ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.1326/2565

ผู้กล่าวหา
  • ไม่ทราบชื่อ (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.1326/2565
ผู้กล่าวหา
  • 1

ความสำคัญของคดี

เวหา แสนชนชนะศึก ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) เป็นคดีที่ 2 โดยถูกกล่าวหาว่า แชร์และโพสต์เฟซบุ๊กรวม 2 โพสต์ เป็นการแชร์จากเพจ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการวัคซีนของรัฐบาล และโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 วิจารณ์ศาลและความอยุติธรรม ภายหลังถูกจับกุม เวหาไม่ได้รับการประกันตัว โดยศาลอ้างเหตุผลว่า เวหาเคยได้รับการประกันตัวในคดีที่มีลักษณะเดียวกัน โดยมีเงื่อนไขห้ามกระทําในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหาอีก หากให้ประกันอีก ผู้ต้องหาอาจจะก่อให้เกิดอันตรายประการอื่น และอาจจะหลบหนี

คดีนี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนปัญหาการตีความและบังคับใช้มาตรา 112 อย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นเครื่องมือปิดกั้นการแสดงออกของประชาชน

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

ภัทรกร อุดมผล พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 บรรยายคำฟ้องมีเนื้อหาโดยสรุปว่า

ขณะเกิดเหตุ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรัชกาลที่ 10 เป็นกษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน ดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใดๆ มิได้ ตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ 2560

จําเลยได้กระทําความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ

1. เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 จําเลยได้แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ด้วยการใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Wayha Sky” ของจําเลย แชร์ภาพและข้อความประกอบจากบัญชีเฟซบุ๊ก “เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH” มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการวัคซีนของรัฐบาลประยุทธ์ที่ล้มเหลวเชื่อมโยงกับกษัตริย์ พร้อมโพสต์ข้อความประกอบว่า “อ่านดู แล้วจะรู้ว่าเด็กๆ มันคิดอะไร พิทักษ์รักษากันไว้แทบตาย ชิบหายด้วยมือตัวเอง #เหนื่อยจนท้อ #พอกันที” อันเป็นความเท็จ และเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทําให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยจําเลยมีเจตนาทําลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา โดยจําเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อความในภาพและข้อความประกอบภาพดังกล่าวเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

2. เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 จําเลยได้หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ด้วยการใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Wayha Sky” ของจําเลย โพสต์ข้อความว่า “ประกาศ ปี พ.ศ. 2565 จะเป็นปีสุดท้ายของชีวิตกู กะให้ทุกวินาทีในชีวิตของหน้าบัลลังก์ศาลเล่าขานความเหี้ยห่าจัญไรให้จดจำกูไว้ จะใช้ชีวิตเข้าต่อสู้กับความอยุติธรรมด้วยการแลกด้วยเลือดและจิตวิญญาณ กูจะให้ความตายปลดเปลื้องกูออกจากพันธนาการแห่งความอยุติธรรมทั้งหมดก่อนที่โซ่ตรวนและกรงขังจะมาพรากอิสรภาพด้วยคําพิพากษาอันมาภายใต้นามของใครบางคน” โดย
ผู้อ่านข้อความดังกล่าวย่อมทราบว่า ศาลพิพากษาคดีในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ อันเป็นความเท็จ และเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทําให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยจําเลยมีเจตนาทําลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1326/2565 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 15.40 น. เฟซบุ๊กส่วนตัวของ ‘เวหา แสนชนชนะศึก’ ได้ไลฟ์เหตุการณ์ที่ตนเองถูกจับกุมบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) หลังจากเดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลก ก่อนตำรวจนอกเครื่องแบบจะนำตัวขึ้นรถไปยัง สน.พญาไท โดยการจับกุม ตำรวจได้แสดงหมายจับจากจอมือถือ ซึ่งออกโดยศาลอาญาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2565 ในข้อหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)(5) แต่ไม่ได้มีการแสดงหมายจับที่เป็นตัวเอกสารแต่อย่างใด ทั้งขณะทำการไลฟ์สด ตำรวจได้แจ้งขอตรวจยึดโทรศัพท์โดยอ้างว่าเป็นของกลางที่ใช้กระทำความผิด

    18.30 น. ทนายความได้รับแจ้งว่าเวหา ถูกนำตัวไปสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ไม่ได้นำตัวไปที่ สน.พญาไท ที่เป็นเจ้าของคดีแต่อย่างใด

