ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
ดำ อ.1278/2565

ผู้กล่าวหา
  • ไม่ทราบชื่อ (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • Facebook
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ดำ อ.1278/2565
ผู้กล่าวหา
  • 1

ความสำคัญของคดี

“บาส” มงคล ถิระโคตร พ่อค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมในจังหวัดเชียงรายวัย 29 ปี ถูกตำรวจเข้าจับกุมจากบ้านในอำเภอพาน ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย และนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากการโพสต์ข้อความและภาพในเฟซบุ๊กเมื่อเดือน ก.ค. 2565 จำนวน 2 โพสต์ นับเป็นคดีที่ 3 แล้วที่เขาถูกกล่าวหา

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบังคับใช้มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมให้การกระทำหลายอย่างเป็นความผิดเกินกว่าเจตนารมณ์ของกฎหมาย และใช้เป็นเครืองมือปิดกั้นการแสดงออกโดยสงบของประชาชน

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายบรรยายฟ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรม กล่าวคือ

1. เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2565 จําเลยได้โพสต์ข้อความในบัญชีเฟซบุ๊กของจําเลยเกี่ยวกับการใส่เสื้อสีดำไว้อาลัย พร้อมโพสต์ภาพรัชกาลที่ 10

2. เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2565 จําเลยได้โพสต์ข้อความในบัญชีเฟซบุ๊กของจําเลย พร้อมโพสต์ภาพจำเลยถือกรอบรูปภาพ

ข้อความและรูปภาพในโพสต์ทั้งสองทําให้ประชาชนทั่วไปที่พบเห็นเข้าใจว่า หมายถึง รัชกาลที่ 10 ซึ่งสื่อความหมายว่า พระมหากษัตริย์เป็นคนไม่ดี ไม่ควรเคารพ ในลักษณะด้อยค่า และด้อยพระเกียรติ อันเป็นการใส่ความโดยหมิ่นประมาท, ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์, นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงราย คดีหมายเลขดำที่ อ.1278/2565 ลงวันที่ 4 พ.ย. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมรวม 21 นาย จากกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, ตำรวจจาก สภ.เมืองเชียงราย และตำรวจจาก บก.ปอท. ได้เข้าแสดงหมายจับลงวันที่ 9 ส.ค. 2565 และหมายค้นที่ลงวันที่ 11 ส.ค. 2565 ที่ออกโดยศาลจังหวัดเชียงราย ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2)(3) เพื่อจับกุมตัว มงคล ถิระโคตร หรือ “บาส” พ่อค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมในจังหวัดเชียงราย และตรวจค้นบ้านพักในอำเภอพาน ซึ่งมงคลอาศัยอยู่กับพ่อและแม่

    ในเบื้องต้น หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้น มีการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของมงคล จำนวน 1 เครื่อง และเสื้อยืดที่มีข้อความ “น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” และ “ยกเลิก 112 ปฏิรูปสถาบัน” จำนวน 2 ตัว พร้อมกับมีการจัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการตรวจค้นไว้เป็นหลักฐาน

    ระหว่างนั้น มงคลไม่ยอมลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ เพื่อรอให้ทนายความเดินทางมาถึงก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้มารดาของมงคลลงชื่อในบันทึกการตรวจค้นบ้านแทน เนื่องจากแม่มีสถานะเป็นเจ้าบ้านตามทะเบียน ก่อนจะนำตัวมงคลไปควบคุมไว้ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ภายในตัวเมืองเชียงราย

    จนเวลาประมาณ 12.30 น. ทนายความได้เดินทางมาถึง สภ.เมืองเชียงราย พร้อมกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมงคลมาส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย เจ้าของคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้อ่านบันทึกการจับกุมและบันทึกการตรวจค้นที่จัดทำไว้เพื่อให้มงคลลงลายมือชื่อในเอกสาร

    อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีการแสดงคำสั่งอนุญาตของศาลจังหวัดเชียงราย ซึ่งอนุญาตให้ พ.ต.ต.นเรศร์ ปลื้มญาติ ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สามารถเข้าถึงและคัดลอกข้อมูลโทรศัพท์มือถือที่มีการตรวจยึด โดยให้มงคลทำการปลดล็อครหัสผ่านของโทรศัพท์ และส่งมอบให้กับตำรวจเพื่อทำการคัดลอกสำเนาข้อมูลต่อหน้ามงคล ก่อนจะเก็บใส่ซองพลาสติกล็อคไว้ และส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนต่อไป

    หลังจากนั้นในช่วงพักเที่ยง มงคลถูกนำตัวไปควบคุมไว้ในห้องขังของ สภ.เมืองเชียงราย รอให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีมาดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

    จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. พ.ต.ท.ภาสกร สุขะ พนักงานสอบสวน เริ่มแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำมงคล โดยมีการใส่กุญแจมือมงคลไว้ตลอดเวลาระหว่างการสอบสวน

    ข้อกล่าวหาโดยสรุประบุว่า จากการติดตามของหน่วยสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พบว่ามงคลมีการโพสต์ข้อความที่เป็นความผิดตามมาตรา 112 ชุดสืบสวนจึงได้ทำการรายงานผู้บังคับบัญชาขึ้นไปตามลำดับจนถึงตำรวจภูธรภาค 5 ที่เป็นคณะกรรมการพิจารณาคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง จนได้มีมติให้ดำเนินคดีกับมงคล จากการโพสต์ข้อความจำนวน 2 โพสต์ เมื่อวันที่ 28 และ 30 ก.ค. 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมงคลที่ สภ.เมืองเชียงราย และพนักงานสอบสวนได้ขอออกหมายจับและหมายค้น และเข้าจับกุมในที่สุด

    มงคลได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะถูกนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หลังเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา เป็นเวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งหมดเวลาราชการแล้ว ทำให้พนักงานสอบสวนไม่สามารถส่งตัวมงคลไปขอฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงรายได้ทัน จึงจะมีการส่งฝากขังต่อศาลในวันรุ่งขึ้นแทน

    ด้านบิดาของมงคลได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการสอบสวนไปยังผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงราย แต่ต่อมาผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงราย มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยระบุว่า “คดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถึง 15 ปี ประกอบกับผู้ต้องหาเคยได้กระทำความผิดลักษณะดังกล่าวมาก่อน ซึ่งได้ถูกจับกุมและดำเนินคดีแล้ว แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลยังกระทำผิดซ้ำเดิมอีก หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีนี้ มีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและอาจไปกระทำความผิดหรือก่ออันตรายประการอื่น จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว”

    วันต่อมา เวลาประมาณ 09.00 น. ทนายความและพ่อแม่ของมงคลได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อติดตามเรื่องการฝากขังและประกันตัว แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่า จากการติดต่อประสานงานกับศาลจังหวัดเชียงราย วันนี้เป็นวันหยุดราชการเนื่องจากวันแม่ ศาลจึงหยุดในส่วนงานที่เกี่ยวกับการฝากขังผู้ต้องหา ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถฝากขังในวันนี้ได้ อีกทั้งระยะเวลาการควบคุมตัวของตำรวจภายใน 48 ชั่วโมง ก็ยังมีอยู่ จึงจะทำการฝากขังมงคลต่อศาลในวันที่ 13 ส.ค. 2565 เวลา 09.00 น. ต่อไป

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ลงวันที่ 11 ส.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/47155)
  • เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ได้ยื่นขอฝากขังมงคล ต่อศาลจังหวัดเชียงราย ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปศาล

    จากนั้น ศาลได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาอ่านข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาฟัง และแจ้งว่าพนักงานสอบสวนได้ยื่นขอฝากขัง เป็นระยะเวลา 12 วัน และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง โดยให้ผู้ต้องหาสามารถยื่นขอประกันตัวได้ที่ศาล

