ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • twitter
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.804/2568

ผู้กล่าวหา
  • ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • twitter
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.804/2568
ผู้กล่าวหา
  • ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน

ความสำคัญของคดี

"จิรดี" (นามสมมติ) ประชาชน กทม. วัย 33 ปี ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยตำรวจ สภ.ควนขนุน จ.พัทลุง ในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีที่ ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เข้าแจ้งความกล่าวหาว่า จิรดีเป็นผู้ใช้ทวิตเตอร์พิมพ์ข้อความโต้ตอบกับผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายหนึ่งเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 เปรียบเทียบรัชกาลที่ 10 กับทักษิณ ชินวัตร ในลักษณะที่ทำให้รัชกาลที่ 10 ถูกด้อยค่า

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย รวมถึงปัญหาในการตีความขยายขอบเขตออกไป ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

ธรรมศักดิ์ แสงจันทร์ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 ภาค 9 บรรยายฟ้องมีเนื้อหาโดยสรุปว่า

ระหว่างวันที่ 7 ก.ย. 2565 ถึงวันที่ 8 ก.ย. 2565 จำเลยได้ใช้ทวิตเตอร์พิมพ์ข้อความโต้ตอบกับผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายหนึ่ง มีสาระสำคัญเปรียบเทียบรัชกาลที่ 10 กับทักษิณ ชินวัตร ในประเด็นความเป็นคนดีและการตรวจสอบได้ ซึ่งข้อความโต้ตอบกันดังกล่าวมีความหมายเป็นการผูกเรื่องราวถึงรัชกาลที่ 10 กับทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ว่า หากทักษิณกระทำความผิดสามารถตรวจสอบได้แต่หากรัชกาลที่ 10 กระทำผิดไม่สามารถตรวจสอบได้ และการเผยแพร่พระราชกรณียกิจต้องผ่านการคัดกรองแต่เพียงเนื้อหาดี ๆ อันเป็นการเปรียบเปรยให้พระมหากษัตริย์ถูกด้อยค่า ดูหมิ่น ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ เป็นการไม่บังควร เป็นการดึงพระมหากษัตริย์มาเป็นคู่ขัดแย้งในการทวิตข้อความสนทนา อันเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้ายรัชกาลที่ 10

ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยในพระมหากษัตริย์ และระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อันเป็นการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศรัทธาและเคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.804/2568 ลงวันที่ 20 มิ.ย. 2568)

ความคืบหน้าของคดี

  • “จิรดี” (นามสมมติ) ประชาชนในกรุงเทพฯ วัย 33 ปี เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกผู้ต้องหา ออกโดย พ.ต.ท.ฉลอง ขุนภักดี สารวัตร (สอบสวน) สภ.ควนขนุน จ.พัทลุง ในคดีมาตรา 112 ที่มี ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เป็นผู้กล่าวหา

    อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำจิรดีไว้ในฐานะพยาน แล้วให้เดินทางกลับ

    (อ้างอิง: หมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 สภ.ควนขนุน ลงวันที่ 6 ก.พ. 2566 และ https://tlhr2014.com/archives/74422)
  • เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามเข้าจับกุมจิรดีจากสถานที่ทำงาน โดยอ้างหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดพัทลุง ลงวันที่ 28 ส.ค. 2566 ซึ่งมี พ.ต.ท.แสนชัย เกษรินทร์ พนักงานสอบสวน สภ.ควนขนุน เป็นผู้ร้องขอออกหมายจับ และมี เดชชยันต์ จึงนิจนิรันดร์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทลุง เป็นผู้อนุญาตให้ออกหมายจับ

    โดยก่อนหน้านี้หลังจิรดีเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในปี 2566 ก็ไม่ได้มีหมายเรียกหรือการติดต่อจากทางตำรวจมาอีก ทำให้เธอคิดว่าเรื่องดังกล่าวจบสิ้นไปแล้ว โดยไม่ทราบว่ามีการไปขอออกหมายจับจากศาล และตำรวจเพิ่งมีการเข้าจับกุมหลังหมายจับออกมาแล้วกว่าปีเศษ ทั้งที่ตัวเธอก็ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด

    หลังถูกจับกุม ตำรวจได้พาตัวจิรดีไปยังกองบังคับการปราบปรามเพื่อทำบันทึกจับกุม โดยชุดจับกุมนำโดยตำรวจจากกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม และตำรวจจากฝ่ายสืบสวนของภูธรจังหวัดพัทลุง อ้างในบันทึกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมหลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ถูกออกหมายจับทำงานอยู่ในสถานที่ดังกล่าว ชุดจับกุมจึงรายงานผู้บังคับบัญชาและเดินทางไปตรวจสอบก่อนเข้าจับกุม

