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในวันนี้ จำเลยขอขอบพระคุณศาลในการพิจารณาให้สิทธิจำเลยในการประกันตัวออกไปต่อสู้คดีมา ณ ที่นี้ด้วย และหากศาลเห็นว่าจำเป็นต้องไต่สวนจำเลย ขณะนี้จำเลยถูกขังอยู่ที่แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอศาลมีคำสั่งเบิกตัวจำเลยมาไต่สวนด้วยเพื่อความยุติธรรม

    การยื่นประกันครั้งนี้มีแม่อานนท์เป็นนายประกัน เสนอหลักประกันเป็นเงินสด 300,000 บาท

    ต่อมา พริษฐ์ ปิยะนราธร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาทั้งสองคดี โดยคดีนี้ระบุว่า พิเคราะห์แล้ว ผู้ขอประกันไม่ได้แสดงผลอื่นในการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเพิ่มเติมจากครั้งที่แล้ว ซึ่งศาลนี้เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

    อานนท์ถูกคุมขังมาแล้ว 71 วัน โดยปัจจุบันอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/36761)
  • ทนายความเข้ายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 4 นักกิจกรรม ได้แก่ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และอานนท์ นำภา ในทุกคดีที่มีหมายขังของศาลอาญา โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.พรรคก้าวไกล อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล และธีรัจชัย พันธุมาศเป็นหลักประกัน สำหรับอานนท์ทนายได้ยื่นประกันในคดีนี้ และคดี #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์1 เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563

    เวลา 15.10 น. พลีส เทอดไทย ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดียาเสพติด มีคำสั่งยกคำร้องทุกฉบับ คำสั่งในคดีอานนท์ทั้งสองระบุว่า พิเคราะห์แล้ว กรณียังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณา ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลย

    ทำให้อานนท์ยังคงถูกคุมขังในเรือนจำต่อไป หลังถูกขังมาแล้ว 77 วัน

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/36989)
  • ที่ศาลอาญา ทนายความเข้ายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 15 นักกิจกรรมและประชาชน ในคดีทางการเมือง รวมทั้งอานนท์ในคดีนี้ด้วย

    เวลา 16.50 น. อรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งยกคำร้องทุกฉบับ ให้เหตุผลคล้ายกัน โดยในคดีนี้ระบุว่า “ไม่ปรากฏพยานหลักฐาน และเหตุผลอันควรเชื่อว่าจำเลยจะไม่ไปก่อเหตุอันตรายอีก”

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ. 2495/2564 ลงวันที่ 3 พ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/37463)
  • ภายหลังศาลอาญามีคำสั่งไม่เพิกถอนประกันอานนท์ในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ทนายความได้ยื่นขอประกันอานนท์อีกครั้งในคดีที่เขาถูกหมายขังอยู่ คือคดีนี้และคดีชุมนุม “เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย” หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563

    คำร้องประกอบการขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยสรุประบุว่าเนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงใหม่ว่า ในคดีหมายเลขดำที่ 287/2564 ของศาลนี้ จำเลยได้รับให้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวตลอดมา โดยศาลมีเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยไปกระทำการให้เกิดความวุ่นวายหรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

    ต่อมาโจทก์ในคดีดังกล่าวได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลยในคดีดังกล่าว ซึ่งศาลได้ไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้ว และมีคำสั่งไม่เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลยแต่มีข้อกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เนื่องจากข้อเท็จจริงและข้อกำหนดของศาลข้างต้นเป็นเงื่อนไขและข้อกำหนดเพิ่มเติม และยังชี้ให้เห็นว่าจำเลยมิได้กระทำการผิดเงื่อนไขใดๆ ของศาลอาญาเลย แต่เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาคดีศาล จึงได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มขึ้นดังกล่าวแล้ว

