สรุปความสำคัญ

"ไบรท์" ชินวัตร จันทร์กระจ่าง นักกิจกรรมในจังหวัดนนทบุรี ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกเป็นคดีที่ 6 กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรา 112 ที่บริเวณหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี 112 จากการปราศรัยในม็อบ #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว และ #25พฤศจิกาไปSCB โดยมี กัญจ์บงกช เมฆาประพัฒน์สกุล สมาชิกกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต่างทางการเมือง

ข้อมูลการละเมิด

  • ผู้ถูกละเมิด
    • ชินวัตร จันทร์กระจ่าง
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • จำกัดเสรีภาพในการแสดงออก/เคลื่อนไหว/รวมกลุ่ม
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ

พฤติการณ์การละเมิด

20 มิ.ย. 2565 เวลา 10.00 น. ที่ สน.พหลโยธิน “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง นักกิจกรรมในจังหวัดนนทบุรี และภรรยา พร้อมกับทนายความ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ก่อนหน้านี้ชินวัตรได้รับหมายเรียกลงวันที่ 8 มิ.ย. 2565 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่มี กัญจ์บงกช เมฆาประพัฒน์สกุล สมาชิกของกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา

พ.ต.ท.ศักดินาถ หนูฉ้ง สารวัตร (สอบสวน) และ ร.ต.อ.ศรัณย์ สมานบุญวนิช รองสารวัตร (สอบสวน) แจ้งข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท” โดยแจ้งพฤติการณ์มีใจความสำคัญสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 ชินวัตรได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เกี่ยวกับคดีการปราศรัยในม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว และม็อบบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิยช์สำนักงานใหญ่ (SCB) เมื่อปี 2563

เนื้อหาคำให้สัมภาษณ์ของชินวัตร กล่าวถึงการบังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ทั้ง ๆ ที่ ในหลวงทรงมีพระราชโองการถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วว่า ไม่ให้บังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ซึ่งทางสำนักพระราชวังหรือสมาชิกในราชวงศ์จะต้องมีการออกมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนส่วนใหญ่คิดไปว่า สถาบันฯ มีส่วนเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้กฎหมายมาตรา 112

ผู้กล่าวหาอ้างว่า คำสัมภาษณ์ดังกล่าวมิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็น ติชมโดยสุจริต ทำให้บุคคลทั่วไปหรือประชาชนทั่วไปที่ได้ฟังมีความเคลืองแคลงสถาบันกษัตริย์ ซึ่งประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ พระราชินี และราชวงศ์ น่าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นการลดทอนพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และราชวงศ์ให้เกิดความเสียหาย เป็นการใส่ความในประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียพระเกียรติ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นการบั่นทอนพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และราชวงศ์ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเมื่อพิจารณาฐานะที่ทรงดำรงอยู่ และความรู้สึกนึกคิดของประชาชนชาวไทย อันมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท

ชินวัตรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมทั้งไม่ขอลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา โดยจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมภายในวันที่ 20 ก.ค. 2565

นอกจากนี้ ทนายความได้ถามกับพนักงานสอบสวนผู้แจ้งข้อกล่าวหาว่าสำนวนคดีนี้จะแล้วเสร็จเมื่อไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตอบว่าคงแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นปีที่จะถึงนี้ ก่อนพนักงานสอบสวนจะให้ปล่อยตัวชินวัตรไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้

สำหรับชินวัตร เขาถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 คดีนี้นับเป็นคดีที่ 6 แล้ว โดยทุกคดียังอยู่ระหว่างต่อสู้คดี ชินวัตรเปิดเผยว่าในการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการกลั่นแกล้งประชาชน เป็นมูลเหตุแบบเดิม ๆ ซึ่งเขาเคยได้รับแจ้งข้อกล่าวหาในรูปแบบเดียวกันในคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรี จากกรณีที่เขาปราศรัยในกิจกรรมยืนหยุดขังมาแล้ว

(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สน.พหลโยธิน ลงวันที่ 20 มิ.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/44976)

ภูมิหลัง

  • ชินวัตร จันทร์กระจ่าง
    แกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กวป. รุ่น 2, ประธานเครือข่ายคนรุ่นใหม่ จ.นนทบุรี

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์