ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.1253/2565

ผู้กล่าวหา
  • ปิติ สมันตรัฐ (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1253/2565
ผู้กล่าวหา
  • ปิติ สมันตรัฐ

ความสำคัญของคดี

วงศ์ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พ่อค้าขายของออนไลน์ชาวราชบุรี ถูกพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินคดีข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หลังปิติ สมันตรัฐ ประชาชนรายหนึ่งเข้าแจ้งความกล่าวหาว่า วงศ์โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่นชมการทรงงานของรัชกาลที่ 9 แต่วิพากษ์วิจารณ์การทรงงานของรัชกาลที่ 10 ทั้งนี้ วงศ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ในชั้นสอบสวนจึงไม่ถูกควบคุมตัว

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกประชาชนด้วยกันเองนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการปิดกั้นความเห็นที่แตกต่างไปจากตนเอง

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

เมขลา อัจฉราวงศ์ชัย พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 บรรยายคำฟ้อง มีใจความโดยสรุปว่า

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2563 จำเลยได้หมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ด้วยการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ มีใจความในทำนองว่า จำเลยเคารพนับถือเพียงรัชกาลที่ 9 แม้จะเคยอ่านข้อมูลเรื่องสาเหตุการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และเห็นว่ารัชกาลที่ 9 ทรงทำงานหนักเพื่อประชาชน แต่จำเลยไม่เห็นว่ารัชกาลที่ 10 ได้ทรงงาน จึงไม่จำเป็นต้องเคารพ

ข้อความที่เกี่ยวกับกรณีสิ้นพระชนม์ของรัชกาลที่ 8 มีความหมายว่า รัชกาลที่ 9 มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นการใส่ความรัชกาลที่ 9 ทำให้พระองค์เสื่อมเสียพระเกียรติ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ส่วนข้อความส่วนที่พาดพิงรัชกาลที่ 10 ทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจได้ว่า รัชกาลที่ 10 ไม่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการใส่ความรัชกาลที่ 10 ต่อบุคคลที่ 3 ทำให้พระองค์เสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยจำเลยมีเจตนาอาฆาตมาดร้าย ทำลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชนชาวไทย ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพกษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ใครจะละเมิดมิได้ และการที่จำเลยโพสต์ลงสื่อออนไลน์ยังเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1253/2565 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) วงศ์ (นามสมมติ) พร้อมทนายความ เดินทางเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ลงวันที่ 30 ก.ย. 2564 ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

    พ.ต.ต.หญิง สุธัญดา เอมเอก สารวัตร (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. และ ร.ต.ท.หญิง พรสถิตย บุราญรัตน์ รองสารวัตร (สอบสวน) ปรก.กก.3 บก.ปอท. แจ้งพฤติการณ์ที่กล่าวหาให้วงศ์ทราบ ใจความโดยสรุปว่า

    เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2563 ปิติ สมันตรัฐ ผู้กล่าวหา ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดําเนินคดีกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2563 เวลา 12.00 น. ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์องค์ต่างๆ โดยข้อความมีเนื้อหาแสดงความชื่นชมการทรงงานของรัชกาลที่ 9 เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งต่อข้อมูลเรื่องสาเหตุการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 พร้อมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทรงงานของรัชกาลที่ 10 แต่ยืนยันว่าเคารพในหลวงรัชกาลที่ 9

    ผู้กล่าวหาอ้างว่าการกระทําดังกล่าว เป็นการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีเนื้อหาเป็นการกล่าวหา ใส่ความพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาท และดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีเจตนามุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาอ่าน เกิดความรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชังพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์ พนักงานสอบสวนระบุว่า จากการสืบสวนสอบสวนน่าเชื่อว่าบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของวงศ์

    พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์” ตามมาตรา 112 และ “นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

    ด้านวงศ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน โดยได้ลงลายมือชื่อไว้ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา

    หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการ วงศ์ได้รับการปล่อยตัว โดยไม่ถูกควบคุมตัวไว้ เนื่องจากมาปรากฏตัวต่อพนักงานผู้รับมอบตัวตามหมายเรียก

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา กก.3 บก.ปอท. ลงวันที่ 14 ต.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/36560)
  • พนักงานสอบสวนนัดวงศ์ไปส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 อัยการรับสำนวนแล้วนัดฟังคำสั่งในวันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 10.00 น.
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง เลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 10.00 น.
  • อัยการยังไม่มีคำสั่ง เลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 26 พ.ค. 2565 เวลา 10.00 น.
  • พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง วงศ์ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พ่อค้าขายของออนไลน์จากจังหวัดราชบุรี ต่อศาลอาญา ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

    สำหรับพฤติการณ์คดีตามคำฟ้องของอัยการ ระบุว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2563 จำเลยได้หมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ด้วยการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ มีใจความในทำนองว่า จำเลยเคารพนับถือเพียงรัชกาลที่ 9 แม้จะเคยอ่านข้อมูลเรื่องสาเหตุการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และเห็นว่ารัชกาลที่ 9 ทรงทำงานหนักเพื่อประชาชน แต่จำเลยไม่เห็นว่ารัชกาลที่ 10 ได้ทรงงาน จึงไม่จำเป็นต้องเคารพ

    อัยการระบุว่า สำหรับข้อความที่เกี่ยวกับกรณีสิ้นพระชนม์ของรัชกาลที่ 8 มีความหมายว่า รัชกาลที่ 9 มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นการใส่ความรัชกาลที่ 9 ทำให้พระองค์เสื่อมเสียพระเกียรติ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

    ส่วนข้อความส่วนที่พาดพิงรัชกาลที่ 10 ทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจได้ว่า รัชกาลที่ 10 ไม่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการใส่ความรัชกาลที่ 10 ต่อบุคคลที่ 3 ทำให้พระองค์เสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยจำเลยมีเจตนาอาฆาตมาดร้าย ทำลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชนชาวไทย ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพกษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ใครจะละเมิดมิได้ และการที่จำเลยโพสต์ลงสื่อออนไลน์ยังเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

    ท้ายคำฟ้อง อัยการได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว อ้างเหตุคดีมีอัตราโทษสูง และเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง

    อย่างไรก็ตาม หลังศาลรับฟ้อง และนายประกันของกองทุนราษฎรประสงค์ยื่นประกัน ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราววงศ์ระหว่างพิจารณาคดี วงเงินประกัน 180,000 บาท กำหนดเงื่อนไขให้จำเลยไปรายงานตัวต่อผู้กำกับดูแลที่ศาลแต่งตั้ง ทุกวันที่ 15 ของเดือน และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 27 มิ.ย. 2565

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1253/2565 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/44566)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
วงศ์ (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
วงศ์ (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์