สรุปความสำคัญ

“ตะวัน” ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ “แฟรงค์” ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร 2 นักกิจกรรม ถูกจับกุมและดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีถูกกล่าวหาว่าบีบแตรใส่ขบวนเสด็จของสมเด็จพระเทพฯ บนทางพิเศษศรีรัช เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2567 พร้อมทั้งไลฟ์สดเหตุการณ์และโพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว

ข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นอีกข้อหาที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐอย่างกว้างขวาง

ข้อมูลการละเมิด

  • ผู้ถูกละเมิด
    • ทานตะวัน ตัวตุลานนท์
    • ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • จับกุม / ควบคุมตัว
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ

พฤติการณ์การละเมิด

13 ก.พ. 2567 เวลา 16.50 น. “ตะวัน” ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ “แฟรงค์” ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร 2 นักกิจกรรม ถูกจับกุมบริเวณหน้าป้ายศาลอาญา รัชดาฯ หลังติดตามให้กำลังใจสื่อมวลชน 2 ราย ได้แก่ “เป้” ณัฐพล เมฆโสภณ และ “ยา” ณัฐพล พันธ์พงษ์สานนท์ ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2567 และถูกนำตัวมาฝากขังต่อศาลในวันนี้ ในคดีที่สืบเนื่องมาจาก “บังเอิญ” ใช้สีสเปรย์พ่นลงบนกำแพงวัดพระแก้ว เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2566

โดยตำรวจได้เข้าแสดงหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 13 ก.พ. 2567 ในข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฏต่อประชาชนด้วยวาจาฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) และร่วมกันด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ สืบเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่า บีบแตรใส่ขบวนเสด็จของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2567

ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ออกหมายเรียกให้ตะวันและแฟรงค์ไปเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ ในวันที่ 12 ก.พ. 2567 เวลา 10.00 น. แต่ทั้งสองได้แจ้งความประสงค์ทางโทรศัพท์ว่า ขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นช่วงเวลาบ่ายโมงของวันดังกล่าว เนื่องจากติดเรียนและทำงาน แต่ตำรวจก็ยืนยันจะให้เธอกับแฟรงค์ไปรับทราบข้อกล่าวหาในช่วงเช้า เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่ว่างช่วงบ่าย ทั้งสองจึงขอเลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาไปเป็นวันที่ 20 ก.พ. 2567 โดยทนายความได้ทำหนังสือขอเลื่อนและมอบให้เสมียนทนายไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนในเช้าวันที่ 12 ก.พ. 2567 แล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังตะวันและแฟรงค์ไม่ได้ปรากฏตัวในวันที่ 12 ก.พ. พนักงานสอบสวนจึงขอศาลอาญาออกหมายจับ โดยมีข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพิ่มมาด้วย ก่อนศาลอาญาอนุมัติหมายจับ

เวลา 17.00 น. ตะวันและแฟรงค์ได้ถูกนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สน.ดินแเดง โดยมีทนายความติดตามไปให้ความช่วยเหลือทางคดี

เนื้อหาในบันทึกจับกุม โดยสรุประบุว่า เวลา 16.45 น. ที่ทางเดินเท้าบริเวณหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมทั้งหมด 10 นาย นำโดย พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น. 9 และเจ้าพนักงานตำรวจ คฝ. หญิง รวม 10 นาย นำกำลังเข้าควบคุมตัวตะวันและแฟรงค์ ตามหมายจับเลขที่ 610/2567 และเลขที่ 611/2667 ลงวันที่ 13 ก.พ. 2567 ตามลำดับ เพราะสืบทราบมาว่าทั้งสองจะปรากฏตัวบริเวณหน้าศาล ต่อมาพบเจอตัวทั้งสองจริงจึงได้แสดงตัว เจ้าพนักงานอ่านหมายจับและนำตัวทั้งสองไปที่ สน. ดินแดง ตะวันและแฟรงค์ไม่ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุมนี้