    นอกจากนั้นในคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน ยังขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวในคดีของมงคล 2 คดีก่อนหน้านี้ด้วย แต่ศาลเห็นว่าไม่สามารถมีคำสั่งก้าวล่วงไปยังคดีอื่นได้ หากพนักงานสอบสวนจะขอเพิกถอนประกันตัว ให้ยื่นคำร้องเข้าไปในคดีดังกล่าวโดยตรงต่อไป

    จากนั้นเวลา 12.00 น. บิดาของมงคลได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวที่ศาลจังหวัดเชียงราย โดยในตอนแรกได้ขอวางหลักทรัพย์ 150,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ศาลได้แจ้งว่าให้วางหลักทรัพย์ 300,000 บาท เพราะเห็นว่ามงคลเคยถูกกล่าวหาในคดีข้อหานี้มาก่อน

    จนเวลา 13.15 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา โดยให้วางหลักทรัพย์จำนวน 300,000 บาท ระบุในคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาถูกจับกุมที่บ้าน อันเป็นที่อยู่ของผู้ต้องหา ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

    ศาลยังกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว ได้แก่ ห้ามผู้ต้องหาทำกิจกรรมหรือกระทำการอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อีก, ห้ามไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล โดยหากผิดเงื่อนไขดังกล่าว ยินยอมให้ศาลริบเงินประกัน

    ทั้งนี้ หลักทรัพย์ประกันตัวมาจากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลยังได้นัดมงคลมารายงานตัวอีกครั้ง ในวันที่ 7 พ.ย. 2565

    ทั้งนี้ มงคลเคยถูกจับกุมในคดีมาตรา 112 ในช่วงปี 2564 มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก ถูกจับกุมระหว่างไปนั่งอดอาหารที่หน้าศาลอาญา เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2564 ก่อนถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่จังหวัดเชียงราย โดยถูกกล่าวหาจากการโพสต์ข้อความรวม 25 โพสต์

    ครั้งถัดมา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2564 มงคลถูกจับกุมจากบ้านพักในอำเภอพานมาดำเนินคดีอีก จากการโพสต์ข้อความรวม 2 โพสต์ ทั้งสองคดีนี้ อัยการได้สยื่นฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงรายไปแล้ว และศาลให้พิจารณาคดีไปพร้อมกัน โดยอยู่ระหว่างการรอสืบพยานต่อไปในช่วงปลายเดือนกันยายน 2565 นี้ ทั้งศาลยังมีคำสั่งให้พิจารณาคดีของเขาเป็นการลับอีกด้วย

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/47155)
  • พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายยื่นฟ้องมงคลต่อศาลจังหวัดเชียงราย ในฐานความผิด หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)(5)

    กล่าวหาว่า ข้อความและภาพที่จำเลยโพสต์ในวันที่ 28 และ 30 ก.ค. 2565 ทําให้ประชาชนทั่วไปที่พบเห็นเข้าใจว่า สื่อถึงรัชกาลที่ 10 ว่าเป็นบุคคลที่ไม่ดี ไม่ควรเคารพ ในลักษณะด้อยค่า และด้อยพระเกียรติ อันเป็นการใส่ความ

    ท้ายคำฟ้อง อัยการไม่ได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี แต่ขอให้ศาลนับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดี 112 อีก 2 คดีของศาลนี้

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงราย คดีหมายเลขดำที่ อ.1278/2565 ลงวันที่ 4 พ.ย. 2565)
  • มงคลเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลตามสัญญาประกัน เจ้าหน้าที่แจ้งว่า อัยการยื่นฟ้องแล้ว ก่อนควบคุมตัวไว้ ทนายความจึงได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี ก่อนศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยใช้สัญญาประกันเดิม นัดคุ้มครองสิทธิวันที่ 17 พ.ย. 2565 เวลา 09.00 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 3 มี.ค. 2566 เวลา 08.30

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
มงคล ถิระโคตร

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
มงคล ถิระโคตร

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์