ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
- หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.808/2567
แดง อ.1664/2567
ผู้กล่าวหา
- กัญจ์บงกช เมฆาประพัฒน์สกุล สมาชิกกลุ่ม ศปปส. (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
- หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
หมายเลขคดี
ดำ อ.808/2567
แดง อ.1664/2567
ผู้กล่าวหา
- กัญจ์บงกช เมฆาประพัฒน์สกุล สมาชิกกลุ่ม ศปปส.
ความสำคัญของคดี
"ไบรท์" ชินวัตร จันทร์กระจ่าง นักกิจกรรมในจังหวัดนนทบุรี ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกเป็นคดีที่ 6 กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรา 112 ที่บริเวณหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 หลังอัยการมีคำฟ้องคดี 112 จากการปราศรัยในม็อบ #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว และ #25พฤศจิกาไปSCB โดยมี กัญจ์บงกช เมฆาประพัฒน์สกุล สมาชิกกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต่างทางการเมือง
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับเปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต่างทางการเมือง
พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี
สารสิทธิ์ พวงไพบูลย์ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 บรรยายมีใจความโดยสรุปว่า
ขณะเกิดเหตุประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 จำเลยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณีที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยในม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว และม็อบบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิยช์สำนักงานใหญ่ (SCB) โดยมีเนื้อหากล่าวถึงการบังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ทั้ง ๆ ที่ในหลวงทรงมีพระราชโองการถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วว่าไม่ให้บังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ซึ่งทางสำนักพระราชวังหรือสมาชิกในราชวงศ์จะต้องออกมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนคิดไปว่า สถาบันกษัตริย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายมาตรา 112
ข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ไม่ใช่การกระทำภายในมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต โดยจำเลยมีเจตนาบิดเบือนใส่ร้ายรัชกาลที่ 10 อาฆาตมาดร้ายและทำลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย และทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะละเมิดไม่ได้
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.808/2567 ลงวันที่ 12 มี.ค. 2567)
ขณะเกิดเหตุประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 จำเลยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณีที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยในม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว และม็อบบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิยช์สำนักงานใหญ่ (SCB) โดยมีเนื้อหากล่าวถึงการบังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ทั้ง ๆ ที่ในหลวงทรงมีพระราชโองการถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วว่าไม่ให้บังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ซึ่งทางสำนักพระราชวังหรือสมาชิกในราชวงศ์จะต้องออกมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนคิดไปว่า สถาบันกษัตริย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายมาตรา 112
ข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ไม่ใช่การกระทำภายในมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต โดยจำเลยมีเจตนาบิดเบือนใส่ร้ายรัชกาลที่ 10 อาฆาตมาดร้ายและทำลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย และทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะละเมิดไม่ได้
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.808/2567 ลงวันที่ 12 มี.ค. 2567)
ความคืบหน้าของคดี
-
วันที่: 20-06-2022นัด: รับทราบข้อกล่าวหาเวลา 10.00 น. ที่ สน.พหลโยธิน “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง นักกิจกรรมในจังหวัดนนทบุรี และภรรยา พร้อมกับทนายความ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ก่อนหน้านี้ชินวัตรได้รับหมายเรียกลงวันที่ 8 มิ.ย. 2565 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่มี กัญจ์บงกช เมฆาประพัฒน์สกุล สมาชิกของกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา
