สรุปความสำคัญ
กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ พ่อค้าเสื้อผ้าในกรุงเทพฯ วัย 45 ปี ถูกจับกุมและดำเนินคดีตามหมายจับในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) หลัง ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เข้าแจ้งความที่ สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวหาว่า กิตติพงค์โพสต์ภาพพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวใส่ร้ายรัชกาลที่ 10 จำนวน 2 โพสต์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. และ 6 เม.ย. 2568
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย รวมถึงปัญหาในการตีความขยายขอบเขตออกไป ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย รวมถึงปัญหาในการตีความขยายขอบเขตออกไป ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ข้อมูลการละเมิด
ครั้งที่ : 1
วันที่ : 12-06-2025
-
ผู้ถูกละเมิด
- กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ
-
ประเด็นการละเมิดสิทธิ
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
-
รูปแบบการละเมิดสิทธิ
- จับกุม / ควบคุมตัว
- บุกค้น / ยึดทรัพย์สิน
-
ผู้ละเมิด
- ตำรวจ
พฤติการณ์การละเมิด
12 มิ.ย. 2568 เวลาประมาณ 11.50 น. กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ พ่อค้าเสื้อผ้าวัย 45 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดเวียงสระ ที่ 226/2568 ลงวันที่ 10 มิ.ย. 2568 ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ซึ่งมี พ.ต.ท.บัญชร วัฒนะปรีชาพงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ชัยบุรี เป็นผู้ร้องขอออกหมายจับ และ วัชรา กลสามัญ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ เป็นผู้อนุมัติหมายจับ โดยเขาไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน
จากนั้นกิตติพงค์ถูกนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สน.บางขุนเทียน โดยไม่มีทนายความอยู่ร่วมด้วย ก่อนจะถูกส่งตัวไปยัง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี สถานีตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบคดีเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบคำให้การ
กิตติพงค์ถูกส่งตัวมาถึง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเช้าวันที่ 13 มิ.ย. 2568 ก่อนที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจะทราบเหตุดังกล่าว และประสานทนายความเข้าร่วมกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำในช่วงบ่าย
พนักงานสอบสวนแจ้งพฤติการณ์คดีที่กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ทรงชัย เนียมหอม ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2568 เวลา 06.00 น. ขณะเดินทางด้วยรถทัวร์ ถึงบริเวณจุดจอดรถทัวร์ในอำเภอชัยบุรี ได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง และเปิดดูเฟซบุ๊ก พบบัญชีเฟซบุ๊กสาธารณะบัญชีหนึ่งโพสต์ข้อความที่ผู้กล่าวหาเห็นว่าเป็นการโจมตี ใส่ร้าย ดูหมิ่น และหมิ่นประมาทความประพฤติของรัชกาลที่ 10 ทำให้รัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียชื่อเสียง
ข้อกล่าวหาระบุ 2 ข้อความ ที่โพสต์เมื่อวันที่ 20 มี.ค. และ 6 เม.ย. 2568 ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนรักสถาบันฯ และรัชกาลที่ 10
ผู้กล่าวหาจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และสืบค้นข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ดังกล่าว ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยื่นคำร้องขอออกหมายจับกิตติพงค์
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอรน์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) กิตติพงค์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงควบคุมตัวกิตติพงค์ไว้ที่ สภ.ชัยบุรี อีกหนึ่งคืน ก่อนช่วงเช้าวันต่อมาพนักงานสอบสวนนำตัวกิตติพงค์ไปยังศาลจังหวัดเวียงสระเพื่อขอฝากขัง โดย ร.ต.อ.อภิรักษ์ รักษายศ พนักงานสอบสวน สภ.ชัยบุรี ผู้ร้อง ได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว อ้างเหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูง เชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ก่อนทนายความจะยื่นประกันตัว และศาลให้อนุญาตประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลยังได้กำหนดเงื่อนไขว่า ห้ามผู้ต้องหากระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้อีก
กิตติพงค์ได้รับการปล่อยตัวในช่วงเย็นและเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในทันที หลังถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยศาลมีกำหนดนัดรายงานตัวในวันที่ 1 ส.ค. 2568 เวลา 09.00 น.
(อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สน.บางขุนเทียน ลงวันที่ 12 มิ.ย. 2568, คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดเวียงสระ ลงวันที่ 14 มิ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/76024)
จากนั้นกิตติพงค์ถูกนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สน.บางขุนเทียน โดยไม่มีทนายความอยู่ร่วมด้วย ก่อนจะถูกส่งตัวไปยัง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี สถานีตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบคดีเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบคำให้การ
กิตติพงค์ถูกส่งตัวมาถึง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเช้าวันที่ 13 มิ.ย. 2568 ก่อนที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจะทราบเหตุดังกล่าว และประสานทนายความเข้าร่วมกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำในช่วงบ่าย
พนักงานสอบสวนแจ้งพฤติการณ์คดีที่กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ทรงชัย เนียมหอม ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2568 เวลา 06.00 น. ขณะเดินทางด้วยรถทัวร์ ถึงบริเวณจุดจอดรถทัวร์ในอำเภอชัยบุรี ได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง และเปิดดูเฟซบุ๊ก พบบัญชีเฟซบุ๊กสาธารณะบัญชีหนึ่งโพสต์ข้อความที่ผู้กล่าวหาเห็นว่าเป็นการโจมตี ใส่ร้าย ดูหมิ่น และหมิ่นประมาทความประพฤติของรัชกาลที่ 10 ทำให้รัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียชื่อเสียง
ข้อกล่าวหาระบุ 2 ข้อความ ที่โพสต์เมื่อวันที่ 20 มี.ค. และ 6 เม.ย. 2568 ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนรักสถาบันฯ และรัชกาลที่ 10
ผู้กล่าวหาจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และสืบค้นข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ดังกล่าว ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยื่นคำร้องขอออกหมายจับกิตติพงค์
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอรน์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) กิตติพงค์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงควบคุมตัวกิตติพงค์ไว้ที่ สภ.ชัยบุรี อีกหนึ่งคืน ก่อนช่วงเช้าวันต่อมาพนักงานสอบสวนนำตัวกิตติพงค์ไปยังศาลจังหวัดเวียงสระเพื่อขอฝากขัง โดย ร.ต.อ.อภิรักษ์ รักษายศ พนักงานสอบสวน สภ.ชัยบุรี ผู้ร้อง ได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว อ้างเหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูง เชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ก่อนทนายความจะยื่นประกันตัว และศาลให้อนุญาตประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลยังได้กำหนดเงื่อนไขว่า ห้ามผู้ต้องหากระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้อีก
กิตติพงค์ได้รับการปล่อยตัวในช่วงเย็นและเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในทันที หลังถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยศาลมีกำหนดนัดรายงานตัวในวันที่ 1 ส.ค. 2568 เวลา 09.00 น.
(อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สน.บางขุนเทียน ลงวันที่ 12 มิ.ย. 2568, คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดเวียงสระ ลงวันที่ 14 มิ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/76024)
List คดี
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์