    ข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นย่อมเป็นข้อเท็จจริงใหม่ และเป็นการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งย่อมมีผลเพิ่มเติมให้การพิจารณาวินิจฉัยของศาลในการขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในคราวนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในคราวก่อนๆ ประกอบกับข้อหาและฐานความผิดในคดีนี้กับในคดีหมายเลขดำที่ 287/2564 เป็นข้อหาและฐานความผิดเดียวกัน ซึ่งเป็นเหตุเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลอาญาในคดีนี้ที่จะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยได้

    เวลา 17.00 น. ชาญชัย ณ พิกุล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวอานนท์ในทั้งสองคดี ระบุเช่นกันว่าศาลเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

    ปัจจุบันอานนท์ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาแล้ว 87 วัน โดยถูกคุมขังจากการไม่ได้รับการอนุญาตประกันตัวใน 3 คดี ประกอบด้วย คดีม็อบแฮรี่พอตเตอร์ 1 วันที่ 3 ส.ค. 2563, คดีม็อบ 14 ต.ค. 2563 เดินทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปทำเนียบรัฐบาล และคดีม็อบแฮรี่พอตเตอร์ 2 วันที่ 3 ส.ค. 2564

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 5 พ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/37513)
  • ทนายความได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวอานนท์ใน 2 คดี ได้แก่ คดีนี้ และคดี “เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย” หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563

    คำร้องประกอบการขอปล่อยตัวชั่วคราวอานนท์ครั้งนี้ นอกจากยืนยันว่า มีข้อเท็จจริงใหม่ หลังศาลอาญาไม่เพิกถอนประกันในคดีหมายเลขดําที่ 287/2564 ของศาลนี้ หรือคดีชุมนุม 19 ก.ย. 2563 และเป็นการกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งย่อมมีผลให้การพิจารณาของศาลในการขอปล่อยตัวชั่วคราวจําเลยในคราวนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในคราวก่อนๆ ได้แล้ว ยังได้เสนอเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า จะอยู่ในเคหะสถานตลอดเวลา เว้นแต่มีเหตุจําเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล เพื่อการประกอบวิชาชีพทนายความ หรือเหตุอื่น เมื่อได้รับอนุญาตจากศาล ยินยอมติด EM และหากศาลเห็นสมควรกําหนดเงื่อนไขอื่นใด จำเลยก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไข

    คำร้องยังกล่าวถึง เหตุที่กฎหมายจะยกเว้นไม่ให้ประกันที่ว่า “ผู้ต้องหาหรือจําเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น” นั้น ประเทศไทยนํามาจากกฎหมาย Bait Reform Act of 1984 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกําหนดให้มีการคุมขังระหว่างพิจารณาเพื่อป้องกันอันตรายต่อชุมชน (danger to the community) อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยกลับมีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขแตกต่างจากกฎหมายในประเทศแม่แบบมาก ซึ่งนําไปสู่การตีความที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน และเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลอย่างร้ายแรง

    ความหมายของคําว่า “อันตราย” กฎหมาย Bait Reform Act ไม่ได้ให้ความหมายของคําว่า "Danger to the Community” แต่ได้กําหนดปัจจัย (Factors) หลายประการที่ศาลจะต้องพิจารณาว่าจะให้ประกันหรือไม่ แต่ปัจจัยที่สําคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือ การกระทําความผิดที่ถูกกล่าวหา (Offence) นั้นเป็นอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรง (crime of violence), อาชญากรรมการก่อการร้าย (crime of terrorism), การกระทําความผิดที่เด็กเป็นผู้เสียหาย (crime involving minor victim), การกระทําความผิดเกี่ยวกับสารเคมีควบคุม (Controlled substance) และการใช้อาวุธ ระเบิดหรือการทําลายล้าง (firearm, explosive, or destructive device) หรือไม่

    ฐานความผิดเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นการกระทําความผิดที่เกี่ยวข้องกับการใช้กําลังทางกายภาพต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นทั้งสิ้น จึงเห็นได้ว่า เหตุที่กฎหมายจะยกเว้นไม่ให้ประกันตัวนั้น ต้องเป็นไปเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อบุคคลหรือทรัพย์เท่านั้น ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง หรือความมั่นคงของรัฐ ที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ดังนั้น ความหมายของ “อันตรายประการอื่น” จึงไม่ได้หมายความถึงความผิดใดๆ ก็ได้ หรือความผิดที่ได้เคยถูกฟ้องมาแล้ว