    เวลา 19.20 น. ทนายความได้เข้าพบผู้ถูกจับกุม โดยภายในห้องสอบสวนพบว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบกว่า 20 คน ทั้งนี้โทรศัพท์ของเวหาได้ถูกเจ้าหน้าที่ยึดไว้โดยไม่มีคำสั่งศาล ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อนุญาตให้เข้าถึงอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ แต่ตำรวจให้เหตุผลว่ายึดไว้เพราะเห็นว่าเป็นวัตถุที่ใช้ในการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33

    พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี พนักงานสอบสวน แจ้งพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่า เหตุจากการแชร์และโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กจำนวน 2 โพสต์ กล่าวคือ

    1. เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 ได้แชร์เพจเฟซบุ๊ก ‘เยาวชนปลดแอก’ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีรูปภาพศพและกำแพง มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการวัคซีนของรัฐบาล พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า “อ่านดู แล้วจะรู้ว่าเด็กๆ มันคิดอะไร พิทักษ์รักษากันไว้แทบตาย ชิบหายด้วยมือตัวเอง #เหนื่อยจนท้อ #พอกันที”

    2. เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 เวลาประมาณ 00.36 น. มีการโพสต์ ข้อความว่า “ประกาศ ปี พ.ศ. 2565 จะเป็นปีสุดท้ายของชีวิตกู กะให้ทุกวินาทีในชีวิตของหน้าบัลลังก์ศาลเล่าขานความเหี้ยห่าจัญไรให้จดจำกูไว้ จะใช้ชีวิตเข้าต่อสู้กับความอยุติธรรมด้วยการแลกด้วยเลือดและจิตวิญญาณ กูจะให้ความตายปลดเปลื้องกูออกจากพันธนาการแห่งความอยุติธรรมทั้งหมดก่อนที่โซ่ตรวนและกรงขังจะมาพรากอิสรภาพด้วยคําพิพากษาอันมาภายใต้นามของใครบางคน”

    ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ คือ หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, นำเข้า เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)(5) โดยพนักงานสอบสวนไม่ได้ระบุว่าข้อความส่วนใดในทั้งสองโพสต์ เป็นข้อความที่เข้าข่ายมาตรา 112

    เวหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่า การจับกุมเป็นไปโดยมิชอบ ขณะจับกุมไม่ได้แสดงหมายจับ เพียงแต่ให้ดูภาพหมายจับจากโทรศัพท์มือถือ และไม่ได้พาผู้ต้องหาไปยังท้องที่ที่ถูกจับ (สน.บางซื่อ) หรือไปยังท้องที่ที่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ (สน.พญาไท) กลับนำตัวมาควบคุมและสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จึงเป็นการจับกุมโดยมิชอบ พนักงานสอบสวนจะอ้างว่าเป็นระเบียบข้อตกลงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็รับฟังไม่ได้เพราะขัดต่อประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญาว่าด้วยการจับกุม คุมขัง และการสอบสวน นอกจากนี้เวหาจะขอยื่นคำให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมต่อไป

    เวหาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ บช.ปส. ตลอดคืน ก่อนพนักงานสอบสวนจะฝากขังต่อศาลอาญาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันต่อมา

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม บช.ปส. ลงวันที่ 10 มี.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/41258)
  • เวลา 11.30 น. หลัง ร.ต.อ.อรุณ สืบสิงห์ พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้ยื่นขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลอาญา ศาลได้อนุญาตให้ฝากขัง เป็นระยะเวลา 12 วัน เนื่องพนักงานสอบสวนอ้างว่าจะต้องทําการสอบสวนพยานอีก 4 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ทั้งยังค้านการประกันตับ อ้างเหตุ เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

    หลังทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เสนอหลักประกันเป็นเงินสด 90,000 บาท เวลา 16.30 น. ชาญชัย ณ พิกุล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าข้อหาที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง ประกอบกับเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2564 ผู้ต้องหาได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจากศาลนี้ ในคดีที่มีลักษณะข้อหาอย่างเดียวกัน โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามผู้ต้องหากระทําการใดในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาอีก กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาอาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายประการอื่น และน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว”

    ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าพฤติการณ์ที่เวหาถูกกล่าวหา การแชร์โพสต์ข้อความแรกเกิดขึ้นก่อนการถูกกล่าวหาในคดีแรก ที่เขาได้รับการประกันตัว จึงไม่ใช่การฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกัน ขณะที่ข้อความที่ 2 เนื้อหาของโพสต์ก็ไม่ได้มีความแน่ชัดว่าเข้าข่ายข้อหาตามมาตรา 112 อย่างไร

