สรุปความสำคัญ
“ภาคภูมิ” (นามสมมติ) ผู้ป่วยจิตเภทวัย 35 ปี ถูกจับกุมโดยไม่มีหมายจับและดำเนินคดีในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ และกระทำการใด ๆ ต่อธงเพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 118 รวมถึงข้อหาตาม พ.ร.บ.ธงฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากเหตุโพสต์รูปภาพเหยียบพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 และโพสต์วิดีโอขณะปัสสาวะใส่พระบรมฉายาลักษณ์และธงชาติไทย เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น และส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประชาชน รวมถึงผู้ป่วยจิตเวช
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษแม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งบุคคลอื่น และส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประชาชน รวมถึงผู้ป่วยจิตเวช
ข้อมูลการละเมิด
ครั้งที่ : 1
วันที่ : 18-11-2025
-
ผู้ถูกละเมิด
- "ภาคภูมิ" (นามสมมติ)
-
ประเด็นการละเมิดสิทธิ
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
-
รูปแบบการละเมิดสิทธิ
- จับกุม / ควบคุมตัว
- บุกค้น / ยึดทรัพย์สิน
-
ผู้ละเมิด
- ตำรวจ
พฤติการณ์การละเมิด
18 พ.ย. 2568 “ภาคภูมิ” (นามสมมติ) ประชาชนวัย 35 ปี ถูกพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รับตัวจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาไปที่ สน.โชคชัย และแจ้งข้อกล่าวหาโดยไม่มีทนายความอยู่ร่วม ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, กระทำการใด ๆ ต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐ เพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ, กระทำการเหยียดหยามต่อธง รูปจำลองของธงหรือแถบสีธง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 118, พ.ร.บ.ธงฯ มาตรา 54 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)
หลังสอบปากคำซึ่งภาคภูมิให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาออกหมายขังภาคภูมิ ระบุพฤติการณ์คดีว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 นว คูนทากาญจน์ ผู้กล่าวหา พบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพตัวเองใช้เท้าเหยียบพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 และโพสต์วิดีโอขณะที่เขายืนปัสสาวะใส่พระบรมฉายาลักษณ์และธงชาติไทย ผู้กล่าวหาจึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีภาคภูมิซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว
เย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.โชคชัย ได้ “เชิญตัว” ภาคภูมิมาพบพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนพบว่า เขามีพฤติกรรมผิดปกติทางจิต จึงได้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อตรวจวินิจฉัย
ต่อมา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จพระเจ้ายา ได้มีหนังสือแจ้งผลตรวจวินิจฉัยลงวันที่ 12 ก.ย. 2568 ว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้มีความผิดปกติทางจิต เป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) แต่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงให้พนักงานสอบสวนไปรับตัวกลับมา
คำร้องขอฝากขังระบุอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนพยานผู้เสียหายอีก 7 ปาก แม้ผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวจึงได้สั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายขัง โดยในตอนท้าย พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง และเกรงว่าจะไปก่อเหตุซ้ำ
ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ภาคภูมิ” ในผัดแรกเป็นระยะเวลา 12 วัน ทำให้เขาถูกนำตัวไปขังอยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเย็นวันนั้นทันที ก่อนได้รับอนุญาตให้ประกันตัวในวันที่ 21 พ.ย. 2568 โดยให้วางหลักประกันจำนวน 180,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์
(อ้างอิง: คำร้องขอให้ศาลออกหมายขังครั้งที่ 1 ศาลอาญา ลงวันที่ 18 พ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/80081)
หลังสอบปากคำซึ่งภาคภูมิให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาออกหมายขังภาคภูมิ ระบุพฤติการณ์คดีว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 นว คูนทากาญจน์ ผู้กล่าวหา พบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพตัวเองใช้เท้าเหยียบพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 และโพสต์วิดีโอขณะที่เขายืนปัสสาวะใส่พระบรมฉายาลักษณ์และธงชาติไทย ผู้กล่าวหาจึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีภาคภูมิซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว
เย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.โชคชัย ได้ “เชิญตัว” ภาคภูมิมาพบพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนพบว่า เขามีพฤติกรรมผิดปกติทางจิต จึงได้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อตรวจวินิจฉัย
ต่อมา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จพระเจ้ายา ได้มีหนังสือแจ้งผลตรวจวินิจฉัยลงวันที่ 12 ก.ย. 2568 ว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้มีความผิดปกติทางจิต เป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) แต่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงให้พนักงานสอบสวนไปรับตัวกลับมา
คำร้องขอฝากขังระบุอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนพยานผู้เสียหายอีก 7 ปาก แม้ผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวจึงได้สั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายขัง โดยในตอนท้าย พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง และเกรงว่าจะไปก่อเหตุซ้ำ
ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง ภาคภูมิ” ในผัดแรกเป็นระยะเวลา 12 วัน ทำให้เขาถูกนำตัวไปขังอยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเย็นวันนั้นทันที ก่อนได้รับอนุญาตให้ประกันตัวในวันที่ 21 พ.ย. 2568 โดยให้วางหลักประกันจำนวน 180,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์
(อ้างอิง: คำร้องขอให้ศาลออกหมายขังครั้งที่ 1 ศาลอาญา ลงวันที่ 18 พ.ย. 2568 และ https://tlhr2014.com/archives/80081)
List คดี
แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์