    อีกทั้งในการจะคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว รัฐต้องมีหน้าที่ในการนําสืบข้อเท็จจริงว่า หากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจําเลยนั้น จะไปก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่นหรือสังคม รัฐต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดแจ้งและน่าเชื่อถือมาแสดง ไม่ใช่หน้าที่ของศาลที่จะไปคาดหมายเช่นนั้นเอง และไม่ใช่หน้าที่ของผู้ต้องหาหรือจําเลยที่จะต้องมานําสืบให้ศาลเห็นว่า หากตนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ตนจะไม่หลบหนีหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ย่อมขัดกับหลักสันนิษฐานความบริสุทธิ์อย่างชัดแจ้ง

    อย่างไรก็ตาม หากศาลเห็นว่ายังไม่ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนเพียงพอ ขอให้นัดไต่สวนในวันที่ 12 พ.ย. 2564 เวลา 13.00 น. โดยในวันดังกล่าวจําเลยจะต้องถูกเบิกตัวมาที่ศาลอาญาอยู่แล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้โอกาสจําเลยได้แสดงพยานหลักฐานต่อศาลประกอบการพิจารณาใช้ดุลพินิจสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วย

    เวลา 15.30 น. มุขเมธิน กลั่นนุรักษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีค้ามนุษย์ มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวอานนท์ในทั้งสองคดี ระบุว่า “ที่ประชุมผู้บริหารศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลนี้เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยตลอดมา จนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ศกนี้ เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีตามที่ปรากฏแล้ว ยังเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม คงให้ขังจำเลยไว้ โดยเหตุเกรงว่าจำเลยจะก่อเหตุร้าย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (3) เช่นเดิม”

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 9 พ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/37592)
  • นัดพร้อมเพื่อประชุมคดี สอบคําให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกําหนดวันนัดสืบพยาน โจทก์ จําเลย และผู้รับมอบฉันทะทนายจําเลย มาศาล ทนายจําเลยยื่นคําร้องขอเลื่อนคดี เนื่องจากเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นทนายความในคดีนี้ และจําเลยถูกคุมขังมาโดยตลอดทําให้จําเลยไม่มีโอกาสได้ปรึกษาคดีกับทนายความ อีกทั้งทนายจําเลยติดพิจารณาคดีที่ศาลอื่น โจทก์ไม่คัดค้านการขอเลื่อนคดี ศาลจึงอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดพร้อมเพื่อประชุมคดี สอบคําให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกําหนดวันนัดสืบพยานใหม่ ในวันที่ 31 ม.ค. 2565 เวลา 15.00 น.

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 22 พ.ย. 2564)
  • ทนายความเข้ายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอานนท์ในคดีนี้และทุกคดีของศาลอาญาที่มีหมายขัง รวมถึงยื่นประกันแกนนำ "ราษฎร" อีก 3 คนด้วย

    ต่อมา พริษฐ์ ปิยะนราธร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งเหมือนกันในทุกคำร้อง นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในวันที่ 17 ธ.ค. 2564 เวลา 10.00 น. โดยให้เบิกจำเลยไต่สวนทางวีดีโอคอนเฟอเรนซ์

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ. 2495/2564 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2564)
  • ที่ศาลอาญา รัชดาฯ มีนัดไต่สวนคําร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 4 แกนนำราษฎร ได้แก่ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, อานนท์ นำภา, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ซึ่งถูกขังตามหมายขังระหว่างพิจารณาในคดีชุมนุมต่างๆ และทนายยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าวันนัด ทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้เบิกตัวทั้ง 4 คน มาไต่สวนที่ศาล