ระหว่างนี้ที่หน้า สน.ดินแดง มีประชาชนมาให้กำลังใจทั้งสองจำนวนหนึ่ง ต่อมา 18.30 น. ตำรวจที่ สน.ดินแดง ได้แจ้งกับทนายความว่าจะแยกตะวันไปสอบปากคำและควบคุมตัวที่ สน.ฉลองกรุง แต่ตะวันได้แจ้งความประสงค์ว่า ขอให้สอบปากคำและควบคุมตัวเธอไว้ที่ สน.ดินแดง พร้อมกับแฟรงค์ แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) หญิง จำนวน 4 นาย ได้เข้ามาควบคุมตัวและอุ้มตัวเธอขึ้นไปบนรถผู้ต้องขัง ก่อนเคลื่อนตัวออกไปที่ สน.ฉลองกรุง ในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น.

ตะวันถูกควบคุมตัวถึง สน.ฉลองกรุง ในเวลา 20.30 น. โดยทนายความที่ขับรถติดตามไปพบว่า ตะวันมีร่องรอยช้ำแดงจากการอารยขัดขืนขณะถูก คฝ.หญิงพาตัวขึ้น-ลงรถผู้ต้องหาระหว่างย้ายที่ควบคุมตัว

ต่อมา พ.ต.ต.ธราดล วงศ์เจริญยศ สว.(สอบสวน) สน. ดินแดง ได้แจ้งข้อกล่าวหากับตะวันใน 3 ฐานความผิดตามหมายจับ ระบุพฤติการณ์คดีว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2567 ตะวัน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และแฟรงค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ได้นั่งรถยนต์มาถึงบริเวณทางร่วมเข้าต่างระดับมักกะสันที่มี พ.ต.ท.ชญานิน พันธ์ภักดี สารวัตรงานศูนย์ควบคุมจราจรทางด่วน 2 บก.จร. ผู้กล่าวหาที่ 1 กับพวก เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ถวายความปลอดภัย ขบวนเสด็จของกรมสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งจะเสด็จผ่านในบริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้หยุดรถที่มาจากทางร่วมชั่วคราว เพื่อถวายความปลอดภัย แต่แฟรงค์ได้พยายามขับรถแทรกระหว่างรถยนต์ที่จอดชะลอด้านหน้าจำนวนหลายคัน ซึ่งไม่สามารถขับผ่านไปได้ เพราะผู้กล่าวหาที่ 1 ให้สัญญาณมือให้รถคันดังกล่าวหยุด แต่แฟรงค์กลับบีบแตรเสียงดังต่อเนื่องประมาณ 1 นาที โดยไม่มีสาเหตุ ขณะที่ตะวันเปิดกระจกและส่งเสียงตะโกนโวยวาย

เมื่อขบวนเสด็จได้ผ่านไป ผู้กล่าวหาที่ 1 ได้เปิดการจราจรให้รถยนต์จากทางร่วมวิ่งไปได้ แต่ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวมีพฤติการณ์ขับรถออกไปด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่เห็นว่าอาจเป็นอันตรายต่อขบวนเสด็จจึงได้วิทยุแจ้งให้เจ้าหน้าที่คนอื่นทราบ จนรถคันดังกล่าวมาถึงบริเวณทางลงพหลโยธิน 1 (อนุสาวรีย์สมรภูมิ) เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำหน้าที่รถปิดท้ายขบวนจึงได้สกัดรถคันดังกล่าวไว้ไม่ให้สามารถแทรกเข้าไปร่วมในขบวนเสด็จได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเดินเข้าไปพูดคุย

โดยตะวันได้ทำการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และยังส่งเสียงโวยวายต่อว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ส่วนแฟรงค์ก็บีบแตรลากยาว ส่งเสียงดังรบกวน ก่อความเดือดร้นรำคาญให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน แฟรงค์ยังได้กล่าววาจาในลักษณะดูหมิ่น ดูถูก เหยียดหยาม ส.ต.อ.นพรัตน์ ผู้กล่าวหาที่ 2 ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย

หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ชญานิน ผู้กล่าวหาที่ 1 และ ส.ต.อ.นพรัตน์ ผู้กล่าวหาที่ 2 ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับตะวันในข้อหา ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ และดำเนินคดีแฟรงค์ในข้อหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน, ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ และใช้เสียงสัญญาณยาวหรือซ้ำโดยไม่มีเหตุอันควร

ต่อมา พ.ต.ท.สรัล สุรเดชานนท์ รอง ผกก.สส.สน.ดินแดง ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้สืบสวนหาพยานหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำรายงานการสืบสวน โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในวันที่ 4 ก.พ. 2567 ตะวันได้ทำการไลฟ์สดเหตุการณ์ดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊กตนเองที่เปิดเป็นสาธารณะ บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ มีผู้ติดตามมากกว่า 37,000 คน ซึ่งประชาชนได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งในทางที่ “เห็นชอบด้วย” และ “ไม่เห็นชอบด้วย” สร้างประเด็นให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน

ต่อมา ยังพบว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2567 ตะวันได้โพสต์คลิปเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของตะวันกับแฟรงค์ที่เป็นการแสดงการต่อต้าน ท้าทาย และดูหมิ่นพระเกียรติยศต่อขบวนเสด็จของสมเด็จพระเทพฯ การกระทำดังกล่าวของตะวันและแฟรงค์เป็นการสร้างภาพตัวอย่าง ชักจูงให้คล้อยตามพฤติกรรมของตน เป็นการกระทำโดยมีเจตนาให้ปรากฏแก่ประชาชน ซึ่งมิใช่เป็นการกระทำภายใต้ความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต หรือส่งเสริมให้บุคคลแสดงความคิดเห็นต่อต้านขบวนเสด็จของพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ พ.ต.ท.สรัล ผู้กล่าวหาที่ 3 จึงมาแจ้งความให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับทั้งสองข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามมาตรา 116 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)

ด้านแฟรงค์ถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่ สน.ดินแดง เหมือนกับตะวัน 3 ข้อหา พร้อมทั้งข้อหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และใช้เสียงสัญญาณยาวหรือซ้ำโดยไม่มีเหตุอันควร อีก 2 ข้อหา รวมเป็น 5 ข้อหา

ทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งยังไม่ลงลายมือชื่อในเอกสารใด ๆ และปฏิเสธพิมพ์ลายนิ้วมือด้วย พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวทั้งสองเพิ่มเติม ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุอันควร อีก 1 ข้อหา

หลังเสร็จการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำในช่วงเวลา 23.00 น. ตะวันถูกควบคุมตัวที่ สน.ฉลองกรุง ส่วนแฟรงค์อยู่ที่ สน.ดินแดง เพื่อรอพนักงานสอบสวนนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น

14 ก.พ. 2567 หลังพนักงานสอบสวนควบคุมตัวตะวันและแฟรงค์ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง และศาลไต่สวนคำร้องขอฝากขังเสร็จก็มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ 1 เป็นระยะเวลา 12 วัน (14 – 25 ก.พ. 2567)

ทนายความเข้ายื่นคำร้องขอประกันตะวันและแฟรงค์ในทันที แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันระหว่างการสอบสวน ระบุคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า ข้อหาที่ผู้ต้องหาทั้งสองถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง พฤติการณ์ในการกระทำผิดของผู้ต้องหาทั้งสองมีลักษณะไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความปั่นป่วนต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม หากให้ปล่อยตัวชั่วคราวมีเหตุน่าเชื่อว่าจะไปก่อเหตุอันตรายลักษณะเดียวกันนี้ หรือประการอื่นอีก ทั้งอาจเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ยกคำร้อง

ผลของคำสั่งไม่ให้ประกันของศาล ทำให้ตะวันถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง และแฟรงค์ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันที

(อ้างอิง: บันทึกการจับกุมและบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา สน.ดินแดง ลงวันที่ 13 ก.พ. 2567 และ https://tlhr2014.com/archives/64826)

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์