ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33 (ทหาร)
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33 (ทหาร)
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33 (ทหาร)
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33 (ทหาร)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33

ข้อหา

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
  • Facebook
  • การชุมนุม
  • พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ 2558
  • ไม่แจ้งการชุมนุม
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ (ใช้เครื่องขยายเสียง)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • กีดขวางทางสาธารณะ (มาตรา 385)

หมายเลขคดี

ผู้กล่าวหา
  • พล.ต.สันติ สุขป้อม ผบ.มทบ.33

ความสำคัญของคดี

วัชรภัทร ธรรมจักร, ธีราภรณ์ พุดทะสี, เบญจภัทร ธงนันตา นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และชาติชาย ธรรมโม นักกิจกรรม ถูกดำเนินคดีที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ในข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และข้อหาอื่นอีกหลายข้อหา หลังร่วมกิจกรรม “แห่ไม้ค้ำประชาธิปไตย ปักหมุดกระจายอำนาจ” และอ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 และคำประกาศ “คณะก่อการล้านนา” ที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 โดยถูกผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) มอบอำนาจให้ทหารไปแจ้งความ

ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นอีกข้อหาที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ส่งผลกระทบต่อการใช้เสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาไว้ดังนี้

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 เวลาประมาณ 17.10 น. ร.อ.กิตติศักดิ์ ศิริภาพ ผู้กล่าวหา พบเพจเฟซบุ๊กชื่อ Lanner ถ่ายทอดสดกิจกรรม “แห่ไม้ค้ำประชาธิปไตย ปักหมุดกระจายอำนาจ” โดยมีวัชรภัทรและเบญจภัทร อ่านคำประกาศของคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ต่อมา ชาติชาย และธีราภรณ์ ได้อ่านคำประกาศ “คณะก่อการล้านนา” จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้มีกิจกรรมแห่ไม้ค้ำแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จนถึงเวลา 19.00 น. จึงยุติกิจกรรม

ขณะมีกิจกรรม ได้มีเพจเฟซบุ๊ก Lanner ถ่ายทอดสด และเพจ Neo Lanna แชร์ออกไป ทางกองข่าวของมณฑลทหารบกที่ 33 ที่ติดตามการจัดกิจกรรมโดยตลอดได้รายงานให้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ทราบ

ผู้กล่าวหาให้การยืนยันว่า การอ่านประกาศของคณะราษฎร ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2475 นั้น เป็นการอ่านหลังจากที่คณะราษฎรได้ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การที่ผู้ต้องหากับพวกนำประกาศคณะราษฎรดังกล่าวมาอ่านอีกครั้งในวันที่ 24 มิ.ย. 2566 (วันครบรอบ) ทำให้เข้าใจได้ว่า ผู้ต้องหากับพวก มีแนวคิดเชิญชวนบุคคลที่ได้รับฟัง เกิดความกระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพกฎหมายหรืออาจล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 2 บัญญัติว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

และผู้กล่าวหาได้สอบถามมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ ทราบว่าการจัดกิจกรรมไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งก่อนเริ่มชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง อีกทั้งขณะจัดกิจกรรม ผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันนำรถเครื่องขยายเสียง ลำโพง โครงเหล็ก เวทีปราศรัยขนาดเล็กมาจอดตั้งไว้บนทางเท้า ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร รวมทั้งมีการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 จึงมอบอำนาจให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี

(อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 2 พ.ย. 2566)

ความคืบหน้าของคดี

  • เวลา 10.00 น. ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ นักศึกษาและนักกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่รวม 4 คน ได้แก่ ชาติชาย ธรรมโม, วัชรภัทร ธรรมจักร, ธีราภรณ์ พุดทะสี และ เบญจภัทร ธงนันตา เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ทหารของมณฑลทหารบกที่ 33 เข้าแจ้งความกล่าวหาในข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จากกรณีทำกิจกรรม “แห่ไม้ค้ำประชาธิปไตย ปักหมุดกระจายอำนาจ” ที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 ซึ่งจัดขึ้นโดย “คณะก่อการล้านนา”

    ก่อนหน้านี้ นักศึกษาสองในสี่คนได้รับหมายเรียกของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งระบุว่า พล.ต.สันติ สุขป้อม อดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 มอบอำนาจให้ ร.อ.กิตติศักดิ์ ศิริภาพ เข้าแจ้งความดำเนินคดี

    ต่อมา ผู้ถูกออกหมายเรียกได้ขอเลื่อนนัดจากเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2566 มาเป็นวันนี้ เนื่องจากสามในสี่ยังเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และติดสอบปลายภาคในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