    บรรยากาศในศาลอาญาช่วงเช้ามีการตั้งจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิ และมีบัตรชั่วคราวสำหรับบุคคลที่จะเข้าร่วมฟังการไต่สวน ส่วนที่ห้องพิจารณา 704 เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้เก็บเครื่องมือสื่อสารเหมือนที่ผ่านมา ทั้งยังให้ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับคดีเข้าร่วมฟังการไต่สวนครั้งนี้ได้ โดยมีผู้สังเกตการณ์จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมสังเกตการณ์

    เวลา 09.50 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ราว 8 นาย คุมตัวนักกิจกรรมทั้งสี่ในชุดผู้ต้องขังสีน้ำตาลอ่อน สวมหน้ากากอนามัยเข้าห้องพิจารณา ครอบครัวและประชาชนที่มาให้กำลังใจต่างทยอยเข้าไปสวมกอดและทักทาย ในช่วงเวลาที่การพิจารณาคดียังไม่เริ่ม

    ++“อานนท์ นำภา” ชี้ ติดคุกว่าความไม่ได้ ศาลยังคงไม่ได้ประกันตัวคดีอื่น แม้ศาลเคยยกคำร้องขอถอนประกันมาแล้ว++

    เวลา 11.20 น. อานนท์เข้าเบิกความว่า ตนจบเนติบัณฑิตรุ่น 62 ประกอบอาชีพทนายความมา 13 ปี ในคดีนี้ตนถูกขังมาตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. 2564 จนถึงปัจจุบัน ระหว่างถูกคุมขังครั้งก่อน ตนได้ติดโควิดในเรือนจำเมื่อช่วงกลางปี และปัจจุบันยังมีอาการ Long COVID (อาการที่หลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19) ทำให้เหนื่อยง่าย

    กอปรกับการที่ตนประกอบอาชีพทนาย การทำหน้าที่ว่าความในคดีต่างๆ ทำได้ลำบาก เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ หลายคดีต้องเลื่อนการพิจารณา ทั้งที่เดิมในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่ตนเป็นจำเลย ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ต่อมามีพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนมายื่นคำร้องขอเพิกถอนประกัน เนื่องจากเห็นว่าผิดเงื่อนไข ที่ตนเข้าร่วมชุมนุมทำให้สถาบันกษัตริย์เสื่อมเสีย ก่อนศาลสั่งให้มีการไต่สวนและยกคำร้องโจทก์ไป โดยวินิจฉัยว่าตนไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไข

    เหตุที่ตนไม่ได้ประกัน หลังยื่นขอประกันหลายครั้ง เนื่องจากศาลให้เหตุผลว่าจะไปกระทำความผิดซ้ำ หากแต่ก่อนหน้านั้น ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่า การกระทำที่ถูกร้องให้เพิกถอนประกันนั้นไม่ได้เป็นการกระทำผิดเงื่อนไข

    สำหรับคดีที่ถูกฟ้องใหม่ เป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนการไต่สวนถอนประกัน และหลังจากที่ไต่สวนเสร็จแล้ว ตนถูกเพิ่มเงื่อนไขอีก 2 ข้อ คือ ห้ามออกจากเคหสถาน 24 ชั่วโมง และให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) แต่ยังไม่ได้ปฎิบัติตาม เนื่องจากถูกขังตามหมายขังคดีอื่นๆ

    ก่อนศาลถามว่า เคยถูกไต่สวนในคดีละเมิดอำนาจศาลไหม อานนท์ตอบไม่เคย

    ++อนุญาตอัยการยื่นคำคัดค้าน ก่อนนัดฟังคำสั่ง 24 ธ.ค.++

    เวลา 14.45 น. ภายหลังศาลไต่สวนจำเลยพร้อมทั้งพยานแล้ว ได้กล่าวกับจำเลยว่า จะต้องนำข้อเท็จจริงจากการไต่สวนไปพิจารณาในที่ประชุมของศาล เนื่องจากไม่อยากให้การสั่งปล่อยหรือไม่ปล่อยเป็นการสั่งโดยผู้พิพากษาคนเดียว พร้อมทั้งย้ำว่า อย่าเข้าใจว่าการให้โอกาสไต่สวนในครั้งนี้จะเป็นเหตุให้ปล่อยตัวได้ทันที การอ้างว่าจะต้องกลับไปเรียนหรือกลับไปทำงานไม่ใช่เหตุที่จะนำไปสู่การปล่อยตัว ไม่เช่นนั้นทุกคนที่ถูกขังอยู่ก็คงอ้างได้

