ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
- พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
- หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.780/2568
ผู้กล่าวหา
- ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
- พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
- หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
หมายเลขคดี
ดำ อ.780/2568
ผู้กล่าวหา
- ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน
ความสำคัญของคดี
กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ พ่อค้าเสื้อผ้าในกรุงเทพฯ วัย 45 ปี ถูกจับกุมและดำเนินคดีตามหมายจับในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) หลัง ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เข้าแจ้งความที่ สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวหาว่า กิตติพงค์โพสต์ภาพพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวใส่ร้ายรัชกาลที่ 10 จำนวน 2 โพสต์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. และ 6 เม.ย. 2568
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย รวมถึงปัญหาในการตีความขยายขอบเขตออกไป ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย รวมถึงปัญหาในการตีความขยายขอบเขตออกไป ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างกว้างขวาง
พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี
วิษณุพงษ์ เกลี้ยงกล่อม พนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระ บรรยายฟ้องเป็น 2 กระทง กล่าวโดยสรุปคือ
1. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2568 จำเลยได้โพสต์รูปภาพบุคคลพร้อมคำบรรยายประกอบภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ซึ่งรูปภาพและข้อความดังกล่าวทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจความหมายได้ว่า บุคคลในภาพใช้กระแสความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อสร้างความยอมรับให้กับตัวเอง และกล่าวหาว่ารัชกาลที่ 10 ประพฤติตนไม่เหมาะสมที่ประเทศเยอรมัน ทั้งกล่าวหาว่าบุคคลในภาพไม่ตักเตือนรัชกาลที่ 10 ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมลง และรัชกาลที่ 10 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทำให้ รักชนก ศรีนอก ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
2. เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2568 จำเลยได้โพสต์รูปภาพบุคคลพร้อมคำบรรยายประกอบภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ซึ่งรูปภาพและข้อความดังกล่าวทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจความหมายได้ว่า รัชกาลที่ 10 ประพฤติตนไม่เหมาะสมขณะประทับอยู่ในประเทศเยอรมัน และกล่าวหาว่าพฤติกรรมของรัชกาลที่ 10 สร้างความอับอายให้กับประเทศไทย ทั้งเปรียบเทียบว่าราชวงศ์จักรีไม่ยึดมั่นคุณธรรม อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเวียงสระ คดีหมายเลขดำที่ อ.780/2568 ลงวันที่ 5 ก.ย. 2568)
1. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2568 จำเลยได้โพสต์รูปภาพบุคคลพร้อมคำบรรยายประกอบภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ซึ่งรูปภาพและข้อความดังกล่าวทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจความหมายได้ว่า บุคคลในภาพใช้กระแสความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อสร้างความยอมรับให้กับตัวเอง และกล่าวหาว่ารัชกาลที่ 10 ประพฤติตนไม่เหมาะสมที่ประเทศเยอรมัน ทั้งกล่าวหาว่าบุคคลในภาพไม่ตักเตือนรัชกาลที่ 10 ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมลง และรัชกาลที่ 10 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทำให้ รักชนก ศรีนอก ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
2. เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2568 จำเลยได้โพสต์รูปภาพบุคคลพร้อมคำบรรยายประกอบภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ซึ่งรูปภาพและข้อความดังกล่าวทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจความหมายได้ว่า รัชกาลที่ 10 ประพฤติตนไม่เหมาะสมขณะประทับอยู่ในประเทศเยอรมัน และกล่าวหาว่าพฤติกรรมของรัชกาลที่ 10 สร้างความอับอายให้กับประเทศไทย ทั้งเปรียบเทียบว่าราชวงศ์จักรีไม่ยึดมั่นคุณธรรม อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเวียงสระ คดีหมายเลขดำที่ อ.780/2568 ลงวันที่ 5 ก.ย. 2568)
ความคืบหน้าของคดี
-
วันที่: 12-06-2025นัด: จับกุมตามหมายจับเวลาประมาณ 11.50 น. กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ พ่อค้าเสื้อผ้าวัย 45 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดเวียงสระ ที่ 226/2568 ลงวันที่ 10 มิ.ย. 2568 ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ซึ่งมี พ.ต.ท.บัญชร วัฒนะปรีชาพงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ชัยบุรี เป็นผู้ร้องขอออกหมายจับ และ วัชรา กลสามัญ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ เป็นผู้อนุมัติหมายจับ โดยเขาไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน
จากนั้นกิตติพงค์ถูกนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สน.บางขุนเทียน โดยไม่มีทนายความอยู่ร่วมด้วย ก่อนจะถูกส่งตัวไปยัง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี สถานีตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบคดีเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบคำให้การ
บันทึกการจับกุมระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ไม่ประสงค์ออกนาม ประสงค์รางวัลนำจับ) ว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับปรากฏตัวที่บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตบางบอน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าวจึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ สามารถมองเห็นบริเวณโดยรอบได้ชัดเจน ต่อมา พบผู้ต้องหาปรากฏตัวในบริเวณดังกล่าว จึงเข้าแสดงหมายจับ และได้ยึดของกลางคือโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยเครื่องหนึ่งเป็นเครื่องที่อยู่กับตัวกิตติพงค์ ส่วนอีกเครื่องหนึ่งอยู่ที่ร้านโทรศัพท์
การจับกุมครั้งนี้มีเจ้าพนักงานตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ทั้งสิ้น 6 นาย นำโดย พ.ต.ท.ธนกร เจิมรอด และเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.ชัยบุรี ทั้งสิ้น 6 นาย นำโดย ร.ต.อ.สุรินทร์ ไกรสิทธิ์
(อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สน.บางขุนเทียน ลงวันที่ 12 มิ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/76024) -
วันที่: 13-06-2025นัด: แจ้งข้อกล่าวหากิตติพงค์ถูกส่งตัวมาถึง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเช้า ก่อนที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจะทราบเหตุดังกล่าว และประสานทนายความเข้าร่วมกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำในช่วงบ่าย
พนักงานสอบสวนแจ้งพฤติการณ์คดีที่กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ทรงชัย เนียมหอม ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2568 เวลา 06.00 น. ขณะเดินทางด้วยรถทัวร์ ถึงบริเวณจุดจอดรถทัวร์ในอำเภอชัยบุรี ได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง และเปิดดูเฟซบุ๊ก พบบัญชีเฟซบุ๊กสาธารณะบัญชีหนึ่งโพสต์ข้อความที่ผู้กล่าวหาเห็นว่าเป็นการโจมตี ใส่ร้าย ดูหมิ่น และหมิ่นประมาทความประพฤติของรัชกาลที่ 10 ทำให้รัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียชื่อเสียง
ข้อกล่าวหาระบุ 2 ข้อความ ที่โพสต์เมื่อวันที่ 20 มี.ค. และ 6 เม.ย. 2568 ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนรักสถาบันฯ และรัชกาลที่ 10
ผู้กล่าวหาจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และสืบค้นข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ดังกล่าว ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยื่นคำร้องขอออกหมายจับกิตติพงค์
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) กิตติพงค์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงควบคุมตัวกิตติพงค์ไว้ที่ สภ.ชัยบุรี อีกหนึ่งคืน เนื่องด้วยในวันถัดไปจะมีการนำตัวส่งศาลจังหวัดเวียงสระเพื่อขอฝากขังระหว่างสอบสวน
(อ้างอิง: คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดเวียงสระ ลงวันที่ 14 มิ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/76024) -
วันที่: 14-06-2025นัด: ฝากขังช่วงเช้าพนักงานสอบสวนนำตัวกิตติพงค์ไปยังศาลจังหวัดเวียงสระเพื่อขอฝากขัง โดย ร.ต.อ.อภิรักษ์ รักษายศ พนักงานสอบสวน สภ.ชัยบุรี ผู้ร้อง ได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว อ้างเหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูง เชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ก่อนทนายความจะยื่นประกันตัว และศาลให้อนุญาตประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลยังได้กำหนดเงื่อนไขว่า ห้ามผู้ต้องหากระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้อีก
กิตติพงค์ได้รับการปล่อยตัวในช่วงเย็นและเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในทันที หลังถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยศาลมีกำหนดนัดรายงานตัวในวันที่ 1 ส.ค. 2568 เวลา 09.00 น.
หลังได้รับการปล่อยตัวกิตติพงค์ให้ข้อมูลกับศูนย์ทนายฯ เพิ่มเติมว่า เขาทำงานเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้า และเพิ่งเริ่มทำงานเป็นไรเดอร์แพลตฟอร์มออนไลน์ได้เพียงวันที่สองก็ถูกจับกุมและถูกยึดโทรศัพท์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งส่งผลกับการทำงานเป็นอย่างมาก
กิตติพงค์เล่าว่า เขาถูกจับกุมในวันที่ 12 มิ.ย. ก่อนที่จะส่งตัวไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยรถกระบะส่วนกลางของตำรวจ และมีจุดเปลี่ยนรถที่ปั๊มน้ำมันใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนที่จะถึงปลายทางที่ สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. โดยเขาพยายามขอตำรวจติดต่อทนายความ แต่ตำรวจไม่อนุญาต จนในที่สุดตำรวจก็อนุญาตให้เขาติดต่อทนายความได้ในช่วงเช้าของอีกวัน (13 มิ.ย.)
