ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • การชุมนุม

ผู้กล่าวหา
  • มะลิวัลย์ หวาดน้อย เครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) (ตำรวจ)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • การชุมนุม

ผู้กล่าวหา
  • มะลิวัลย์ หวาดน้อย เครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) (ตำรวจ)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • การชุมนุม

ผู้กล่าวหา
  • มะลิวัลย์ หวาดน้อย เครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • การชุมนุม

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • มะลิวัลย์ หวาดน้อย เครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • การชุมนุม

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • มะลิวัลย์ หวาดน้อย เครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (มาตรา 9)
  • การชุมนุม

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • มะลิวัลย์ หวาดน้อย เครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

ความสำคัญของคดี

#ม็อบราษฎรยืนยันดันเพดาน ในโอกาสครบรอบ 89 ปี อภิวัฒน์สยาม เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยืนยันข้อเรียกร้องดันเพดานเดิม ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีนักกิจกรรมที่ร่วมชุมนุมและขึ้นปราศรัยถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 11 ราย เป็นเยาวชน 2 ราย และในจำนวนนี้มีนักศึกษา 3 ราย “บิ๊ก” เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ, เบนจา อะปัญ และ “ตี้” วรรณวลี ธรรมสัตยา ถูกมะลิวัลย์ หวาดน้อย เครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีตาม มาตรา 112 จากการปราศรัยถึงปัญหาของสถาบันกษัตริย์ซึ่งนำมาสู่ข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

กรณีนี้ชี้ให้เห็นปัญหาสำคัญของมาตรา 112 ประการหนึ่ง คือ การเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้แม้ไม่ใช่ผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลอื่น รวมทั้งการตีความการกระทำที่เป็นความผิดเกินกว่าตัวบทและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งทำให้บทบัญญัติดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในยุครัฐบาลสืบทอดอำนาจของ คสช.

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ระบุพฤติการณ์ที่กล่าวหามีเนื้อหาโดยสรุป ดังนี้

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 เกียรติชัย, เบนจา และวรรณวลี กับพวกรวม 11 คน ได้ร่วมกิจกรรม #ราษฎรยืนยันดันเพดาน ที่บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน โดยมีวัตถุประสงค์ ยืนยันข้อเรียกร้องดันเพดานเดิม ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์และแก้ไขมาตรา 112 โดยมีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากในลักษณะแออัด โดยไม่ได้จัดให้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19

เกียรติชัยได้เข้าร่วมชุมนุมและทำการปราศรัย มีเนื้อหาสำคัญดังนี้
1. "แม้เราจะเจอในแบบเรียนว่ารัชกาลที่ 5 ทรงเลิกไพร่ทรงเลิกทาสแต่ถ้าดูตามความเป็นจริงแล้ว กษัตริย์ยังคงกดขี่ประชาชนกดให้จมทําให้โง่ทําให้กลัวไม่กล้าทวงถามสิทธิที่ตนมี"
2. "หนังสือเรียนที่เราเรียนก็ระบุว่า รัชกาลที่ 9 เป็นกษัตริย์ประชาธิปไตยถ้าอ่านหนังสือจริงๆ แล้ว บอกว่ามันเป็นแค่เรื่องเฟคนิว"
3. "ข้อที่สอง ปัญหาสถาบันกษัตริย์ปัจจุบันคือสถาบันกษัตริย์ถูกยกให้มีสถานะสูงส่ง เปรียบเสมือนพระเจ้า ทําให้สูงส่งจนเกิดเป็นพระโพธิสัตว์บ้าง สะสมบุญจนเป็นพระพุทธเจ้าบ้าง เป็นสมมุตเทพบ้าง ทําให้ประชาชนและภาครัฐไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์"
4. "ยกสถาบันกษัตริย์ให้สูงส่งเกินไปทําให้สถาบันกษัตริย์ตรวจสอบไม่ได้ ปัญหา ณ เวลานี้คือ กษัตริย์ ไม่ว่าจะทําอะไรจะไม่พิมพ์และไม่มีการตรวจสอบ เช่น งบประมาณสามหมื่นเจ็ดพันล้านที่โคตรฉิบหาย"
5. "การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ข้อที่หนึ่งสถาบันกษัตริย์ต้องไม่เซ็นรัฐประหาร”

เบนจาได้เข้าร่วมชุมนุมและทำการปราศรัย มีเนื้อหาสำคัญกล่าวถึง ความสัมพันธ์ของกษัตริย์และรัฐประหาร และการใช้ภาษีประชาชนจัดงานเฉลิมฉลอง เนื่องในวันพระราชสมภพของกษัตริย์