    นอกจากนี้ศาลยังกล่าวด้วยว่า ไม่ใช่ว่าจำเลยแถลงยอมรับเงื่อนไขแล้วศาลจะต้องปล่อยตัวเท่านั้น การเสนอเงื่อนไขไม่ใช่เหตุปล่อยตัวอย่างเดียว ศาลจะต้องพิจารณาที่การกระทำ ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้ปล่อย จึงจะอนุญาตปล่อยชั่วคราว ไม่ว่าจะสั่งอย่างไร สังคมก็จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อคำสั่งนั้น ศาลจึงต้องให้โอกาสในการเรียกมาไต่สวน

    จากนั้นศาลได้ถามพนักงานอัยการฝ่ายโจทก์ว่า จะคัดค้านคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ ก่อนกล่าวว่าอันที่จริงอัยการได้แถลงคัดค้านไว้แล้วก่อนจะมีการไต่สวน อัยการแถลงว่า จะต้องคัดค้านเนื่องจากคดีทั้งหมดเป็นคดีที่มีโทษสูง หากปล่อยตัวเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี

    ต่อมา คณะพนักงานอัยการราว 15 คน ได้ปรึกษากันอีกครั้ง ก่อนจะแถลงว่าไม่สามารถแถลงคัดค้านภายในวันนี้ได้ เนื่องจากจำเลยแต่ละคนมีหลายคดี จึงขอทำคำแถลงเป็นเอกสารมายื่นภายในสัปดาห์หน้าซึ่งอาจจะเป็นวันพุธที่ 22 ธ.ค. 2564

    อานนท์ได้ขอแถลงต่อศาลว่า ตนรู้สึกว่าขั้นตอนการไต่สวนค่อนข้างแปลก เนื่องจากเปิดให้มีการไต่สวนแล้ว ยังจะเปิดให้มีการแถลงคัดค้านหลังเสร็จสิ้นการไต่สวนอีก ซึ่งตนกังวลว่าหากอัยการทำคำแถลงมาแล้วปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงใหม่ ฝ่ายจำเลยก็จะไม่ได้โต้แย้ง จะเป็นเสมือนการตอกฝาโลงตนหรือไม่ จึงขอท้วงติงไว้

    ศาลกล่าวตอบอานนท์ว่า จำเลยอย่าบังคับศาลมากเกินไป ศาลได้ย่นย่อการพิจารณาให้สั้นลงโดยไม่ได้เรียกพนักงานสอบสวนแต่ละคดีมาไต่สวน หรืออานนท์อยากจะให้มีการสืบพยานอีกซัก 2-3 นัด ซึ่งมันก็อาจจะช้าออกไปอีก อานนท์จึงกล่าวว่า การพูดอย่างนี้ก็เหมือนเอาคนที่ถูกคุมขังอยู่เป็นตัวประกัน เพราะเวลาของคนข้างนอกกับคนที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำไม่ได้เท่ากัน

    หลังศาลและจำเลยโต้เถียงเหตุผลกันอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ศาลจึงกล่าวสรุปว่า เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายเต็มที่ โดยโจทก์ได้ยืนยันว่าจะไม่มีข้อเท็จจริงใหม่ การทำหนังสือคัดค้านเป็นเพียงการคัดค้านตามปกติ ส่วนฝ่ายจำเลยก็สามารถทำคำแถลงคล้ายกับการทำคำแถลงปิดคดีได้เช่นกันหากประสงค์จะทำ

    ให้พนักงานอัยการยื่นคำคัดค้านคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเป็นหนังสือภายในวันที่ 23 ธ.ค. 2564 และนัดฟังคำสั่งว่าศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ในวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ในเวลา 13.00 น.

