ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • ต่อสู้/ ขัดขวางการปฎิบัติของเจ้าพนักงาน (มาตรา 138)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

ผู้กล่าวหา
  • ไม่ทราบชื่อ (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • ต่อสู้/ ขัดขวางการปฎิบัติของเจ้าพนักงาน (มาตรา 138)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • 1

ความสำคัญของคดี

อติรุจ (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์ วัย 25 ปี ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อกล่าวหา "หมิ่นประมาทกษัตริย์" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กล่าวหาว่าอติรุจไม่ยอมนั่งลงเพื่อรอรับเสด็จและตะโกนวิจารณ์ว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของ ร.10 และพระราชินี ขณะเคลื่อนผ่านศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อติรุจยังถูกดำเนินคดีข้อหา ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ด้วย เนื่องจากขัดขืนการควบคุมตัวออกจากที่เกิดเหตุไปยังภายในศูนย์การประชุมฯ

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตีความประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความอย่างกว้าง ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายอาญาที่ต้องตีความอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมีบทลงโทษที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

บันทึกจับกุมโดยสรุป ระบุว่า

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2565 เวลา 17.20 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เวลาประมาณ 18.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นชายไม่ทราบชื่อยืนอยู่บริเวณทางขึ้นประตูเอเทรียมของศูนย์การประชุม จึงได้เข้าไปตรวจสอบและชักชวนให้นั่งลงเฝ้ารับเสด็จ แต่อติรุจไม่ยินยอมนั่งลง พร้อมยืนยันจะขอยืนดู เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างเคียงให้ช่วยกันเข้ามาเฝ้าระวัง

หลังจากนั้นไม่นานเมื่อขบวนเสด็จขากลับเคลื่อนผ่าน ผู้ต้องหาได้ตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ในขณะที่ประชาชนคนอื่นต่างพากันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” เจ้าหน้าที่ตำรวจในบริเวณดังกล่าว เห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นภัยคุกคามต่อองค์พระมหากษัตริย์และพระราชินี จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ไปยังภายในศูนย์การประชุมฯ ปรากฏว่าผู้ต้องหาขัดขืน โดยใช้เท้าถีบเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังแขนด้านซ้ายและผู้ต้องหาหลุดจากการควบคุมตัว กระแทกพื้น

(อ้าง: บันทึกจับกุม สน.ลุมพินี ลงวันที่ 15 ต.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/49650)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 10 นาย ควบคุมตัวอติรุจออกไประหว่างขบวนเสด็จขากลับของรัชกาลที่ 10 และพระราชินี เคลื่อนผ่านบริเวณหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวหาว่าอติรุจไม่ยอมนั่งลงเพื่อรอรับเสด็จและตะโกนวิจารณ์ว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จที่เคลื่อนผ่านไป

    ต่อมาอติรุจถูกควบคุมจากพื้นที่บริเวณศูนย์การประชุมฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าจะควบคุมตัวไปยัง สน.ลุมพินี บุคคลใกล้ชิดและประชาชนจำนวนหนึ่งจึงติดตามไปที่ สน.ลุมพินี แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี กลับปฏิเสธการให้ข้อมูลว่า อติรุจถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจหรือไม่

    ขณะเดียวกัน ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี เรียกตั้งแถวระดมกำลังเจ้าหน้าที่บริเวณหน้า สน. จำนวนประมาณ 30 นาย และมีการตั้งแผงเหล็กกั้นรอบพื้นที่ สน. พร้อมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนประจำการอยู่รอบบริเวณ

    กระทั่งเวลาผ่านไปราว 4 ชั่วโมง ในเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี จึงยืนยันว่า อติรุจถูกควบคุมอยู่ภายใน สน.ลุมพินีจริง ทนายความจึงเดินทางติดตามไปโดยทันที

    เมื่อไปถึงพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดทำบันทึกจับกุมและดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้ต้องหาไปแล้ว โดยไม่มีทนายความหรือผู้ไว้วางใจอยู่ร่วมด้วย แต่ยังไม่ได้ดำเนินการสอบสวนและแจ้งหาข้อกล่าวหาแต่อย่างใด อติรุจยังปฏิเสธจะลงลายมือชื่อในบันทึกที่เจ้าหน้าที่จัดทำ