พ.ต.ท.ศักดินาถ หนูฉ้ง สารวัตร (สอบสวน) และ ร.ต.อ.ศรัณย์ สมานบุญวนิช รองสารวัตร (สอบสวน) แจ้งข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท” โดยแจ้งพฤติการณ์มีใจความสำคัญสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 ชินวัตรได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เกี่ยวกับคดีการปราศรัยในม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว และม็อบบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิยช์สำนักงานใหญ่ (SCB) เมื่อปี 2563
เนื้อหาคำให้สัมภาษณ์ของชินวัตร กล่าวถึงการบังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ทั้ง ๆ ที่ ในหลวงทรงมีพระราชโองการถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วว่า ไม่ให้บังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ซึ่งทางสำนักพระราชวังหรือสมาชิกในราชวงศ์จะต้องมีการออกมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนส่วนใหญ่คิดไปว่า สถาบันฯ มีส่วนเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้กฎหมายมาตรา 112
ผู้กล่าวหาอ้างว่า คำสัมภาษณ์ดังกล่าวมิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็น ติชมโดยสุจริต ทำให้บุคคลทั่วไปหรือประชาชนทั่วไปที่ได้ฟังมีความเคลืองแคลงสถาบันกษัตริย์ ซึ่งประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ พระราชินี และราชวงศ์ น่าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นการลดทอนพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และราชวงศ์ให้เกิดความเสียหาย เป็นการใส่ความในประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียพระเกียรติ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นการบั่นทอนพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และราชวงศ์ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเมื่อพิจารณาฐานะที่ทรงดำรงอยู่ และความรู้สึกนึกคิดของประชาชนชาวไทย อันมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท
ชินวัตรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมทั้งไม่ขอลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา โดยจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมภายในวันที่ 20 ก.ค. 2565
นอกจากนี้ ทนายความได้ถามกับพนักงานสอบสวนผู้แจ้งข้อกล่าวหาว่าสำนวนคดีนี้จะแล้วเสร็จเมื่อไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตอบว่าคงแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นปีที่จะถึงนี้ ก่อนพนักงานสอบสวนจะให้ปล่อยตัวชินวัตรไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้
สำหรับชินวัตร เขาถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 คดีนี้นับเป็นคดีที่ 6 แล้ว โดยทุกคดียังอยู่ระหว่างต่อสู้คดี ชินวัตรเปิดเผยว่าในการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการกลั่นแกล้งประชาชน เป็นมูลเหตุแบบเดิม ๆ ซึ่งเขาเคยได้รับแจ้งข้อกล่าวหาในรูปแบบเดียวกันในคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรี จากกรณีที่เขาปราศรัยในกิจกรรมยืนหยุดขังมาแล้ว
(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สน.พหลโยธิน ลงวันที่ 20 มิ.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/44976) -
วันที่: 05-01-2023นัด: ส่งตัวให้อัยการพนักงานสอบสวนนัดหมายไบรท์ส่งตัวให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7
-
วันที่: 12-03-2024นัด: ยื่นฟ้องสารสิทธิ์ พวงไพบูลย์ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องชินวัตรต่อศาลอาญา ระบุพฤติการณ์คดีในคำฟ้องมีเนื้อหาโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 จำเลยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณีที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยในม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว และม็อบบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิยช์สำนักงานใหญ่ (SCB) โดยมีเนื้อหากล่าวถึงการบังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ทั้ง ๆ ที่ในหลวงทรงมีพระราชโองการถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วว่าไม่ให้บังคับใช้มาตรา 112 กับประชาชน ซึ่งทางสำนักพระราชวังหรือสมาชิกในราชวงศ์จะต้องออกมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนคิดไปว่า สถาบันกษัตริย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายมาตรา 112
อัยการระบุว่า ข้อความดังกล่าวที่จำเลยให้สัมภาษณ์นั้น ไม่ใช่การกระทำตามมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต โดยจำเลยมีเจตนาบิดเบือนใส่ร้ายในหลวงรัชกาลที่ 10 มีเจตนาอาฆาตมาดร้ายและทำลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย และทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะละเมิดไม่ได้