    ตำรวจได้ตั้งแผงเหล็กกั้นรอบทางเข้าอาคาร และมีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 5-6 นาย คอยสังเกตการณ์บริเวณทางเข้าอย่างใกล้ชิด ผู้ถูกออกหมายเรียกทั้ง 4 คน พร้อมทนายความ เดินทางถึง สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยมีเพื่อนนักกิจกรรมและประชาชนเดินทางมาติดตามสถานการณ์หลายสิบคน และกลุ่มนักกิจกรรมได้แห่ไม้ค้ำมาด้วย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้นำไม้ค้ำเข้าไปภายในสถานี โดยให้วางไว้ที่ด้านนอก กลุ่มนักกิจกรรมจึงมอบไม้ค้ำดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เพื่อค้ำหลักการประชาธิปไตย

    พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ จันทร์เจือแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสี่รวม 6 ข้อหา ได้แก่

    1. “ยุยงปลุกปั่น” หรือร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด มิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116
    2. ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)
    3. ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุม โดยไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 10 ประกอบมาตรา 28
    4. ตั้งวางสิ่งของกีดขวางทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385
    5. ใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4 ประกอบมาตรา 9 วรรค 1
    6.ตั้งวางหรือกองวัตถุใด ๆ เพื่อการชุมนุมสาธารณะ อันเป็นทางสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ

    โดยระบุพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 เวลาประมาณ 17.10 น. ร.อ.กิตติศักดิ์ ศิริภาพ ผู้กล่าวหา พบเพจเฟซบุ๊กชื่อ Lanner ถ่ายทอดสดกิจกรรม “แห่ไม้ค้ำประชาธิปไตย ปักหมุดกระจายอำนาจ” โดยมีวัชรภัทรและเบญจภัทร อ่านคำประกาศของคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ต่อมา ชาติชาย และธีราภรณ์ ได้อ่านคำประกาศ “คณะก่อการล้านนา” จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้มีกิจกรรมแห่ไม้ค้ำแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จนถึงเวลา 19.00 น. จึงยุติกิจกรรม

    ขณะมีกิจกรรม ได้มีเพจเฟซบุ๊ก Lanner ถ่ายทอดสด และเพจ Neo Lanna แชร์ออกไป ทางกองข่าวของมณฑลทหารบกที่ 33 ที่ติดตามการจัดกิจกรรมโดยตลอดได้รายงานให้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ทราบ

    ผู้กล่าวหาให้การยืนยันว่า การอ่านประกาศของคณะราษฎร ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2475 นั้น เป็นการอ่านหลังจากที่คณะราษฎรได้ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การที่ผู้ต้องหากับพวกนำประกาศคณะราษฎรดังกล่าวมาอ่านอีกครั้งในวันที่ 24 มิ.ย. 2566 (วันครบรอบ) ทำให้เข้าใจได้ว่า ผู้ต้องหากับพวก มีแนวคิดเชิญชวนบุคคลที่ได้รับฟัง เกิดความกระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพกฎหมายหรืออาจล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 2 บัญญัติว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    และผู้กล่าวหาได้สอบถามมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ ทราบว่าการจัดกิจกรรมไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งก่อนเริ่มชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง อีกทั้งขณะจัดกิจกรรม ผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันนำรถเครื่องขยายเสียง ลำโพง โครงเหล็ก เวทีปราศรัยขนาดเล็กมาจอดตั้งไว้บนทางเท้า ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร รวมทั้งมีการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 จึงมอบอำนาจให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี

    นักศึกษาและนักกิจกรรมทั้งสี่คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งหมดพิมพ์ลายนิ้วมือและลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนปล่อยตัวพร้อมนัดให้มารายงานตัวเพื่อส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการในวันที่ 6 ธ.ค. 2566

    (อ้างอิง: บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 2 พ.ย. 2566 และ https://tlhr2014.com/archives/61141)
  • พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ จันทร์เจือแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เข้าสอบปากคำ อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ และ สมชาย ปรีชาศิลปกุล ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ

    ทั้งนี้ หลังนักศึกษาและนักกิจกรรมทั้งสี่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้การปฏิเสธก็ได้ยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือ โดยยืนยันว่า ประกาศทั้งสองฉบับไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 116 แต่เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและอยู่ในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ประกาศคณะราษฎรก็เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ มีการเผยแพร่อยู่ทั่วไป ไม่ได้ถูกห้ามเผยแพร่ กิจกรรมก็ไม่ได้ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือทำให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินแต่อย่างใด

    นอกจากนี้ผู้ต้องหายังให้การต่อสู้ในประเด็นข้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด ทั้งยังได้ขอให้พนักงานสอบสวนสอบพยานนักวิชาการเพิ่มเติมในสาขาต่าง ๆ ทั้งทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ โดยเสนอชื่ออรรถจักร์และสมชายไปด้วย พนักงานสอบสวนจึงได้นัดหมายสอบปากคำนักวิชาการทั้งสองคน

    ประเด็นหลักพนักงานสอบสวนได้สอบถามนักวิชาการทั้งสองว่า เคยอ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 มาก่อนหรือไม่ และอ่านแล้ว คิดว่าประชาชนที่ได้รับฟังจะออกไปกระทำผิดกฎหมายหรือไม่