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/38980)
  • เวลา 13.30 น. ศาลได้เบิกตัวอานนท์, พริษฐ์ และภาณุพงศ์ รวมทั้งจตุภัทร์ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนคดีไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่งด้วยแต่อย่างใด

    เวลา 14.10 น. พริษฐ์ ปิยะนราธร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา อ่านคำสั่งไม่ให้ประกันทั้งหมด กรณีของอานนท์ระบุเหตุผลว่า

    “พิเคราะห์แล้ว ที่ประชุมผู้บริหารศาลอาญาเห็นว่า เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์ของจำเลยในการแสดงออก ปราศรัย หรือชักนำในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ประกอบกับจำเลยถูกกล่าวหาในลักษณะเช่นนี้ที่ศาลนี้และศาลอื่นหลายคดี

    กรณีมีเหตุอันควรให้เชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยจะไปกระทำการในทำนองเดียวกันกับที่ถูกฟ้องร้องหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ในชั้นนี้จึงยังไม่มีข้อเท็จจริงในทางคดีที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมไม่มีเหตุที่ศาลจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ศาลสั่งไว้โดยชอบแล้ว ยกคำร้อง”

    ศาลยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ที่ประชุมผู้บริหารศาลอยากให้ประกันมากนะ แต่เมื่อพิจารณาถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อปล่อยตัวออกมาแล้วก็จึงมีคำสั่งแบบนี้ ขนาดนี้วันนี้ยังมีเลย” และกล่าวต่ออีกว่า “ในชั้นนี้มีคำสั่งไม่ให้ประกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า ครั้งหน้าจะไม่ให้ประกันนะ”

    หลังผู้พิพากษาเดินออกจากห้องพิจารณาคดีไป แม่ของภาณุพงศ์ จตุภัทร์ และอานนท์ ทยอยเดินไปที่ด้านหน้าของห้องพิจารณาเพื่อสับเปลี่ยนกันพูดคุยกับลูกของตัวเองผ่านจอวิดีโอ แม่ของอานนท์พูดเป็นภาษาอีสานใจความว่า “คิดถึงลูกนะ ขอให้เข้มแข็ง”

    ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มทะลุฟ้า ได้จัดกิจกรรมจับตาผลการให้ประกันตัวนักกิจกรรมทั้ง 4 ราย โดยได้นัดหมายมวลชนไปรวมตัวกันบริเวณหน้าศาลอาญาเพื่อรอรับเพื่อนกลับบ้านตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และจัดกิจกรรม “เดิน หยุด ขัง” โดยนัดหมายประชาชนให้เริ่มต้นเดินตั้งแต่ห้างสรรพสินค้ายูเนี่ยนมอล์ในเวลา 11.00 น. เพื่อเดินไปจนถึงศาลอาญา รัชดาฯ

    ภายหลังมวลชนเดินทางมาถึงหน้าศาลอาญาในเวลาประมาณ 13.30 น. และต่อมาทราบว่าศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนักกิจกรรมทั้ง 4 ราย กลุ่มมวลชนได้จัดกิจกรรมพูดปราศรัยเกี่ยวกับการไม่ทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรงของศาลและสถาบันตุลาการ รวมไปถึงมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น เผาชุดครุยผู้พิพากษา เผาหนังสือประมวลกฎหมายอาญา และขีดเขียนพ่นสีสเปรย์ที่ป้ายของศาลอาญา เพื่อแสดงความไว้อาลัยแก่กระบวนการยุติธรรมไทย

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/39156)
  • เวลาประมาณ 15.00 น. อานนท์ นำภา ได้ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาที่ศาลอาญาในนัดตรวจพยานหลักฐาน ทนายจำเลยแถลงว่า เนื่องจากเพิ่งได้รับสำเนาคำฟ้องโจทก์ในวันนี้ จึงขอศาลเลื่อนตรวจพยานออกไปอีกสักนัดหนึ่ง โจทก์ไม่ค้าน ศาลอนุญาตให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานไปเป็นวันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 13.30 น.