    หลังทนายความเข้าถึงตัวอติรุจได้ตรวจสอบด้วยตาเปล่า พบว่าอติรุจได้รับบาดเจ็บจากการเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 10 นาย โดยพบว่ามีรอยถลอก 3 จุด ที่ข้อเท้าซ้าย ข้อศอกซ้าย และข้อศอกขวา ส่วนนิ้วกลางขวาพบว่าเล็บฉีกขาด

    บีม (สงวนชื่อ-นามสกุล) ประชาชนผู้ถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ในขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมอติรุจได้ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้ามาอุ้มอติรุจออกไปทันที พร้อมยังใช้มือปิดปากอติรุจเพื่อไม่ให้ส่งเสียง ก่อนควบคุมตัวพาเข้าไปใส่กุญแจมือในศูนย์การประชุมฯ ในท่านอนคว่ำราบลงกับพื้น

    บันทึกจับกุมโดยสรุป ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2565 เวลา 17.20 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินี เสด็จไปทรงเปิดอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    เวลาประมาณ 18.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นชายไม่ทราบชื่อ ต่อมาทราบว่า คือ อติรุจ ได้ยืนอยู่บริเวณทางขึ้นประตูเอเทรียมของศูนย์การประชุม จึงได้เข้าไปตรวจสอบและชักชวนให้นั่งลงเฝ้ารับเสด็จ แต่อติรุจไม่ยินยอมนั่งลง พร้อมยืนยันจะขอยืนดู เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างเคียงให้ช่วยกันเข้ามาเฝ้าระวัง

    หลังจากนั้นไม่นานเมื่อขบวนเสด็จขากลับเคลื่อนผ่าน ผู้ต้องหาได้ตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ในขณะที่ประชาชนคนอื่นต่างพากันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” เจ้าหน้าที่ตำรวจในบริเวณดังกล่าว เห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นภัยคุกคามต่อองค์พระมหากษัตริย์และพระราชินี จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ไปยังภายในศูนย์การประชุมฯ ปรากฏว่าผู้ต้องหาขัดขืน โดยใช้เท้าถีบเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังแขนด้านซ้ายและผู้ต้องหาหลุดจากการควบคุมตัว กระแทกพื้น

    พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อกล่าวหากับอติรุจ ในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ “ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138

    อติรุจได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมต่อไป หลังการสอบสวน ตำรวจยังได้ควบคุมตัวเขาไว้ที่สถานีต่อไป โดยเตรียมจะนำตัวไปขอฝากขังต่อศาลในวันจันทร์ที่เปิดทำการ

    (อ้างอิง: บันทึกจับกุม สน.ลุมพินี ลงวันที่ 15 ต.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/49650)
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี นำหมายค้นที่ออกโดยศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 16 ต.ค. 2565 ไปขอตรวจค้นบ้านพักของอติรุจ ที่ จ.ปทุมธานี ในเวลา 14.00 – 17.50 น. แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/49650)
  • เวลาประมาณ 09.00 น. พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ยื่นคำร้องขอฝากขังอติรุจต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เป็นระยะเวลา 12 วัน ทนายความจึงได้ยื่นคำร้องขอคัดค้านฝากขังทันที ศาลได้สั่งให้มีการไต่สวนการฝากขังขึ้นในเวลาประมาณ 13.00 น.

    หลังศาลดำเนินการไต่สวนคัดค้านฝากขังแล้วเสร็จ ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังอติรุจตามคำร้องของพนักงานสอบสวนที่อ้างเหตุผลว่า ผู้ต้องหาน่าจะได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา มีความจำเป็นจะต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้

    ทนายความจึงได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวอติรุจต่อทันที ด้วยวงเงิน 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามคำร้อง โดยกำหนดเงื่อนไขไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต นัดรายงานตัววันที่ 6 ธ.ค. 2565

    ผลจากคำสั่งดังกล่าวทำให้อติรุจได้รับการปล่อยตัวในช่วงเย็น หลังถูกจับกุมและถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ลุมพินี 2 คืน

    (อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 17 ต.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/49650)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
อติรุจ (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์