วรรณวลีได้เข้าร่วมชุมนุมและทำการปราศรัย มีเนื้อหาสำคัญกล่าวถึง การทำสงครามที่กษัตริย์ถูกยกย่องและเชิดชูเพียงผู้เดียว แต่ประชาชนธรรมดากลับไม่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ และตั้งคำถามว่า ถ้าหากกระทำความผิด แต่ใส่เสื้อสีเหลืองและถวายความจงรักภักดีกับกษัตริย์ จะไม่ถูกดำเนินคดีหรือไม่

ต่อมา มะลิวัลย์ หวาดน้อย พบว่า ข้อความที่เกียรติชัยปราศรัยมีลักษณะก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต มีเจตนาทำให้ประชาชนที่ได้รับฟังเกิดความเกลียดชังพระมหากษัตริย์ จึงได้เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี

(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 28 ส.ค. 2564 และ 9 ก.ย. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่ สน. ปทุมวัน “บิ๊ก” เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีร่วมปราศรัยในกิจกรรม #ราษฎรยืนยันดันเพดาน ครบรอบ 89 ปี การอภิวัฒน์สยาม เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ที่บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน

    ก่อนหน้านี้เกียรติชัยได้รับหมายเรียกลงวันที่ 13 ส.ค. 2564 ในคดีที่ พ.ต.ท.ธนพล ติ๊บหนู กับพวก เป็นผู้กล่าวหา ระบุข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

    ร.ต.อ.สุรศักดิ์ ช่วงทิพย์ รองสารวัตรสอบสวน สน.ปทุมวัน แจ้งพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 เกียรติชัยกับพวกรวม 11 คน ได้มาร่วมกิจกรรม #ราษฎรยืนยันดันเพดาน ที่บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน โดยมีวัตถุประสงค์ ยืนยันข้อเรียกร้องดันเพดานเดิม ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์และแก้ไขมาตรา 112 โดยมีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากในลักษณะแออัด โดยไม่ได้จัดให้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19

    เกียรติชัยได้เข้าร่วมชุมนุมและทำการปราศรัย มีเนื้อหาสำคัญดังนี้

    1. "แม้เราจะเจอในแบบเรียนว่ารัชกาลที่ 5 ทรงเลิกไพร่ทรงเลิกทาสแต่ถ้าดูตามความเป็นจริงแล้ว กษัตริย์ยังคงกดขี่ประชาชนกดให้จมทําให้โง่ทําให้กลัวไม่กล้าทวงถามสิทธิที่ตนมี"
    2. "หนังสือเรียนที่เราเรียนก็ระบุว่า รัชกาลที่ 9 เป็นกษัตริย์ประชาธิปไตยถ้าอ่านหนังสือจริงๆ แล้ว บอกว่ามันเป็นแค่เรื่องเฟคนิว"
    3. "ข้อที่สอง ปัญหาสถาบันกษัตริย์ปัจจุบันคือสถาบันกษัตริย์ถูกยกให้มีสถานะสูงส่ง เปรียบเสมือนพระเจ้า ทําให้สูงส่งจนเกิดเป็นพระโพธิสัตว์บ้าง สะสมบุญจนเป็นพระพุทธเจ้าบ้าง เป็นสมมุตเทพบ้าง ทําให้ประชาชนและภาครัฐไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์"
    4. "ยกสถาบันกษัตริย์ให้สูงส่งเกินไปทําให้สถาบันกษัตริย์ตรวจสอบไม่ได้ ปัญหา ณ เวลานี้คือ กษัตริย์ ไม่ว่าจะทําอะไรจะไม่พิมพ์และไม่มีการตรวจสอบ เช่น งบประมาณสามหมื่นเจ็ดพันล้านที่โคตรฉิบหาย"
    5. "การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ข้อที่หนึ่งสถาบันกษัตริย์ต้องไม่เซ็นรัฐประหาร”

    ต่อมา มะลิวัลย์ หวาดน้อย พบว่า ข้อความที่เกียรติชัยปราศรัยมีลักษณะก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต มีเจตนาทำให้ประชาชนที่ได้รับฟังเกิดความเกลียดชังพระมหากษัตริย์ จึงได้เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี

    พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเกียรติชัยใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย

    1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 "หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์"
    2. พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ "ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวังสูง"
    3. พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียงฯ "ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่"

    เกียรติชัยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่า ตนมาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ มีวัตถุประสงค์เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีเจตนาจะดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตรย์ แต่พูดถึงอดีตกษัตริย์ในแนววิชาการ โดยจะขอให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายในวันที่ 28 ก.ย. 2564 เขายังได้ลงลายมือชื่อในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ปฎิรูปสถาบันกษัตริย์” จากนั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้ควบคุมตัวไว้ เนื่องจากมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