อัยการโจทก์ยังระบุในท้ายฟ้องว่า หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพิจารณา โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี และขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่น
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.808/2567 ลงวันที่ 12 มี.ค. 2567 และ https://tlhr2014.com/archives/67344) -
วันที่: 14-03-2024นัด: สอบคำให้การไบรท์ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในนัดสอบคำให้การ หลังศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง ชินวัตรให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจพฤติการณ์ของจำเลย ก่อนนัดคำพิพากษาในวันที่ 29 พ.ค. 2567
-
วันที่: 29-05-2024นัด: ฟังคำพิพากษาชินวัตรถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวไบรท์ในชุดผู้ต้องขัง ถูกสวมใส่กุญแจข้อมือและข้อเท้า มาที่ห้องพิจารณา 711 โดยมีภรรยาและลูกชายวัย 5 ขวบ มารอพบและให้กำลังใจ รวมไปถึงผู้สังเกตการณ์คดีจากองค์กรสิทธิมนุษยชนอีกจำนวนหนึ่งมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย
เวลา 09.35 น. ศาลออกนั่งพิจารณาคดี ก่อนจะเริ่มอ่านคำพิพากษา ชินวัตรได้ลุกขึ้นแถลงต่อศาลว่า ขอให้ศาลอนุญาตปลดกุญแจข้อมือที่ตนใส่อยู่ เพื่อที่เขาจะได้สวมกอดลูกชายที่ไม่ได้เจอกันมานาน พร้อมบอกว่าตนไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนีแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาไม่อนุญาต เนื่องจากเห็นว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีเพียงคนเดียว อาจจะไม่เพียงพอในการดูแลรักษาความปลอดภัย
ต่อมา ศาลได้อ่านคำพิพากษา โดยสรุปเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พิพากษาจำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน
พิเคราะห์รายงานสืบเสาะและพินิจแลล้ว จำเลยเคยกระทำผิดในคดีอื่นมาก่อน โดยศาลมีคำพิพากษาจำคุก จึงไม่อาจรอการลงโทษจำเลยได้ ให้นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่นตามคำขอของโจทก์
หลังจากศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อีกหนึ่งนายได้เข้ามาในห้องพิจารณาคดีเพื่อดูความเรียบร้อย ด้านชินวัตรได้ลุกขึ้นแถลงต่อศาลอีกครั้งว่า ขอให้ปลดกุญแจมือที่สวมอยู่ออกเพื่อที่ตนจะได้กอดลูกชายสักครั้ง ศาลจึงได้อนุญาตให้ปลดกุญแจมือออก ชินวัตรจึงได้สวมกอดลูกชายในที่สุด
สำหรับชินวัตรถูกกล่าวหาในคดีตามมาตรา 112 รวม 8 คดี โดยมีจำนวน 6 คดีแล้ว ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาออกมา โดยเขาเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพทั้งหมด โดยมี 1 คดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาให้รอลงอาญา แต่อีก 5 คดี ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญาทั้งหมด และให้นับโทษจำคุกต่อกัน รวมแล้วเขาถูกลงโทษจำคุกไปแล้ว 11 ปี 12 เดือน (ประมาณ 12 ปี) ในแต่ละคดียังอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์คำพิพากษา
(อ้างอิง: คำพิพากษา ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.808/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อ.1664/2567 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2567 และ https://tlhr2014.com/archives/67383) -
วันที่: 25-10-2024นัด: จำเลยยื่นอุทธรณ์ไบรท์ยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยลดโทษให้แก่จำเลยและรอการลงโทษ รวมทั้งยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้นับโทษจำคุกต่อจากคดีอื่น เพื่อให้จำเลยได้กลับตนเป็นพลเมืองดี มีโอกาสเลี้ยงดูครอบครัวและประกอบคุณงามความดีตอบแทนสังคมต่อไป
(อ้างอิง: อุทธรณ์ของจำเลย ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.808/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อ.1664/2567 ลงวันที่ 25 ต.ค. 2567)
สถานะ การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว หรือ ผลการพิพากษา
ชั้นสอบสวน
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชินวัตร จันทร์กระจ่าง
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ศาลชั้นต้น
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชินวัตร จันทร์กระจ่าง
ชื่อองค์คณะผู้พิพากษา :
- เรืองฤทธิ์ บัวลอย
- เทอดศักดิ์ อินทรปรีชา
ผลการพิพากษา
ลงโทษ
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
พิพากษาวันที่ :
29-05-2024
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์