ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

ผู้กล่าวหา
  • พรลภัส ศรีช่วย (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • พรลภัส ศรีช่วย

ความสำคัญของคดี

ประภัสสร (นามสมมติ) ชาวกระบี่วัย 52 ปี ถูกตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุมตามหมายจับในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) หลังถูก พรลภัส ศรีช่วย ประชาชนด้วยกันเองเข้าแจ้งความดำเนินคดี กล่าวหาว่า ประภัสสรโพสต์ข้อความพร้อมแปะลิงค์จากกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เกตเพลส ซึ่งเมื่อกดเข้าไปดูพบภาพ ร.10 (รูปโปรไฟล์ของกลุ่ม) จึงเข้าใจว่าโพสต์ของประภัสสรกล่าวถึง ร.10 และเห็นว่าเป็นการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม หลังถูกจับตำรวจฝากขังประภัสสรต่อศาล ทำให้ครอบครัวต้องใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์จำนวน 150,000 บาท เพื่อประกันตัว

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาของมาตรา 112 ที่ถูกตีความอย่างกว้างขวาง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปิดปากฝ่ายเห็นต่างทางการเมือง ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง แม้การกระทำจะไม่เข้าข่ายที่กฎหมายบัญญัติ

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2564 เวลาประมาณ 14.30 น. พรลภัส ศรีช่วย ได้เข้าดูเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อเดียวกันกับประภัสสร และได้พบโพสต์ข้อความว่า “หนทางเดียวของกูละ ไอ่เปรตนี่..เด๋วกูจัด!!” พร้อมกับแนบลิงก์ไปยังกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เกตเพลส-ตลาดหลวง ซึ่งผู้กล่าวหาอ้างว่าเมื่อกดลิงก์เข้าไปดู เป็นภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 กำลังเล่นสไลเดอร์อยู่ จึงเห็นว่าเป็นการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่แชร์โพสต์ดังกล่าว ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับประภัสสร จึงได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดกระบี่

(อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 8 เม.ย. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลาประมาณ 11.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมประภัสสร (นามสมมติ) ประชาชนชาวจังหวัดกระบี่วัย 52 ปี ที่บ้านพัก โดยแสดงหมายจับออกโดยศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 7 ต.ค. 2564 โดยมี พ.ต.ท.โสภณ คงทอง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เป็นผู้ร้องขอออกหมาย ในข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

    ทั้งนี้ ประภัสสรไม่เคยได้รับหมายเรียกในคดีมาตรา 112 นี้มาก่อน แต่กลับถูกออกหมายจับในทันที ก่อนหน้านี้เธอเคยถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบในจังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 โดยเธอเดินทางไปพบตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ และอัยการโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา และเพิ่งถูกฟ้องคดีที่ศาลแขวงกระบี่เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2565 โดยเธอไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมีการขอออกหมายจับในคดีนี้ และเพิ่งมีการจับกุมโดยหมายจับที่ออกตั้งแต่ 6 เดือนก่อนหน้านี้

    เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 สุราษฎร์ธานี ได้พาตัวประภัสสรไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.เหนือคลอง โดยประภัสสรไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุม เนื่องจากระบุพฤติการณ์จับกุมไม่ตรงข้อเท็จจริง ก่อนชุดจับกุมพาตัวเธอไปยัง สภ.เมืองกระบี่ โดยมีญาติและทนายความอาสาติดตามไปที่สถานีตำรวจ และต้องรอพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเดินทางมาสอบปากคำในเวลาประมาณ 20.00 น.

    พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ได้เป็นผู้แจ้งข้อหาทั้งสองข้อหาต่อประภัสสร กล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2564 เวลาประมาณ 14.30 น. น.ส.พรลภัส ศรีช่วย ได้เข้าดูเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อเดียวกันกับประภัสสร และได้พบโพสต์ข้อความว่า “หนทางเดียวของกูละ ไอ่เปรตนี่..เด๋วกูจัด!!” พร้อมกับแนบลิงก์ไปยังกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เกตเพลส-ตลาดหลวง ซึ่งผู้กล่าวหาอ้างว่าเมื่อกดลิงก์เข้าไปดู เป็นภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 กำลังเล่นสไลเดอร์อยู่ จึงเห็นว่าเป็นการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

    พนักงานสอบสวนอ้างว่าจากการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่แชร์โพสต์ดังกล่าว ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับประภัสสร จึงได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดกระบี่

    หลังทราบข้อกล่าวหา ประภัสสรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังการสอบสวนและพิมพ์ลายนิ้วมือ ตำรวจควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่ 1 คืน เพื่อนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันรุ่งขึ้น

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สภ.เหนือคลอง ลงวันที่ 7 เม.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/42343)
  • ในช่วงเช้า พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขังประภัสสรต่อศาลจังหวัดกระบี่ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยอ้างว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา จึงขอฝากขังเป็นระยะเวลา 12 วัน นอกจากนั้นตำรวจยังคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา โดยอ้างเหตุว่าเกรงว่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

    ต่อมาเวลา 14.05 น. ศาลจังหวัดกระบี่อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา แต่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงิน 150,000 บาท ใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ ทำให้ประภัสสรได้รับการปล่อยตัว โดยศาลนัดรายงานตัวในวันที่ 20 เม.ย. 2565

    (อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 8 เม.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/42343)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ประภัสสร (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์