    คำสั่งดังกล่าว ทำให้เวหาถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อีกครั้ง หลังจากเคยถูกคุมขังระหว่างสอบสวนในคดีมาตรา 112 ที่เขาเคยถูกจับกุมและกล่าวหาในช่วงปี 2564 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ “ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด” ที่ทวิตข้อความเล่าเรื่องประสบการณ์การถูกคุมขังในคุกเรือนจำชั่วคราวพุทธมณฑล เขตทวีวัฒนา โดยครั้งนั้นเขาถูกคุมขังเป็นระยะเวลา 53 วัน

    (อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 คดีหมายเลขดำที่ ฝ.276/2565 ศาลอาญา ลงวันที่ 11 มี.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/41258)
  • ทนายความยื่นประกันเวหาเป็นครั้งที่ 2 เสนอหลักประกันเป็นเงินสด 90,000 บาท พร้อมทั้งระบุเหตุผลที่สำคัญว่า

    1. ตามคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวพร้อมคำสั่งศาลฉบับลงวันที่ 11 มี.ค. 2565 ซึ่งศาลมีคำสั่งว่า "เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2564 ผู้ต้องหาได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจากศาลนี้ ในคดีที่มีลักษณะข้อหาอย่างเดียวกัน โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามผู้ต้องหากระทําการใดในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาอีก กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาอาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายประการอื่น และน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว” นั้น พฤติการณ์ตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาโพสต์ 2 ข้อความ ข้อความแรกโพสต์เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2564 จึงถือมิได้ว่าผู้ต้องหากระทำการใดในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาอีก

    ส่วนข้อความที่สองพนักงานสอบสวนกล่าวหาผู้ต้องหาว่าโพสต์เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 พนักงานสอบสวนกล่าวอ้างมาเพียงลอยๆ โดยมิได้ระบุที่อยู่เว็บไซต์หรือ URL และเมื่อนำไปค้นหาในบัญชีเฟซบุ๊คตามวันเวลาดังกล่าวก็ไม่พบข้อความตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวหา ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างเพียงลอยๆ ไม่น่าเชื่อถือ จึงถือมิได้ว่าผู้ต้องหากระทำการใดในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาอีก

    2. ไม่ปรากฏเหตุและพฤติการณ์ใดๆ ของผู้ต้องหาที่เข้าเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ที่ศาลจะไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแม้แต่น้อย

    3. ผู้ต้องหามีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง การถูกคุมขังไว้ระหว่างสอบสวนส่งผลกระทบต่อการรักษาโรคของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาต้องพบแพทย์เพื่อรับยาและตรวจติดตามอาการ

    อย่างไรก็ตาม ชาญชัย ณ พิกุล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ยังคงไม่อนุญาตให้ประกันเวลา ระบุเหตุผลว่า ศาลเคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ ฝ.276/2565 ลงวันที่ 26 มี.ค. 2565)
  • ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวเวหาเป็นครั้งที่ 3 แต่ พลีส เทอดไทย ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดียาเสพติด มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ระบุเหตุผลเช่นเดียวกับครั้งก่อนว่า ศาลเคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

    ปัจจุบัน เวหายังคงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นระยะเวลา 25 วันแล้ว โดยในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนมีระยะเวลาขอฝากขังได้ทั้งหมด 84 วัน

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ ฝ.276/2565 ลงวันที่ 1 เม.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/41258)
  • เวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ครอบครัวของเวหาได้เข้ายื่นขอประกันตัวเป็นครั้งที่ 4 ย้ำเหตุผลว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้ป่วยจิตเภทอยู่ระหว่างรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก มีความจําเป็นต้องเข้ารับการรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง การถูกคุมขังไว้ระหว่างสอบสวนส่งผลกระทบต่อการรักษาโรค และผู้ต้องหายังต้องพบแพทย์เพื่อรับยาและตรวจติดตามอาการ

    นอกจากนี้คำร้องยังได้ระบุว่า หากศาลเห็นสมควรกําหนดเงื่อนไขใดที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของผู้ต้องหา และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีเจตนาคิดจะหลบหนี ผู้ต้องหายินยอมติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) รวมถึงยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นใดของศาลที่กําหนดเพื่อป้องกันมิให้หลบหนี โดยขอให้ศาลตั้งมารดาผู้ต้องหาหรือบุคคลอื่นที่ศาลกําหนดเป็นผู้กํากับดูแล

    อย่างไรก็ตาม ในเวลา 15.40 น. อรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้มีคำสั่งยกคำร้อง ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยเหตุผลเดียวกันกับการยื่นประกันในครั้งที่ 2 และ 3 ว่า ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากได้ระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว และไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