    จากนั้นตำรวจได้นำตัวเธอไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ เพื่อเตรียมเดินทางไปยังจังหวัดพัทลุง โดยในตอนแรกไม่ยินยอมให้ญาติติดตามไป แต่หลังจากพูดคุย ได้ให้ญาติเดินทางไปที่สถานีรถไฟได้ แต่ไม่อนุญาตให้เดินทางไปด้วย

    (อ้างอิง: บันทึกการจับกุม กองบังคับการปราบปราม ลงวันที่ 27 มี.ค. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/74422)
  • เวลาประมาณ 09.00 น. ตำรวจได้นำตัวจิรดีมาถึง สภ.ควนขนุน โดยมีทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามไป โดยกว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำผู้ต้องหา ก็เป็นในช่วงค่ำแล้ว เนื่องจากรอพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และรอคิวการสอบสวนในคดีอื่นด้วย

    พ.ต.ต.วิชัย อำพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.ควนขนุน ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาต่อจิรดีในข้อหาตามมาตรา 112 โดยระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2565 เวลาประมาณ 17.00 น. ทรงชัย เนียมหอม หัวหน้าและผู้ก่อตั้งกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน ได้ขับขี่รถยนต์จากจังหวัดกระบี่ มุ่งหน้าตัวเมืองพัทลุง เมื่อมาถึงสี่แยกสัญญาณไฟจราจรโพธิ์ทองที่เกิดเหตุ รถติดสัญญาณไฟแดง จึงได้เข้าไปอ่านข้อความต่าง ๆ ในทวิตเตอร์ของโทรศัพท์มือถือ และได้พบว่ามีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ โพสต์เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 ทวีตข้อความโต้ตอบกัน ในประเด็นเรื่องมุมมองเกี่ยวกับคนดีและคนไม่ดี โดยมีการกล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 และทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผู้กล่าวหาอ้างว่าบัญชีที่โพสต์โต้ตอบบัญชีหนึ่งเป็นบัญชีทวิตเตอร์ของผู้ถูกกล่าวหา จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี

    ในชั้นสอบสวน จิรดีให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ในตอนแรกทางพนักงานสอบสวนจะให้วางหลักทรัพย์ประกันจำนวน 225,000 บาท แต่ต่อมาเมื่อเสนอเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชา ทางตำรวจไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยจะต้องนำตัวไปขอฝากขังต่อศาล ทำให้เธอต้องถูกควบคุมตัวไว้อยู่ที่ สภ.ควนขนุนอีก 1 คืน
    .
    ในส่วนของแกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบันดังกล่าว พบว่าได้ดำเนินการแจ้งความคดีมาตรา 112 จำนวนมากไว้ในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ โดยใช้วิธีการกล่าวหากระจายไปในหลายสถานีตำรวจ เบื้องต้นพบว่ามีผู้ถูกแจ้งข้อหาแล้วไม่น้อยกว่า 15 คดี อาทิที่ สภ.ตะโหมด จ.พัทลุง, สภ.ทะเลน้อย จ.พัทลุง, สภ.เมืองพัทลุง, สภ.ควนขนุน จ.พัทลุง, สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง, สภ.คอหงส์ จ.สงขลา, สภ.เมืองกระบี่ และ สน.บางนา ในกรุงเทพฯ ด้วย โดยส่วนใหญ่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นประชาชนทั่วไป ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกแจ้งความ ทำให้แต่ละคนมีภาระและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่อสู้คดี

    รวมทั้งยังมีแจ้งความในคดีมาตรา 116 อีกหลายคดี อาทิคดีของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี บรรณาธิการและศิลปินแห่งชาติผู้ถูกถอดถอน ถูกกล่าวหาไว้ที่ สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และล่าสุดกรณีของ “ปูน ธนพัฒน์” ที่ถูกจับกุมตามมาตรา 116 ในวันเดียวกับคดีจิรดี ก็มีผู้กล่าวหาคนเดียวกันนี้ไปกล่าวหาไว้ที่ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง อีกด้วย

    (อ้างอิง: รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สภ.ควนขนุน ลงวันที่ 28 มี.ค. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/74422)
  • ช่วงเช้าพนักงานสอบสวนได้นำตัวจิรดีไปยื่นขอฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทลุง โดยระบุว่าแม้ไม่มีพยานต้องสอบสวนแล้ว แต่ยังต้องรอผลการตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จึงขออำนาจศาลฝากขังเป็นระยะเวลา 12 วัน พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา อ้างว่าคดีมีอัตราโทษสูง เชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

    ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคำขอ แต่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยให้วางหลักทรัพย์ 100,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ โดยหากผิดสัญญาประกัน ศาลให้ปรับ 200,000 บาท จากนั้นจิรดีจึงได้รับการปล่อยตัว

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/74422)
  • จิรดีเดินทางไปที่ สภ.ควนขนุน อีกครั้ง หลังได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สภ.ควนขนุน ให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม พ.ต.ท.สมพงษ์ ดำจุติ พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เพิ่มเติมอีกข้อหา ซึ่งจิรดีให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นเดิม

