สรุปความสำคัญ

คืนวันที่ 9 ม.ค. 2564 มีผู้นำสีสเปรย์ไปพ่นข้อความ “ภาษีกู”, “ยกเลิก 112” บนรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ และป้ายหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต รวม 6 จุด ต่อมา “นิว” สิริชัย นาถึง กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ถูกตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมในช่วงกลางคืน ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีในข้อหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ และทำให้เสียทรัพย์ โดยถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกอีก 1 คน พ่นสีสเปรย์ข้อความดังกล่าว

คดีนี้นับเป็นคดีแรกของการมาตรา 112 กลับมาใช้ระลอกใหม่ ที่ศาลออกหมายจับ โดยก่อนหน้านี้ตำรวจออกเป็นหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา นอกจากการออกหมายจับจะก่อให้เกิดการตั้งคำถาม เนื่องจากรูปภาพและข้อภาพไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 อีกทั้งมีการออกหมายจับ "เดฟ" ซึ่งที่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย การเข้าจับกุมนิวในช่วงกลางคืนยังมีการละเมิดสิทธิหลายประการ ทั้งการไม่ให้ติดต่อทนาย ไม่แจ้งต่อเพื่อนหรือญาติว่านิวถูกควบคุมตัวอยู่ที่ใด เข้าข่ายบังคับให้สูญหายไปขณะหนึ่ง การออกหมายค้นให้เข้าตรวจค้นที่พักในยามวิกาล ทำให้เพื่อนและนักกิจกรรมเฝ้าติดตามสถานการณ์การจับกุม และแสดงความไม่พอใจต่อการบังคับใช้กฎหมาย จนกระทั่งถูกดำเนินคดีตามมาอีก 4 คดี

ขณะที่นิวก็ถูกดำเนินคดีอีกคดีฐาน ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 18 และ 27 หลังปฏิเสธให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์และไอแพด เนื่องจากเห็นว่าการกระทำที่ถูกกล่าวหาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ข้อมูลการละเมิด

  • ผู้ถูกละเมิด
    • สิริชัย นาถึง
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • เสรีภาพการแสดงออก
    • สิทธิในความมั่นคงปลอดภัย
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • จับกุม / ควบคุมตัว
    • บังคับให้สูญหาย
    • บุกค้น / ยึดทรัพย์สิน
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ
 
  • ผู้ถูกละเมิด
    • สิริชัย นาถึง
  • ประเด็นการละเมิดสิทธิ
    • สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
  • รูปแบบการละเมิดสิทธิ
    • จับกุม / ควบคุมตัว
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ
 
  • ผู้ถูกละเมิด
    • ชยพล ดโนทัย
  • ผู้ละเมิด
    • ตำรวจ

พฤติการณ์การละเมิด

13 ม.ค. 2464 เวลา 20.50 น. ขณะ “นิว” สิริชัย นาถึง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาจากบ้านเพื่อนเพื่อไปทานข้าวถึงบริเวณหมู่บ้านนวลตอง ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ได้มีตำรวจนอกเครื่องแบบราว 10 นาย ขับรถมาประกบปิดหัว-ท้ายซอยของหมู่บ้านฯ และเข้าแสดงหมายจับตามมาตรา 112 นิวขอติดต่อทนายความ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาต และพยายามยึดโทรศัพท์ พร้อมทั้งใช้กำลังบังคับโดยการลากไปขึ้นรถ เมื่อมาถึง สภ.คลองหลวง ตำรวจได้ยึดโทรศัพท์ของเขาไปและยังไม่ให้ติดต่อทนาย

เวลา 21.30 น. ตำรวจเริ่มทำบันทึกจับกุม ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้มีขึ้นภายใต้การอํานวยการและสั่งการของ พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.สมศักดิ์ นิเต็ม ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง โดยชุดจับกุมประกอบด้วย ตํารวจสืบสวน สภ.คลองหลวง รวมกว่า 30 นาย และกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี อีก 16 นาย ทำการจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 14/2564 ลงวันที่ 13 ม.ค. 2564 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และทําให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางรวม 4 รายการ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ iphone 1 เครื่อง, บุหรี่ไฟฟ้า พร้อมกระเป๋าบรรจุ 1 ชุด

โดยตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่ง ของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษี หรือของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร” ด้วย

นิวให้การปฏิเสธข้อหาและไม่ลงชื่อในบันทึกการจับกุม แต่เขียนเป็นข้อความ “ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” แทน หลังทำบันทึกจับกุมเสร็จและตรวจร่างกายแล้วในเวลาราว 22.00 น. ตำรวจจึงให้นิวโทรศัพท์คุยกับทนาย แต่ขณะยังคุยยังไม่จบดี ตำรวจก็ดึงโทรศัพท์ไป

ต่อมาในช่วงราว 23.35 น. “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และเพื่อน นศ. ที่เพิ่งทราบข่าวเรื่องการจับกุม เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง พยายามเข้าติดตามสอบถามว่านิวถูกจับกุมตัวไปไว้ที่ไหน โดยมีตำรวจตั้งแถวด้านหน้า สภ.คลองหลวง