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.2495/2564 ลงวันที่ 31 ม.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/40122)
  • ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ อานนท์ นำภา ในคดีการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองที่มีหมายขังทั้งหมดของศาลอาญา ในส่วนของอานนท์รวมแล้ว 9 คดี ประกอบด้วย คดี “เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย” หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563, คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563, คดี #ม็อบ14ตุลา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563, คดี #ม็อบ17พฤศจิกา63 ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563, คดี #ม็อบ25พฤศจิกาไปscb เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563, คดีชุมนุม #ปลดอาวุธศักดินาไทย หน้าราบ 11 เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2563, คดีชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2563, คดีปราศรัยหน้า สน. บางเขน 21 ธ.ค. 2563 และคดีโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ 3 ข้อความ ช่วง 1-3 ม.ค. 2564

    สำหรับคดีของศาลอาญาข้างต้น อานนท์เคยยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง และศาลเคยให้มีการไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2564 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมผู้บริหารศาลอาญาก็ยังยืนกรานไม่ให้ประกัน ‘เพนกวิน-อานนท์-ไมค์-ไผ่’ ในครั้งนั้น อ้างเหตุว่า “เกรงว่าจะกระทำผิดซ้ำ”

    การยื่นประกันในครั้งล่าสุดนี้ อานนท์ได้ระบุในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในทุกคดีของทุกศาลเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่านมาว่า จะไม่กระทําการใดๆ ให้สถาบันกษัตริย์เกิดความเสื่อมเสีย ไม่ทํากิจกรรมใดที่จะทําให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ไม่เดินทางออกนอกประเทศ และพร้อมที่จะเดินทางมาศาลตามที่มีการนัดหมายทุกครั้ง รวมถึงยินยอมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ทั้งยังมีคำร้องเพิ่มเติมเข้ามาว่า

    1. นับจนถึงวันนี้จําเลยถูกคุมขังไว้ในระหว่างการพิจารณาคดีเกินกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งในคดีนี้พยานโจทก์และพยานจําเลยมีจํานวนมาก ยังไม่อาจกําหนดได้ว่าจะสามารถพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นเมื่อใด และยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานใด ๆ ในการสืบพยานโจทก์ที่ผ่านมาให้เห็นถึงความผิดของจําเลย
    2. ในคดีหมายเลขดําที่ อ.287/2564 ของศาลอาญา (คดี 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร) ซึ่งมีจําเลยคนอื่น ๆ ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดร่วมกันกับจําเลยทั้งสองนี้ ศาลก็ได้มีคําสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจําเลยในคดีนี้จํานวนหลายคน เช่น ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล, จตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน บุญภัทรรักษา, ภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก โดยศาลได้กําหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้จําเลยปฏิบัติตาม ก็ปรากฏว่าจําเลยเหล่านั้นได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลได้เคร่งครัดทุกประการ และไม่ได้ผิดเงื่อนไขของศาลเลย ซึ่งจําเลยทั้งสองก็ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ เหมือนดังเช่นจําเลยคนอื่นที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปก่อนหน้านี้

    เวลา 16.30 น. พลีส เทอดไทย ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดียาเสพติดของศาลอาญา มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอานนท์และเพนกวินในทุกคดี ระบุในคำสั่งว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีโดยรวมแล้ว กรณีเห็นควรให้โอกาสจําเลยได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เสนอต่อศาลสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณามีกําหนดเวลา 3 เดือน (ครบกําหนดวันที่ 22 พ.ค. 2565) กําหนดเงื่อนไข

    1. ห้ามทํากิจกรรมหรือกระทําการใด ๆ อันจะทําให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และศาลในทุกด้าน รวมทั้งห้ามกระทําการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางกระบวนพิจารณาคดีของศาล
    2. ห้ามเข้าร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
    3. ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ EM
    4. ห้ามออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 21.00 – 06.00 น. เว้นแต่มีเหตุจําเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล ไปศึกษาเล่าเรียน ไปสถานีตํารวจ สํานักงานอัยการ หรือศาล หรือได้รับอนุญาตจากศาล
    5. ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
    หากจําเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว ศาลอาจมีคําสั่งเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมคําสั่งเดิมตามพฤติการณ์ของจําเลยที่เปลี่ยนไป ตามความเหมาะสมและความร้ายแรงของพฤติการณ์ต่อไป นอกจากนี้ กรณีครบกําหนดการปล่อยชั่วคราวโดยมีกําหนดระยะเวลาแล้ว หากจําเลยไม่มีพฤติการณ์ที่ผิดเงื่อนไข ศาลจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลงคําสั่งเดิมต่อไป

