สรุปความสำคัญ
อานนท์ นำภา นักกิจกรรมและทนายสิทธิมนุษยชน ถูกดำเนินคดีในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” และ "ยุยงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 จากการปราศรัยเรื่องสิทธิเสรีภาพในการพูดถึงสถาบันกษัตริย์ และทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในการชุมนุมที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 โดยมี อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์
นอกจากนี้ การชุมนุมในวันดังกล่าวยังมีนักศึกษาและประชาชนอีก 8 รายที่ขึ้นปราศรัยถูกดำเนินคดีในข้อหา "ยุยงปลุกปั่น", ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้วย
นอกจากนี้ การชุมนุมในวันดังกล่าวยังมีนักศึกษาและประชาชนอีก 8 รายที่ขึ้นปราศรัยถูกดำเนินคดีในข้อหา "ยุยงปลุกปั่น", ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้วย
ข้อมูลการละเมิด
ครั้งที่ : 1
วันที่ : 15-10-2020
-
ผู้ถูกละเมิด
- อานนท์ นำภา
- ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์
-
ประเด็นการละเมิดสิทธิ
- เสรีภาพการแสดงออก
- เสรีภาพในการชุมนุม
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
-
รูปแบบการละเมิดสิทธิ
- จับกุม / ควบคุมตัว
-
ผู้ละเมิด
- ตำรวจ
ครั้งที่ : 2
วันที่ : 26-10-2020
-
ผู้ถูกละเมิด
- วิธญา คลังนิล
- วัชรภัทร ธรรมจักร
- สุปรียา ใจแก้ว
- ธนาธร วิทยเบญจางค์
- สุริยา แสงแก้วฝั้น
- ณัฐวุฒิ ตติเวชกุล
- เพ็ญสุภา สุขคตะ
-
ประเด็นการละเมิดสิทธิ
- เสรีภาพการแสดงออก
- เสรีภาพในการชุมนุม
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
-
รูปแบบการละเมิดสิทธิ
- การเรียกรายงานตัว / ปรับทัศนคติ
-
ผู้ละเมิด
- ตำรวจ
พฤติการณ์การละเมิด
15 ต.ค. 2563 หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 04.00 น. บริเวณแยกวิสุทธิกษัตริย์ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบได้เริ่มปฎิบัติการสลายการชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลและใกล้เคียง ก่อนควบคุมตัวแกนนำและผู้ชุมนุมอย่างน้อย 27 คน จำนวน 24 คน ถูกนำตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภาค 1) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รวมทั้งอานนท์ นำภา และประสิทธิ์ ครุทาโรจน์ นักศึกษา ซึ่งตำรวจนอกเครื่องแบบที่เข้าจับกุมได้แสดงหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 1 ก.ย. 2563 จากกรณีชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563
จากนั้นอานนท์และประสิทธิ์ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโดติดอาวุธครบมือควบคุมตัวขึ้นเครื่องบินตำรวจที่กองทัพอากาศดอนเมือง เพื่อนำตัวไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่อนุญาตให้ทนายความติดตามไปด้วย
เมื่อถึงกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ในเวลา 15.44 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์และประสิทธิ์ถึงห้องรับรองกองบิน 41 รวม 5 ข้อกล่าวหา ทั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการสอบปากคำ และเร่งพาตัวทั้งสองไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขออำนาจศาลฝากขังในเวลา 18.10 น.
หลังการไต่สวนคำร้องขอฝากขัง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันประสิทธิ์ โดยใช้ตำแหน่งนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และขอประกันอานนท์ด้วยเงินสดจำนวน 200,000 บาท
19.22 น. ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันทั้งสองคน โดยให้เหตุผลว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและข้อกล่าวหา มีลักษณะเป็นการยุยง ปลุกปั่น ส่งเสริม สนับสนุน ก่อให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วน ไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาจจะไปกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีก ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว จึงให้ยกคำร้อง ทั้งสองคนจึงถูกส่งตัวไปยังเรือนจำกลางเชียงใหม่ อำเภอแม่แตง ทันที
21 ต.ค. 2563 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้งสองคน โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับผู้ต้องหาที่ 1 เป็นทนายความ และผู้ต้องหาที่ 2 เป็นนักศึกษา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่ชัด จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาหลักประกันคนละ 200,000 บาท
ต่อมา วันที่ 26 ต.ค. 2563 นักศึกษาและประชาชนที่คาดว่าตนเองมีหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 พร้อมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เตรียมเข้าประกันตัว ได้เดินทางเข้าแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายจับจำนวน 7 ราย ได้แก่ ธนาธร วิทยเบญจางค์, วัชรภัทร ธรรมจักร, วิธญา คลังนิล, สุปรียา ใจแก้ว, ณัฐวุฒิ ตติเวชกุล, สุริยา แสงแก้วฝั้น และเพ็ญสุภา สุขคตะ ก่อนตำรวจชุดสืบสวนได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย รวม 5 ข้อหา เช่นเดียวกับที่แจ้งอานนท์และประสิทธิ์ โดยผู้ต้องหาทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน พนักงานสอบสวนให้ทำสัญญาประกันในชั้นสอบสวน โดยไม่ต้องวางหลักประกัน มีคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และญาติของผู้ต้องหาเป็นนายประกัน และมีเงื่อนไขว่า หากผิดสัญญาประกันตัวไม่มาตามนัดหมายของพนักงานสอบสวน ให้ปรับเงินคนละ 105,000 บาท ก่อนปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งเจ็ด
18 ก.พ. 2564 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เข้าแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์เพิ่มเติมในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะอานนท์ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาในคดีชุมนุม 19 กันยา หลัง อภิวัฒน์ ขันทอง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอานนท์
ทั้งนี้ อภิวัฒน์ ขันทอง มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เขายังเป็นผู้ยื่นเรื่องต่อสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอให้ลบชื่ออานนท์ออกจากทะเบียนทนายความ
(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 18 ก.พ. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26129)
จากนั้นอานนท์และประสิทธิ์ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโดติดอาวุธครบมือควบคุมตัวขึ้นเครื่องบินตำรวจที่กองทัพอากาศดอนเมือง เพื่อนำตัวไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่อนุญาตให้ทนายความติดตามไปด้วย
เมื่อถึงกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ในเวลา 15.44 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์และประสิทธิ์ถึงห้องรับรองกองบิน 41 รวม 5 ข้อกล่าวหา ทั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการสอบปากคำ และเร่งพาตัวทั้งสองไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขออำนาจศาลฝากขังในเวลา 18.10 น.