จากนั้น เพนกวินได้แจ้งผ่านทาง Live ของเฟซบุ๊คว่า นิวได้ถูกส่งตัวไปที่ บก.ตชด.ภาค 1 และขอให้ประชาชนจับตาการจับกุมครั้งนี้ ก่อนที่เพนกวินพร้อมเพื่อนนักศึกษาจำนวนหนึ่งจะเดินทางไปที่ บก. ตชด. ภาค 1

00.20 น. ของวันที่ 14 ม.ค. 2564 ทนายความเดินทางถึง บก. ตชด. ภาค 1 และทำเรื่องประสานงานเพื่อเข้าเยี่ยม ขณะที่บริเวณทางเข้า มีเพนกวินและ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล พร้อมเพื่อนนักศึกษา รวมถึงอาจารย์จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้สื่อข่าว รวมกว่า 20 คน มาติดตามสถานการณ์การจับกุม

ราว 20 นาทีต่อมา เพนกวิน, รุ้ง และเพื่อนนักศึกษารวมตัวกันเดินเข้าไปใน บก. ตชด.ภาค 1 เจ้าหน้าที่ ตชด. ได้ออกมาชี้แจงว่านิวไม่ได้ถูกควบคุมตัวมาที่ บก. ตชด. และขอให้นักศึกษาทั้งหมดเดินทางออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังได้แจ้งว่า การกระทำดังกล่าวนี้ถือเป็นการบุกรุก โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนบันทึกภาพนักศึกษาที่เดินทางเข้าไปใน บก. ตชด. ด้านทนายความ เมื่อทราบว่านิวไม่ได้ถูกควบคุมตัวมาที่นี่ จึงเดินทางกลับไปที่ สภ. คลองหลวง อีกครั้งเพื่อขอดูบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ อีกด้านในโลก Twitter แฮชแท็ก #saveนิวมธ ปรากฏขึ้นบนเทรนด์ของประเทศไทย

เมื่อกลุ่มเพื่อนนักศึกษาเดินเข้าไปตรวจสอบบริเวณห้องควบคุมตัวภายใน บก.ตชด.ภาค 1 พบว่านิวไม่ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่นี่ จึงพยายามสอบถามกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดสามารถให้ข้อมูลได้ อีกทั้งยังมีท่าทีบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมติดต่อประสานงานเพื่อหาตัวผู้ถูกจับกุม ขณะที่ทนายความก็ได้รับแจ้งจากตำรวจ สภ.คลองหลวง ว่านิวไม่ได้อยู่ที่นั่น

01.33 น. กลุ่มเพื่อนยังพยายามติดตามหานิว โดยไปที่หอพักซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต พบนิวอยู่ในรถตำรวจด้านล่างหอพัก จึงได้ยืนขวางรถและพยายามตะโกนสื่อสารกับนิว รวมทั้งแจ้งข่าวไปยังทนายความ เมื่อทนายความมาถึง พบว่า เจ้าหน้าที่นำตัวนิวมาเข้าตรวจค้นที่พักเสร็จแล้ว โดยเป็นการตรวจค้นตามหมายค้นที่ออกโดยศาลจังหวัดธัญบุรี ในหมายดังกล่าวระบุให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจค้นได้ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 13 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป

นิวให้ข้อมูลว่า ถูกนำตัวไปที่ บก. ตชด. ภาค 1 จริง แต่อยู่ได้ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ก็ถูกนำตัวมาค้นห้องพักโดยตำรวจไม่ได้แสดงหมายค้น โดยมีเพื่อนของนิวมาร่วมรับทราบการตรวจค้นด้วย 1 คน หลังจากตรวจค้นแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นและให้นิวลงลายมือชื่อ

02.10 น. ตำรวจควบคุมตัวนิวกลับมาที่ สภ.คลองหลวง โดยระหว่างพาตัวเข้าห้องสอบสวน พบว่ามีอาการอ่อนเพลีย มีไข้สูงมาก อีกทั้งยังไม่ได้ทานข้าวและทานยา ส่วนบรรยากาศด้านหน้า สภ.คลองหลวง มีนักศึกษาและประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ ขณะที่ตำรวจตั้งแถวปิดประตูด้านหน้า สภ. ไว้

พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง พนักงานสอบสวน ทำการแจ้งข้อกล่าวหานิวในข้อหา “ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์” และ “ทำให้เสียทรัพย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 358 จากการพ่นสีสเปรย์ข้อความ “ภาษีกู”, “ยกเลิก 112” บนรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ และป้ายหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต รวม 6 จุด ซึ่งมีนายสิริภัทร กาฬสิงห์ เจ้าหน้าที่เทศบาลคลองหลวงเป็นผู้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีข้อหาทำให้เสียทรัพย์

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังได้แจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งตรวจยึดได้ขณะเข้าจับกุมด้วย นิวให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือใน 30 วัน

