ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

ผู้กล่าวหา
  • อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ กับพวก (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ กับพวก

ความสำคัญของคดี

“นุ้ย” วรัณยา แซ่ง้อ สื่ออิสระวัย 48 ปี ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญา ก่อนนำตัวไปดำเนินคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) จากการไปร่วมร้องเพลง “โชคดีที่มีคนไทย” และ “ใครฆ่าร.8” ของวงไฟเย็น ระหว่างกิจกรรมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2565 หลังอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ “เต้” กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ กับพวก เข้าแจ้งความ

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตีความประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความอย่างกว้าง จนกระทบต่อสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งยังกลายเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคนที่มีความคิดต่างทางการเมือง

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พนักงานสอบสวน สน.พญาไท บรรยายพฤติการณ์คดีว่า

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2565 วรัณยาพร้อมกับพวกได้จัดกิจกรรมร้องเพลงเล่นดนตรีบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังป้ายรถเมล์ใต้สกายวอล์ค มีการไลฟ์สดผ่านช่องยูทูบ “ศักดินาเสื้อแดง” ให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าดูได้ โดยมีเนื้อเพลงลักษณะเสียดสีใส่ร้ายทางการเมือง และสถาบันพระมหากษัตริย์

เจ้าหน้าที่ได้ยกเนื้อเพลง “โชคดีที่มีคนไทย” และ “ใครฆ่า ร.8” ของวงไฟเย็น มากล่าวหา พร้อมระบุว่าบุคคลทั่วไปเมื่อได้ฟังเพลงดังกล่าวรู้ได้ทันทีว่า เจตนาด้อยค่าพระมหากษัตริย์ ทั้งพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันและในอดีต ทำให้ผู้ได้ยินได้ฟังรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชังพระมหากษัตริย์ เป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาแสดงต่อสาธารณะและสื่อโซเชียลที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์

อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ กับพวก จึงพากันมาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

(อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลอาญา ลงวันที่ 2 ก.ย. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลาประมาณ 19.30 น. มีรายงานว่า วรัณยา แซ่ง้อ หรือ “นุ้ย” สื่ออิสระวัย 48 ปี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม “ปล่อยเพื่อนเรา” โดยเป็นการจับกุมในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” จากกรณีการไปร่วมร้องเพลงของวงไฟเย็น ระหว่างกิจกรรมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2565

    การจับกุมดังกล่าวเป็นการจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 31 ส.ค. 2565 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พญาไท เข้าจับกุม ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเลขา ผู้กำกับการ สน.พญาไท

    ในตอนแรกมีรายงานว่าตำรวจจะนำตัววรัณยาไปยัง สน.พญาไท สถานีตำรวจเจ้าของคดี แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ภายในสโมสรตำรวจแทน

    เวลา 21.00 น. ทนายความเดินทางติดตามไปถึง บช.ปส. แต่ยังรอพนักงานสอบสวนเดินทางมาถึง จากนั้นได้มีการจัดทำบันทึกจับกุม โดยส่วนหนึ่งได้ระบุว่าตำรวจได้รับแจ้งจาก “สายลับ” ว่าวรัณยาจะมาปรากฏตัวที่ถนนงามวงศ์วานดังกล่าว

    พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี รองผู้กำกับสอบสวน สน.พญาไท ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาต่อวรัณยา โดยเหตุที่ถูกกล่าวหาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2565 เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าวรัณยาพร้อมกับพวก ได้จัดกิจกรรมร้องเพลงเล่นดนตรีบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังป้ายรถเมล์ใต้สกายวอล์ค มีการไลฟ์สดผ่านช่องยูทูบ “ศักดินาเสื้อแดง” ให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าดูได้ โดยมีเนื้อเพลงลักษณะเสียดสีใส่ร้ายทางการเมือง และสถาบันพระมหากษัตริย์

    เจ้าหน้าที่ได้ยกเนื้อเพลง “โชคดีที่มีคนไทย” และ “ใครฆ่า ร.8” ของวงไฟเย็น มากล่าวหา พร้อมระบุว่าบุคคลทั่วไปเมื่อได้ฟังเพลงดังกล่าวรู้ได้ทันทีว่า เจตนาด้อยค่าพระมหากษัตริย์ ทั้งพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันและในอดีต ทำให้ผู้ได้ยินได้ฟังรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชังพระมหากษัตริย์ เป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาแสดงต่อสาธารณะและสื่อโซเชียลที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์

    ตำรวจระบุว่าคดีนี้มี อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ “เต้” จากกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ กับพวก เป็นผู้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา โดยวรัณยาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

    หลังการสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัววรัณยาไว้ที่ บช.ปส. 1 คืน

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สน.พญาไท ลงวันที่ 1 ก.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/47855)
  • พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขออำนาจศาลอาญาในการฝากขังผู้ต้องหา อ้างเหตุว่า ยังต้องรอสอบพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก และรอผลตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษ

    พนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา โดยระบุว่าคดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัว เกรงว่าจะหลบหนีและผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน และอยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวของศาลอาญากรุงเทพใต้ เกรงว่าจะไปกระทำความผิดซ้ำ หรือทำผิดเงื่อนไขของศาล

    ต่อมา ศาลอาญาได้อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นระยะเวลา 12 วัน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน โดยเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเมื่อการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ทางทนายความจึงได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว

    ก่อนที่เวลาประมาณ 17.15 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์ 90,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้ผู้ต้องหากระทำการใดๆ ในลักษณะหรือทำนองเดียวกันกับการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา หรือกระทำไปในทางที่ทำให้เสียหายหรือเสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ และให้ตั้งผู้กำกับดูแลผู้ต้องหา โดยให้ผู้ต้องหาไปรายงานตัวกับผู้กำกับดูแลทุก 15 วัน ในระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาประกัน

    นัดรายงานตัวต่อศาลวันที่ 20 ต.ค. 2565 เวลา 08.30 น.

    ก่อนหน้านี้ วรัณยาได้เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ มาตรา 116 มาก่อน จากกิจกรรมทำโพลสำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ บริเวณห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 โดยเธอไปไลฟ์สดกิจกรรมดังกล่าว แต่กลับถูกดำเนินคดีไปด้วย

    (อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลอาญา ลงวันที่ 2 ก.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/47855)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
วรัณยา แซ่ง้อ

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์