    นักวิชาการทั้งสองคนได้ให้ความเห็นว่า ประกาศดังกล่าวเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่รับรู้กันโดยทั่วไป และเผยแพร่อย่างกว้างขวางอยู่แล้ว ถูกใช้ในการเรียนการสอนทั้งทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยหรือวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ ถูกใช้ศึกษาในแง่มุมต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ คิดไปไม่ได้ว่าเป็นความพยายามชักจูงให้ไปผิดกฎหมายใด ๆ

    การอ่านประกาศในโอกาสครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน ก็เป็นเพียงการสร้างความรับรู้ในประวัติศาสตร์เท่านั้น และพบว่าโดยตัวของกิจกรรม เมื่ออ่านประกาศแล้ว ก็ไม่มีการแสดงความเห็นว่าทำให้เกิดการกระทำอันเป็นการผิดกฎหมายใด ๆ จัดกิจกรรรมเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ

    ส่วนประกาศคณะก่อการล้านนา ก็พบว่ามีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ อันเป็นเรื่องปกติในระบอบเสรีประชาธิปไตย ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ และการสร้างสวัสดิการให้ประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมไทยควรร่วมกันคิดและไตร่ตรองมากกว่า

    อรรถจักร์ยังระบุว่า การกล่าวหาโดยนำเรื่องประกาศคณะราษฎร และประกาศข้อเรียกร้องของคณะก่อการล้านนา มาเชื่อมโยงกัน เพื่อทำให้กลายเป็นความผิดตามกฎหมายนั้นเป็นการกระทำที่ไม่มีเหตุผลใด ๆ รองรับเลย

    หลังการสอบปากคำพนักงานสอบสวนระบุว่า ต้องนำสำนวนคดีไปพิจารณากับผู้บังคับบัญชาและคณะทำงาน เพื่อทำความเห็นทางคดีต่อไป ด้านผู้ต้องหาเตรียมร้องเรียนการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งกล่าวหาดำเนินคดี โดยเฉพาะการใช้ข้อกล่าวหาในหมวดความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/63328)
  • เวลา 14.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ นัดหมายนักกิจกรรมและนักศึกษาทั้งสี่พร้อมทนายความที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยที่มีเพื่อนนักกิจกรรมได้นำไม้ค้ำที่เคยใช้ในกิจกรรม ใส่รถกระบะเดินทางมาติดตามคดีที่หน้าคณะด้วย

    พนักงานสอบสวนได้สอบถามคำให้การเพิ่มเติมอีกจำนวน 16 คำถาม โดยทั้งหมดเป็นคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดการทำกิจกรรมการชุมนุม เช่น ใครเป็นผู้สนับสนุนออกค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมครั้งนี้ ใครเป็นผู้ว่าจ้าง จัดเตรียมยานพาหนะ สมาชิกกลุ่มผู้ชุมนุมมีใครบ้าง เคยร่วมชุมนุมมาแล้วกี่ครั้ง มีใครสั่งการหรือมอบหมายหน้าที่ในการชุมนุม ใครเป็นคนเตรียมประกาศคณะราษฎร-ประกาศก่อการล้านนา และวัตถุประสงค์ในการอ่านประกาศดังกล่าว

    ผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ยืนยันให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/66573)
  • ชาติชายและวัชรภัทรเดินทางไปที่เทศบาลนครเชียงใหม่เพื่อจ่ายค่าปรับพินัยในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4 และตั้งวางหรือกองวัตถุใด ๆ บนถนน ตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 19 หลังเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ โทรศัพท์แจ้ง

    ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดีแจ้งว่า พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนโดยมีคำสั่งไม่ฟ้องข้อหาตามมาตรา 116 และส่งสำนวนคดีต่อพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ไปแล้ว แต่พนักงานอัยการยังไม่มีคำสั่ง ส่วนข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ซึ่งเป็นความผิดทางพินัยและอยู่ในอำนาจเทศบาล พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเชียงใหม่เป็นผู้เปรียบเทียบปรับ

    หลังนิติกรชำนาญการแจ้งข้อกล่าวหาใน 2 ข้อหาดังกล่าวกับชาติชายและวัชรภัทร ทั้งสองได้ให้การรับสารภาพ โดยระบุว่า การเรียกร้องดังกล่าวเป็รปกติในระบอบประชาธิปไตยในทางการเมือง ได้แก่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การกระจายอำนาจให้ประชาชนจัดการตนเอง และรัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่ว ๆ ไป

    จากนั้นนิติกรฯ ได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงินคนละ 500 บาท ทำให้คดีในส่วนที่เป็นข้อกล่าวหาทั้งสองสิ้นสุดไป

    ในส่วนของธีราภรณ์และเบญจภัทรนั้นจะได้เดินทางไปจ่ายค่าปรับพินัยส่วนนี้ในวันที่ 13 พ.ค. 2568


ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ธีราภรณ์ พุดทะสี

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ชาติชาย ธรรมโม

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เบญจภัทร ธงนันตา

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วัชรภัทร ธรรมจักร

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์