    ปัจจุบัน เวหายังคงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2565 รวมเป็นระยะเวลา 39 วัน โดยในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนมีระยะเวลาขอฝากขังได้ทั้งหมด 84 วัน

    ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าพฤติการณ์ที่เวหาถูกกล่าวหา การแชร์โพสต์ข้อความแรกเกิดขึ้นก่อนการถูกกล่าวหาในคดีแรก ที่เขาได้รับการประกันตัว จึงไม่ใช่การฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกัน ขณะที่ข้อความที่ 2 เนื้อหาของโพสต์ก็ไม่ได้มีความแน่ชัดว่าเข้าข่ายข้อหาตามมาตรา 112 อย่างไร

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและคำสั่ง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ ฝ.276/2565 ลงวันที่ 18 เม.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/42611)

  • พนักงานอัยการ สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเวหาในฐานความผิด "หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ, เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)(5) โดยกล่าวว่าเวหากระทำความผิดโดยการแชร์และโพสต์ข้อความรวม 2 กรรม

    ท้ายคำฟ้อง อัยการได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา โดยอ้างเหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูง และเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง พร้อมทั้งขอให้นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีมาตรา 112 อีกคดีของศาลอาญานี้

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1326/2565 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2565)
  • ทนายความได้เข้ายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเวหา ในคดีมาตรา 112 ทั้งสองคดี ได้แก่ คดีนี้และคดีที่เวหาถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ “ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด”

    ต่อมา เวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวทั้งสองคดี ในวันที่ 14 มิ.ย. 2565 เวลา 10.00 น. ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ พร้อมกันนี้ศาลขอให้ทนายความเสนอพฤติการณ์พิเศษประกอบการพิจารณาคดี และแจ้งโจทก์ให้ทำคำคัดค้านก่อน หรือภายในวันนัดหมาย

    คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของเวหาทั้งสองคดี ระบุโดยสรุปว่า จำเลยขอวางหลักประกันเป็นเงินคดีละ 180,000 บาท เพื่อเป็นหลักประกันอันน่าเชื่อถือว่า จำเลยจะไม่หลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพิจารณาคดี

    ยิ่งไปกว่านั้นจำเลยเป็นผู้ป่วยจิตเภทอยู่ระหว่างรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก มีความจําเป็นต้องเข้ารับการรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง การถูกคุมขังไว้ระหว่างพิจารณาคดีส่งผลกระทบต่อการรักษาโรค รวมถึงจำเลยยังต้องพบแพทย์เพื่อรับยาและตรวจติดตามอาการต่อไป

    นอกจากนี้ จำเลยยินยอมติดกําไลติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และให้มารดาเป็นผู้กํากับดูแล รวมถึงยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่ศาลกําหนด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนีแต่อย่างใด และเพื่อให้จำเลยสามารถออกไปหาพยานหลักฐานในการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่และเป็นธรรม

    ที่สำคัญคดีที่จำเลยถูกกล่าวหาเป็นคดีที่เกี่ยวการแสดงออกทางการเมือง สิทธิเสรีภาพการชุมนุม และสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จำเลยยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด ตามที่รัฐธรรมนูญไทย และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) รับรองไว้

    จำเลยถูกขังตามหมายขังของศาลนี้มาเป็นระยะเวลายาวนาน ได้รับความยากลำบากในการใช้ชีวิตโดยปราศจากอิสรภาพเป็นอย่างมาก จึงตระหนักว่าจำเลยจะระมัดระวังไม่กระทำการใดให้ถูกฟ้องเป็นคดีขึ้นอีก พร้อมกันนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด รวมถึงได้ให้ความร่วมมือเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก มาพบพนักงานอัยการ ตามกําหนดนัด ตลอดจนการมาเข้าร่วมการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นในทุกนัด เพื่อพิสูจน์ถึงความบริสุทธิ์และความประสงค์จะสู้คดี ไม่ได้มีพฤติการณ์อันเป็นเหตุที่จะไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายอาญาพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1

    ในท้ายคำร้องระบุว่า หากโจทก์คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกโจทก์มาไต่สวน และให้จำเลยแต่งทนายซักค้านโจทก์เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลต่อไป

    ปัจจุบัน เวหายังคงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2565 รวมเป็นระยะเวลา 88 วัน

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.1326/2565 ลงวันที่ 6 มิ.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/44512)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
เวหา แสนชนชนะศึก

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
ไม่อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์