หลังจากกิตติพงค์ได้รับการประกันตัว เขาจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถบัส ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 10 ชั่วโมง จึงจะถึงสถานีขนส่งหมอชิตในเวลาเช้าของอีกวัน
สำหรับการถูกดำเนินคดีดังกล่าว กิตติพงศ์มองว่าการถูกดำเนินคดีนี้ทำให้เขาถูกปิดปาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อเขาในหลาย ๆ ด้าน เนื่องจากเป็นการดำเนินคดีทางไกล ต้องเตรียมตัวเดินทางเยอะ และยังทำให้ญาติของเขาไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางสูง ทั้งยังสร้างความกดดันในเรื่องการประกอบอาชีพ เนื่องจากไม่สามารถใช้โทรศัพท์ที่ถูกยึดไปได้แล้ว
ทั้งนี้ จากการติดตามของศูนย์ทนายฯ พบว่า ทรงชัย ผู้กล่าวหาในคดีนี้ เป็นผู้แจ้งความคดีมาตรา 112 และ 116 ไว้ในหลายสถานีตำรวจในหลายจังหวัดทางภาคใต้ อาทิ ในจังหวัดพัทลุง, สงขลา, ตรัง, กระบี่, สุราษฎร์ธานี รวมทั้งในกรุงเทพฯ โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 18 คดีแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นประชาชนทั่วไป ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกแจ้งความ ทำให้แต่ละคนมีภาระและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่อสู้คดี
(อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/76024) -
วันที่: 05-09-2025นัด: ยื่นฟ้องพนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระ ยื่นฟ้องกิตติพงษ์ต่อศาลจังหวัดเวียงสระในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) โดยบรรยายฟ้องเป็น 2 กระทง กล่าวโดยสรุปคือ
1. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2568 จำเลยได้โพสต์รูปภาพบุคคลพร้อมคำบรรยายประกอบภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจความหมายได้ว่า บุคคลในภาพใช้กระแสความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อสร้างความยอมรับให้กับตัวเอง และกล่าวหาว่ารัชกาลที่ 10 ประพฤติตนไม่เหมาะสมที่ประเทศเยอรมัน ทั้งกล่าวหาว่าบุคคลในภาพไม่ตักเตือนรัชกาลที่ 10 ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมลง และรัชกาลที่ 10 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทำให้ รักชนก ศรีนอก ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
2. มื่อวันที่ 6 เม.ย. 2568 จำเลยได้โพสต์รูปภาพบุคคลพร้อมคำบรรยายประกอบภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจความหมายได้ว่า รัชกาลที่ 10 ประพฤติตนไม่เหมาะสมขณะประทับอยู่ในประเทศเยอรมัน และกล่าวหาว่าพฤติกรรมของรัชกาลที่ 10 สร้างความอับอายให้กับประเทศไทย ทั้งเปรียบเทียบว่าราชวงศ์จักรีไม่ยึดมั่นคุณธรรม อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
อัยการยังระบุขอคัดค้านการประกันตัวจำเลย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี
(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลจังหวัดเวียงสระ คดีหมายเลขดำที่ อ.780/2568 ลงวันที่ 5 ก.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/78255)
-
วันที่: 08-09-2025นัด: รายงานตัวต่อศาลกิตติพงค์เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาลตามนัดในช่วงกำหนดฝากขัง ก่อนพบว่าอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว หลังจากทราบคำสั่งฟ้อง กิตติพงค์ได้ถูกควบคุมตัวไปเพื่อรอการประกันตัว ขณะทนายความยื่นขอประกันระหว่างพิจารณา โดยขอใช้หลักทรัพย์เดิมในชั้นฝากขัง
ต่อมาเวลา 12.00 น. ศาลจังหวัดเวียงสระมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันโดยใชัหลักทรัพย์เดิม จำนวน 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้อีก นัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 24 ก.ย. 2568 เวลา 13.30 น. สอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 09.00 น.
(อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/78255)
-
วันที่: 24-09-2025นัด: คุ้มครองสิทธิศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง พร้อมทั้งแจ้งสิทธิและขั้นตอนในการดำเนินคดีของศาล จำเลยแถลงขอให้การปฏิเสธ ขณะโจทก์แถลงขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 18 ส.ค. 2568 ออกไป เนื่องจากติดนัดแพทย์ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 20 ต.ค. 2568
(อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดเวียงสระ คดีหมายเลขดำที่ อ.780/2568 ลงวันที่ 24 ก.ย. 2568) -
วันที่: 20-10-2025นัด: สอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานกิตติพงค์ยืนยันให้การปฏิเสธข้อหา โดยแถลงแนวทางต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้โพสต์ข้อความตามฟ้อง และการกระทำตามฟ้องไม่เข้าองค์ประกอบความผิด โจทก์แถลงประสงค์สืบพยาน 11 ปาก ใช้เวลาสืบ 2 นัด ทนายจำเลยแถลงประสงค์สืบพยาน 4 ปาก ใช้เวลาสืบ 1 นัด นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 10-11 มี.ค. 2569 สืบพยานจำเลยวันที่ 12 มี.ค. 2569
(อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลจังหวัดเวียงสระ คดีหมายเลขดำที่ อ.780/2568 ลงวันที่ 20 ต.ค. 2568) -
วันที่: 10-03-2026นัด: สืบพยานโจทก์
-
วันที่: 11-03-2026นัด: สืบพยานโจทก์
-
วันที่: 12-03-2026นัด: สืบพยานจำเลย
สถานะ การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว หรือ ผลการพิพากษา
ชั้นสอบสวน
ผู้ถูกดำเนินคดี :
กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ศาลชั้นต้น
ผู้ถูกดำเนินคดี :
กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ
ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์