    อย่างไรก็ตาม อานนท์ซึ่งถูกขังมาแล้ว 196 วัน ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เนื่องจากศาลอาญากรุงเทพใต้ยังคงยืนยันไม่ให้ประกันในอีก 2 คดี

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ. 2495/2564 ลงวันที่ 22 ก.พ. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/40716)
  • วีระ พรหมอยู่ องค์คณะผู้พิพากษาในคดี มีเหตุจำเป็นไม่อาจมาศาลในนัดตรวจพยานหลักฐานนี้ได้ จึงให้ จักรพงศ์ โฮมแพน ผู้พิพากษาประจําศาล ช่วยทํางานชั่วคราวในตําแหน่งผู้พิพากษาศาลอาญา มานั่งพิจารณาคดีนี้แทน ตามที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญามอบหมาย

    เวลา 13.30 น. ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้อานนท์ฟัง โดยเขาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังการตรวจพยานเอกสาร โจทก์และจำเลยไม่มีข้อเท็จจริงใดที่รับกันได้

    อัยการโจทก์แถลงติดใจสืบพยานทั้งหมด 56 ปาก ประกอบด้วย ผู้กล่าวหาในคดีนี้ 3 ราย, เจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมและการจราจร 6 ราย, เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุม 3 ราย, เจ้าหน้าที่ตํารวจฝ่ายสืบสวน, เจ้าหน้าที่สืบสวนหาข่าวและทําการถอดเทปบันทึกภาพและเสียงกิจกรรมชุมนุมใหญ่ #ม็อบ14ตุลา 3 ราย, เจ้าหน้าที่ดูแลระบบและรับแจ้งเหตุ 191, เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการจราจรบริเวณถนนและทางด่วน, เจ้าหน้าที่สืบสวนภาพหาความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ชุมนุม, เจ้าหน้าที่รับหนังสือผู้มาติดต่อราชการและรับอีเมล, เจ้าหน้าที่ป้องกันและควบคุมโรค, เจ้าหน้าที่ผู้แปลถ้อยคําการถอดเทป 4 ราย, ผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเมืองการปกครองและการเคลื่อนไหวของกลุ่มทางการเมือง, เจ้าหน้าที่ผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับถ้อยคําและความหมายของคําปราศรัย 7 ราย, เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์ รถกระบะ และรถบรรทุกที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม 6 ราย และพนักงานสอบสวน 7 ราย

    ด้านจําเลยและทนายจําเลยแถลงแนวทางการต่อสู้คดีว่า การปราศรัยของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริต บนกรอบพื้นฐานของรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง, การชุมนุมเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และจําเลยไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุมแต่อย่างใด

    ฝ่ายจำเลยแถลงขอสืบพยานรวม 29 ปาก ประกอบด้วย ประจักษ์พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุม 7 ราย, นักวิชาการด้านกฎหมาย 4 ราย, นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ 4 ปาก, นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์, พยานเกี่ยวกับข้อหามาตรา 112 จํานวน 11 ปาก และพยานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19

    ต่อมา ศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานรวมทั้งหมด 10 นัด เป็นนัดสืบพยานโจทก์ 6 นัด และนัดสืบพยานจำเลย 4 นัด โดยกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์เป็นวันที่ 20-23 และ 27-28 มิ.ย. 2566 และสืบพยานจำเลยวันที่ 29-30 มิ.ย. และ 4-5 ก.ค. 2566 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ. 2495/2564 ลงวันที่ 28 ก.พ. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/40975)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
อานนท์ นำภา

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
อานนท์ นำภา

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์