สรุปความสำคัญ
“รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ "บี๋" นิราภร อ่อนขาว 2 สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ซึ่งโพสต์ข้อความปลุกระดมให้คนออกไปชุมนุมขับไล่รัฐบาล หลัง นพดล พรหมภาสิต สมาชิกของศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) เข้าแจ้งความที่ ปอท.
ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นอีกข้อหาที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ส่งผลกระทบต่อการใช้เสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นอีกข้อหาที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ส่งผลกระทบต่อการใช้เสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ข้อมูลการละเมิด
ครั้งที่ : 1
วันที่ : 17-09-2021
-
ผู้ถูกละเมิด
- นิราภร อ่อนขาว
-
ประเด็นการละเมิดสิทธิ
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
-
รูปแบบการละเมิดสิทธิ
- จับกุม / ควบคุมตัว
- บุกค้น / ยึดทรัพย์สิน
-
ผู้ละเมิด
- ตำรวจ
ครั้งที่ : 2
วันที่ : 22-09-2021
-
ผู้ถูกละเมิด
- ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล
-
ประเด็นการละเมิดสิทธิ
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
-
รูปแบบการละเมิดสิทธิ
- จับกุม / ควบคุมตัว
-
ผู้ละเมิด
- ตำรวจ
พฤติการณ์การละเมิด
17 ก.ย. 2564 เวลาราว 08.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจราว 12 นาย บุกค้นบ้านพักกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในจังหวัดปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 403/2564 ลงวันที่ 16 ก.ย. 2564 และยึดสิ่งของ เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นิราภร อ่อนขาว หรือ “บี๋” อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1507/2564 ลงวันที่ 15 ก.ย. 2564 ในฐานความผิด “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง” ตามมาตรา 14 (3) แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก่อนจะควบคุมตัวไปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมและสอบปากคำ
ในชั้นจับกุมนี้ นิราภรให้การปฏิเสธ และไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุมข้างต้น
นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก Benja Apan ยังเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. ได้ทำการยึดโน้ตบุ๊กของเบญจากับพวกไว้เป็นของกลางทั้งหมด 6 เครื่อง ซึ่งเครื่องโน้ตบุ๊กดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ในการเรียนออนไลน์และการสอบกลางภาคในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ต่อมา พนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์คดีว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564 นพดล พรหมภาสิต ผู้กล่าวหาได้ทำการตรวจสอบบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม-United Front of Thammasat and Demonstration” เนื่องจากพบว่าเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการปลุกระดมและโพสต์ข้อความให้ผู้คนออกไปประท้วงเดินชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล ซึ่งในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยังเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มีการชุมนุมโดยสันติวิธีและสงบตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต
เมื่อประชาชนออกมาร่วมชุมนุมตามที่มีการชักชวนจากเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวก็ปรากฏว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้ก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง การโพสต์ข้อความชักชวนดังกล่าวจึงเป็นการก่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ผู้กล่าวหาทราบเหตุดังกล่าวจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนทางเทคนิคและการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลพบว่า นิราภรมีความเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวข้างต้น และพบว่าบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม-United Front of Thammasat and Demonstration” ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดการชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมรายงานความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของกลุ่มแกนนำแนวร่วมกลุ่มอื่น ๆ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าดำเนินการกับแกนนำของกลุ่ม
อีกทั้งยังพบว่าผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้บัญชีเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวมีพฤติการณ์ยุยงปลุกปั่นผ่านทางสื่อออนไลน์ให้แนวร่วมของกลุ่มเกิดความกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจรัฐและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นแล้ว แกนนำของกลุ่มดังกล่าวก็ไม่ได้พยายามที่จะเข้าไประงับยับยั้งเหตุ แต่กลับนำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปโจมตีและกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเกินกว่าเหตุ พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีอนุมัติหมายค้น และรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับนิราภร
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานิราภร 2 ข้อหา ได้แก่ “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) นิราภรให้การปฏิเสธเช่นเดิม
เวลา 15.38 หลังจากสอบคำให้การเสร็จสิ้นแล้ว ตำรวจได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ผ่านวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยวางเงินสดจำนวน 25,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ เป็นหลักประกัน ก่อนศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัว
ต่อมา วันที่ 22 ก.ย. 2564 ประมาณ 12.30 น. “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หนึ่งในสมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจาก บก.ปอท. เข้าแสดงหมายจับของศาลอาญาที่ 1506/2564 ลงวันที่ 15 ก.ย. 2564 ในฐานความผิด “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)
หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวปนัสยาไปที่ กก.3 บก.ปอท. ก่อนทำบันทึกจับกุมและแจ้งพฤติการณ์คดีให้ปนัสยาทราบเช่นเดียวกับที่แจ้งนิราภร โดยระบุว่า จากการสืบสวนทางเทคนิคและการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลพบว่า ปนัสยามีความเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊ก “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม- United Front of Thammasat and Demonstration” ที่โพสต์ปลุกระดมให้ผู้คนออกไปประท้วงเดินชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ก่อนแจ้ง 2 ข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) กับปนัสยาเช่นเดียวกับที่แจ้งนิราภร ทั้งชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ปนัสยาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