    ทั้งนี้จากกิจกรรมช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย. 2564 บริเวณสกายวอล์กปทุมวัน ยังมีเบนจา อะปัญ และวรรณวลี ธรรมสัตยา ที่ได้รับหมายเรียกในข้อหาตามมาตรา 112 ด้วยเช่นกัน แต่ขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไป ขณะที่มีแกนนำและผู้ปรา่ศรัยอีก 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 2 ราย ได้รับหมายเรียกในเฉพาะข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

    สำหรับกิจกรรมวันที่ 24 มิ.ย. 2564 เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนเวลา 17.00 น. กลุ่มราษฎรนัดรวมตัวกันทำกิจกรรมอีกครั้งที่สกายวอล์คแยกปทุมวัน บอย-ธัชพงศ์ แกดำ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเป็นคนแรก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวเพื่อประกาศข้อกำหนดตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ว่า การรวมตัวมากกว่า 50 คนเป็นการฝ่าฝืนข้อกฎหมาย

    จากนั้นแกนนำคนอื่น ผลัดกันขึ้นปราศรัยเพื่อตอกย้ำว่าจะไม่มีการลดเพดานข้อเสนอในการออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เด็ดขาด โดยเฉพาะ “การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” รวมไปถึงเรื่อง “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ปัญหาของระบบการศึกษา และปณิธานของคณะราษฎร 2475 ในช่วงท้ายของกิจกรรมประชาชนได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์คณะราษฎร และจุดเทียนวางเป็นตัวเลข 2475 ก่อนจะประกาศยุติกิจกรรมในเวลาราว 20.30 น.

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 28 ส.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/34206)
  • เวลา 11.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน 2 นักศึกษาและนักกิจกรรม เบนจา อะปัญ และ “ตี้ พะเยา” วรรณวลี ธรรมสัตยา เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาอื่นๆ อีก 2 ข้อหา จากกรณีร่วมปราศรัยและชุมนุมใน #ม็อบราษฎรยืนยันดันเพดาน หรือ #ม็อบ24มิถุนา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน ซึ่งจัดโดยกลุ่ม ราษฎร และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

    ร.ต.อ. สุริศักดิ์ ช่วงทิพย์ รองสารวัตรสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้บรรยายพฤติการณ์ข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับที่แจ้งเกียรติชัย โดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 มีการจัดกิจกรรมที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน เบนจาและวรรณวลีต่างขึ้นปราศรัย มีข้อความสำคัญดังนี้

    เบนจากล่าวถึง ความสัมพันธ์ของกษัตริย์และรัฐประหาร และการใช้ภาษีประชาชนจัดงานเฉลิมฉลอง เนื่องในวันพระราชสมภพของกษัตริย์

    วรรณวลีกล่าวถึง การทำสงครามที่กษัตริย์ถูกยกย่องและเชิดชูเพียงผู้เดียว แต่ประชาชนธรรมดากลับไม่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ และตั้งคำถามว่า ถ้าหากกระทำความผิด แต่ใส่เสื้อสีเหลืองและถวายความจงรักภักดีกับกษัตริย์ จะไม่ถูกดำเนินคดีหรือไม่

    ต่อมา มะลิวัลย์ หวาดน้อย พบว่า ข้อความที่เกียรติชัยปราศรัยมีลักษณะก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต มีเจตนาทำให้ประชาชนที่ได้รับฟังเกิดความเกลียดชังรัชกาลที่ 10 จึงได้เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี

    พนักงานสอบสวนจึงแจ้ง 3 ข้อหาให้ทั้งสองทราบเช่นเดียวกับเกียรติชัย ได้แก่ “หมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ฝ่าฝืนข้อกําหนดและประกาศออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ

    ทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่า ข้อความที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดตามมาตรา 112 นั้นไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทกษัตริย์ และยืนยันว่าการชุมนุมในวันดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยสงบและเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ พร้อมกับต้องการอ้างพยานเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นพยานในประเด็นว่า ข้อความที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 นั้นเป็นความผิดอย่างไร

    นอกจากนี้ ทั้งสองได้ปฎิเสธลงลายมือชื่อในบันทึกข้อกล่าวหา โดยเขียน “ทะลุดินแดง” และ “เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน” แทนชื่อ-สกุลจริง และจะขอยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสืออีกครั้งภายใน 30 วัน

    หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวทั้งสอง เนื่องจากมาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 9 ก.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/34799)
  • เกียรติชัย, วรรณวลี และเบนจา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน ตามนัด ก่อนพนักงานสอบสวนส่งตัวทั้งสามให้พนักงานอัยการพร้อมสำนวนการสอบสวน ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 อัยการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 3 พ.ค. 2565

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
วรรณวลี ธรรมสัตยา

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เบนจา อะปัญ

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์