หลังการไต่สวนคำร้องขอฝากขัง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันประสิทธิ์ โดยใช้ตำแหน่งนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และขอประกันอานนท์ด้วยเงินสดจำนวน 200,000 บาท
19.22 น. ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันทั้งสองคน โดยให้เหตุผลว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและข้อกล่าวหา มีลักษณะเป็นการยุยง ปลุกปั่น ส่งเสริม สนับสนุน ก่อให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วน ไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาจจะไปกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีก ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว จึงให้ยกคำร้อง ทั้งสองคนจึงถูกส่งตัวไปยังเรือนจำกลางเชียงใหม่ อำเภอแม่แตง ทันที
21 ต.ค. 2563 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้งสองคน โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับผู้ต้องหาที่ 1 เป็นทนายความ และผู้ต้องหาที่ 2 เป็นนักศึกษา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่ชัด จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาหลักประกันคนละ 200,000 บาท
ต่อมา วันที่ 26 ต.ค. 2563 นักศึกษาและประชาชนที่คาดว่าตนเองมีหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 พร้อมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เตรียมเข้าประกันตัว ได้เดินทางเข้าแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายจับจำนวน 7 ราย ได้แก่ ธนาธร วิทยเบญจางค์, วัชรภัทร ธรรมจักร, วิธญา คลังนิล, สุปรียา ใจแก้ว, ณัฐวุฒิ ตติเวชกุล, สุริยา แสงแก้วฝั้น และเพ็ญสุภา สุขคตะ ก่อนตำรวจชุดสืบสวนได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย รวม 5 ข้อหา เช่นเดียวกับที่แจ้งอานนท์และประสิทธิ์ โดยผู้ต้องหาทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน พนักงานสอบสวนให้ทำสัญญาประกันในชั้นสอบสวน โดยไม่ต้องวางหลักประกัน มีคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และญาติของผู้ต้องหาเป็นนายประกัน และมีเงื่อนไขว่า หากผิดสัญญาประกันตัวไม่มาตามนัดหมายของพนักงานสอบสวน ให้ปรับเงินคนละ 105,000 บาท ก่อนปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งเจ็ด
18 ก.พ. 2564 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เข้าแจ้งข้อกล่าวหาอานนท์เพิ่มเติมในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะอานนท์ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาในคดีชุมนุม 19 กันยา หลัง อภิวัฒน์ ขันทอง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอานนท์
ทั้งนี้ อภิวัฒน์ ขันทอง มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เขายังเป็นผู้ยื่นเรื่องต่อสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอให้ลบชื่ออานนท์ออกจากทะเบียนทนายความ
(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 18 ก.พ. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/26129)
List คดี
ภูมิหลัง
-
อานนท์ นำภาจบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2551 เริ่มเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2553 ก่อตั้งสำนักงานทนายความราษฎรประสงค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นทนายความในเครือข่ายของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม (ศปช.) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
-
สุปรียา ใจแก้วนักศึกษาวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ สำนักวิชาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสมาชิกกลุ่มเชียงรายปลดแอก
-
วิธญา คลังนิลนักศึกษาภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานชมรมวรรณศิลป์ เคยร่วมกิจกรรมเยาวชนจากค่ายการเรียนรู้ของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และทำกิจกรรมสายวัฒนธรรมทางภาคใต้และ 3 จังหวัดภาคใต้มาก่อน
เราเริ่มเห็นบทบาทของวิธญา จากการขึ้นอ่านบทกวีในท่วงทำนองแปลกประหลาด บนเวทีการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงปี 2563 ตามมาด้วยการเห็นบทบาทของเขาจากการแสดง Performance Art โดยการใช้ร่างกายแสดงออกทางสัญลักษณ์หลากหลายรูปแบบ ในพื้นที่สาธารณะต่างๆ
(อ่านเพิ่มเติม: https://tlhr2014.com/archives/36402) -
ธนาธร วิทยเบญจางค์นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาชิกพรรควิฬาร์
-
สุริยา แสงแก้วฝั้นนักกิจกรรมด้านสิทธิผู้พิการ
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์