เวลา 15.00 น. หลังจากสอบคำให้การเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาฝากขังปนัสยาผ่านวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมคัดค้านการปล่อยชั่วคราวปนัสยา อ้างเหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูงประกอบกับเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคง
ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยวางเงินสดจำนวน 35,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์เป็นหลักประกัน โดยศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกัน
(อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลอาญา ลงวันที่ 17 และ 22 ก.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/35247 และ https://tlhr2014.com/archives/35473)
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นิราภร อ่อนขาว หรือ “บี๋” อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1507/2564 ลงวันที่ 15 ก.ย. 2564 ในฐานความผิด “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง” ตามมาตรา 14 (3) แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก่อนจะควบคุมตัวไปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมและสอบปากคำ
ในชั้นจับกุมนี้ นิราภรให้การปฏิเสธ และไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุมข้างต้น
นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก Benja Apan ยังเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. ได้ทำการยึดโน้ตบุ๊กของเบญจากับพวกไว้เป็นของกลางทั้งหมด 6 เครื่อง ซึ่งเครื่องโน้ตบุ๊กดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ในการเรียนออนไลน์และการสอบกลางภาคในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ต่อมา พนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์คดีว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564 นพดล พรหมภาสิต ผู้กล่าวหาได้ทำการตรวจสอบบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม-United Front of Thammasat and Demonstration” เนื่องจากพบว่าเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการปลุกระดมและโพสต์ข้อความให้ผู้คนออกไปประท้วงเดินชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล ซึ่งในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยังเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มีการชุมนุมโดยสันติวิธีและสงบตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต
เมื่อประชาชนออกมาร่วมชุมนุมตามที่มีการชักชวนจากเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวก็ปรากฏว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้ก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง การโพสต์ข้อความชักชวนดังกล่าวจึงเป็นการก่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ผู้กล่าวหาทราบเหตุดังกล่าวจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนทางเทคนิคและการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลพบว่า นิราภรมีความเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวข้างต้น และพบว่าบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม-United Front of Thammasat and Demonstration” ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดการชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมรายงานความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของกลุ่มแกนนำแนวร่วมกลุ่มอื่น ๆ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าดำเนินการกับแกนนำของกลุ่ม
อีกทั้งยังพบว่าผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้บัญชีเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวมีพฤติการณ์ยุยงปลุกปั่นผ่านทางสื่อออนไลน์ให้แนวร่วมของกลุ่มเกิดความกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจรัฐและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นแล้ว แกนนำของกลุ่มดังกล่าวก็ไม่ได้พยายามที่จะเข้าไประงับยับยั้งเหตุ แต่กลับนำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปโจมตีและกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเกินกว่าเหตุ พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีอนุมัติหมายค้น และรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับนิราภร
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานิราภร 2 ข้อหา ได้แก่ “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) นิราภรให้การปฏิเสธเช่นเดิม
เวลา 15.38 หลังจากสอบคำให้การเสร็จสิ้นแล้ว ตำรวจได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ผ่านวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยวางเงินสดจำนวน 25,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ เป็นหลักประกัน ก่อนศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัว
ต่อมา วันที่ 22 ก.ย. 2564 ประมาณ 12.30 น. “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หนึ่งในสมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจาก บก.ปอท. เข้าแสดงหมายจับของศาลอาญาที่ 1506/2564 ลงวันที่ 15 ก.ย. 2564 ในฐานความผิด “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)
หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวปนัสยาไปที่ กก.3 บก.ปอท. ก่อนทำบันทึกจับกุมและแจ้งพฤติการณ์คดีให้ปนัสยาทราบเช่นเดียวกับที่แจ้งนิราภร โดยระบุว่า จากการสืบสวนทางเทคนิคและการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลพบว่า ปนัสยามีความเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊ก “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม- United Front of Thammasat and Demonstration” ที่โพสต์ปลุกระดมให้ผู้คนออกไปประท้วงเดินชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ก่อนแจ้ง 2 ข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) กับปนัสยาเช่นเดียวกับที่แจ้งนิราภร ทั้งชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ปนัสยาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
เวลา 15.00 น. หลังจากสอบคำให้การเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาฝากขังปนัสยาผ่านวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมคัดค้านการปล่อยชั่วคราวปนัสยา อ้างเหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูงประกอบกับเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคง
ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยวางเงินสดจำนวน 35,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์เป็นหลักประกัน โดยศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกัน
(อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลอาญา ลงวันที่ 17 และ 22 ก.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/35247 และ https://tlhr2014.com/archives/35473)
List คดี
ภูมิหลัง
-
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุลกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
-
นิราภร อ่อนขาวสมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์