ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.3523/2567

ผู้กล่าวหา
  • อัศวิณีย์ หวานจริง อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มช. (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.3523/2567
ผู้กล่าวหา
  • อัศวิณีย์ หวานจริง อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มช.

ความสำคัญของคดี

แฟนต้า (นามสมมติ) พ่อค้าชาวเชียงใหม่วัย 29 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้โพสต์ภาพป้ายการชุมนุมและข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 พาดพิงถึงกษัตริย์และราชวงศ์จักรี โดยมี อัศวิณีย์ หวานจริง อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้เข้าแจ้งความกล่าวหาที่ บก.ปอท.

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

มาโนช อินขำเครือ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 บรรยายฟ้องมีสาระสำคัญโดยสรุปว่า

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 จำเลยได้โพสต์ข้อความและภาพถ่ายในบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เป็นถ้อยคำที่กล่าวถึงกษัตริย์และราชวงศ์จักรี

ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็นเข้าใจว่า รัชกาลที่ 10 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์จอมเผด็จการ อันเป็นการดูหมิ่น ไม่เคารพเทิดทูนรัชกาลที่ 10 และเป็นการกล่าวหา ใส่ความ หรือแสดงความไม่เคารพสักการะที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง โดยมีเจตนาเพื่อให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศและแสดงความอาฆาตมาดร้าย อันเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะทำให้รัชกาลที่ 10 ทรงเสื่อมพระเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และประชาชนเสื่อมความเคารพศรัทธาในพระมหากษัตริย์

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.3523/2567 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2567)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) แฟนต้า (นามสมมติ) พ่อค้าชาวเชียงใหม่ วัย 29 ปี เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยไม่มีทนายความ

    บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาระบุพฤติการณ์คดีโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวโพสต์ข้อความพร้อมใส่แฮชแท็ก และรูปภาพที่ปรากฏข้อความเดียวกัน ตั้งค่าแบบสาธารณะ ที่ประชาชนโดยทั่วไปสามารถพบเห็นเข้าถึงได้ อัศวิณีย์ หวานจริง ผู้กล่าวหา เห็นว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง จึงได้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว

    พนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า แฟนต้าคือผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีดังกล่าว ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

    ในชั้นสอบสวน แฟนต้าให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และถูดยึดโทรศัพท์ไว้ โดยไม่ถูกควบคุมตัวในระหว่างสอบสวน

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา กก.3 บก.ปอท. ลงวันที่ 3 เม.ย. 2567 และ https://tlhr2014.com/archives/71484)
  • พนักงานสอบสวนนัดแฟนต้าไปส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6
  • พนักงานอัยการนัดหมายแฟนต้ามายื่นฟ้องต่อศาลในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) คำฟ้องมีสาระสำคัญโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 จำเลยได้โพสต์ข้อความและภาพถ่ายในบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นถ้อยคำที่กล่าวถึงกษัตริย์และราชวงศ์จักรี

    อัยการกล่าวหาว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็นเข้าใจว่า รัชกาลที่ 10 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์จอมเผด็จการ อันเป็นการดูหมิ่น กล่าวหา ใส่ความ หรือแสดงความไม่เคารพสักการะรัชกาลที่ 10 โดยมีเจตนาเพื่อให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศและแสดงความอาฆาตมาดร้าย

    อย่างไรก็ตาม อัยการไม่ได้คัดค้านการให้ประกันระหว่างพิจารณาคดี โดยระบุในตอนท้ายว่า หากมีการขอปล่อยตัวชั่วคราว ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

    หลังศาลรับฟ้องได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันแฟนต้าในระหว่างพิจารณาคดี โดยให้วางหลักทรัพย์ประกันเป็นเงินจำนวน 90,000 บาท โดยมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM), ยึดหนังสือเดินทาง (Passport) และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล โดยหลักประกันได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์

    โดยปกติแฟนต้ามักเดินทางโดยเครื่องบินจากเชียงใหม่มากรุงเทพฯ เพื่อมาตามนัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการ หลังได้รับประกันตัวโดยต้องติด EM ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางกลับเชียงใหม่โดยเครื่องบินได้ รวมทั้งในการมาตามนัดต่าง ๆ ของศาลหลังจากนี้ด้วย โดยต้องเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถประจำทางซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.3523/2567 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2567 และ https://tlhr2014.com/archives/71484)
  • ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง แฟนต้าแถลงขอให้การปฏิเสธ ศาลให้สืบพยานโจทก์และสืบพยานจำเลยรวม 1 นัด โดยคู่ความตกลงนัดหมายในวันที่ 8 พ.ค. 2569

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
"แฟนต้า" (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
"แฟนต้า" (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์