    (อ้างอิง: รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สภ.ควนขนุน ลงวันที่ 9 มิ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/76256)
  • พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 ภาค 9 ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล กล่าวหาว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ได้พิมพ์โต้ตอบกับผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายหนึ่ง มีความหมายผูกเรื่องราวถึงรัชกาลที่ 10 กับทักษิณ ชินวัตร อันเป็นการเปรียบเปรยให้พระมหากษัตริย์ถูกด้อยค่า ดูหมิ่น ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ เป็นการไม่บังควร เป็นการดึงพระมหากษัตริย์มาเป็นคู่ขัดแย้งในการทวิตข้อความสนทนา อันเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้ายรัชกาลที่ 10

    อัยการยังบรรยายฟ้องอีกว่า จำเลยมีเจตนาให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยในพระมหากษัตริย์ และระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อันเป็นการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศรัทธาและเคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

    ท้ายคำฟ้องพนักงานอัยการไม่ได้คัดค้านการประกันตัว โดยขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.804/2568 ลงวันที่ 20 มิ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/76256)
  • จิรดีเดินทางไปรายงานตัวที่ศาลจังหวัดพัทลุงตามนัดในวันครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหน้านี้หลังได้ประกันตัวในชั้นสอบสวน จิรดีต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลทุก 12 วัน ตามกำหนดการขอฝากขังในแต่ละผัด โดยหลังจากเธอเดินทางไปรายงานตัว 3 ครั้ง ก็ได้ยื่นคำร้องขอรายงานตัวผ่านระบบออนไลน์แทน เนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้การเดินทางมารายงานตัวทุก 12 วัน กระทบต่อการงานและเป็นภาระในการเดินทางมาก ซึ่งศาลได้มีคำสั่งอนุญาต แต่กำหนดว่าเมื่อครบกำหนดฝากขังในครั้งที่ 7 ให้มารายงานตัวต่อศาล

    เมื่อจิรดีเดินทางถึงศาลก็พบว่า พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 ภาค 9 ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ทำให้เธอถูกควบคุมตัวที่ศาลระหว่างรอยื่นประกันในชั้นพิจารณา

    จากนั้น ศาลจังหวัดพัทลุงมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยระหว่างพิจารณา โดยใช้หลักทรัพย์ที่เคยวางในชั้นฝากขังจำนวน 100,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ โดยหากผิดสัญญาประกัน ศาลให้ปรับ 200,000 บาท พร้อมกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 15 ก.ค. 2568 นัดถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 18 ส.ค. 2568
    .
    น่าสังเกตว่าในพื้นที่ของสำนักงานอัยการภาค 9 ในคดีเกี่ยวกับ “ความมั่นคงของรัฐ” นั้น พบว่ามีแนวนโยบายที่ให้พนักงานอัยการของสำนักงานระดับภาคในฝ่ายที่รับผิดชอบคดีความมั่นคงและการก่อการร้ายโดยเฉพาะ เข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี ไม่ใช่พนักงานอัยการจังหวัดเหมือนกับภาคอื่น ๆ ทำให้คดีมาตรา 112 หรือมาตรา 116 ถูกดำเนินการในลักษณะนี้เช่นกัน อีกทั้งพื้นที่รับผิดชอบของอัยการภาค 9 ยังไม่ใช่เพียงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังรวมถึงพื้นที่จังหวัดสงขลา สตูล ตรัง และพัทลุงด้วย

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/76256)
  • ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง พร้อมทั้งแจ้งสิทธิและขั้นตอนในการดำเนินคดีของศาล จำเลยแถลงประสงค์ต่อสู้คดี ขณะโจทก์แถลงขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 18 ส.ค. 2568 ออกไป เนื่องจากติดนัดแพทย์ ศาลอนุญาตให้เลื่อนตรวจพยานหลักฐานไปเป็นวันที่ 1 ก.ย. 2568

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.804/2568 ลงวันที่ 15 ก.ค. 2568)
  • ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังอีกครั้ง จำเลยยืนยันให้การปฏิเสธ โจทก์แถลงติดในสืบพยานบุคคลรวม 7 ปาก ใช้เวลาสืบ 2 นัด

    ด้านจำเลยและทนายจำเลยแถลงแนวทางต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความและไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ตามฟ้อง โดยประสงค์สืบพยานบุคคลรวม 8 ปาก ใช้เวลาสืบ 2 นัด

    ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 11-12 พ.ย. 2568 และสืบพยานจำเลยในวันที่ 2-3 ธ.ค. 2568

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดพัทลุง คดีหมายเลขดำที่ อ.804/2568 ลงวันที่ 1 ก.ย. 2568)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
จิรดี (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
จิรดี (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์