02.45 น. ด้านหน้า สภ.คลองหลวง เกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนายหนึ่งพยายามถ่ายภาพนักศึกษาและประชาชนที่มาให้กำลังใจนิว เพนกวินจึงได้เข้าไปสอบถามชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบได้เข้ามาห้ามปราม เกิดความวุ่นวายระหว่างเจ้าหน้าที่และมวลชนช่วงหนึ่ง

ราว 03.03 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดทำบันทึกการตรวจค้น โดยระบุรายชื่อสิ่งของที่ตรวจยึดจากห้องพักรวม 15 รายการ ซึ่งสิ่งของดังกล่าวบรรจุใส่ซองพยานวัตถุพยานไว้แล้ว ทนายความไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นสิ่งเดียวกับที่ยึดมาจากห้องพักหรือไม่ โดยภายหลังจัดทำบันทึกจับกุม ทนายความขอให้เขียนหมายเหตุว่า เจ้าหน้าที่ไม่แสดงหมายก่อนการเข้าตรวจค้น และไม่ได้ทำบันทึกการตรวจยึดสิ่งของ ณ สถานที่ตรวจค้น แต่กลับมาทำที่สถานีตำรวจหลังยึดของกลางใส่ถุงไปแล้วหลายชั่วโมง แต่พนักงานสอบสวนไม่ให้เขียน ทนายความจึงไม่ลงชื่อในบันทึกการตรวจยึดดังกล่าว ขณะที่พนักงานสอบสวนไม่มอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ฝ่ายผู้ต้องหาด้วย เสร็จกระบวนการทั้งหมดในเวลาประมาณ 04.45 น. พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนิวไว้ เพื่อส่งฝากขังต่อศาลในช่วงเช้า

ต่อมา ในเช้าวันที่ 14 มกราคม 2564 หลังพนักงานสอบสวนนำตัวนิวไปยื่นคำร้องขอฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี โดยทนายความยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง และต่อมาอนุญาตให้ประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์ประกันเป็นเงินสด และตำแหน่งอาจารย์รวมมูลค่า 150,000 บาท กำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการในทำนองเดียวกันซ้ำอีก

กรณีการเข้าจับกุมและควบคุมตัวสิริชัย นาถึง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่ามีประเด็นที่ควรต้องตั้งคำถามต่อการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจละเมิดสิทธิของผู้ต้องหาหลายประการดังนี้

1. ศาลได้ออกหมายจับตามมาตรา 112 แม้ว่ารูปบุคคลที่เสียหายจะไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” ก็ตาม
2. ศาลออกหมายค้นให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นได้ในยามวิกาล คือตั้งแต่ 21.00 น. เป็นต้นไป ทั้งที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96 ระบุว่า การค้นในที่รโหฐานต้องกระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นดังนี้ (1) เมื่อลงมือค้นแต่ในเวลากลางวัน ถ้ายังไม่เสร็จจะค้นต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้ (2) ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง หรือซึ่งมีกฎหมายอื่นบัญญัติให้ค้นได้เป็นพิเศษ จะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้ (3) การค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญจะทำในเวลากลางคืนก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตพิเศษจากศาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ซึ่งกรณีนี้ การเข้าค้นเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ไม่ได้เริ่มตั้งแต่ตอนกลางวัน อีกทั้งไม่ได้มีกรณีฉุกเฉินใดๆ แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ไม่ได้ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นในเวลากลางคืน อีกทั้งนักศึกษารายนี้ก็ไม่ใช่บุคคลดุร้ายหรือผู้ร้ายแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่นักศึกษาปี 1 เท่านั้น
3. ตำรวจไม่ให้สิทธิในการเข้าถึงทนายความในชั้นจับกุม ให้ติดต่อเพียงสั้นๆ หลังทำบันทึกจับกุมเสร็จ ซึ่งยังคุยไม่เสร็จ และภายหลังทนายไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาถูกยึดโทรศัพท์
4. ตำรวจไม่ยอมแจ้งสถานที่คุมตัวผู้ต้องหา หลอกล่อไปมาจนเกิดความสับสน อ้างตอนหลังจากพบตัวผู้ต้องหาแล้วว่ากลัวเป็นอุปสรรคในการตรวจค้น ภาวะการณ์เช่นนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะทำให้บุคคลอยู่นอกความคุ้มครองกฎหมาย เป็นการควบคุมตัวโดยมิชอบ ทำให้ผู้ต้องหาถูกบังคับให้สูญหายไปแล้วในขณะหนึ่ง (short term disappearance) เป็นการละเมิดสิทธิขั้นร้ายแรง
5. เจ้าหน้าที่ไม่สามารถพาตัวผู้ต้องหาไป บก.ตชด.ภาค 1 ได้ เพราะตามกฎหมายต้องควบคุมตัวในที่ทำการพนักงานสอบสวนเท่านั้น
6. ตำรวจเริ่มตรวจค้นโดยไม่แสดงหมายค้นก่อนเข้าตรวจค้น แต่แสดงหมายค้นภายหลังตรวจค้นเสร็จแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปร่วมตรวจค้นด้วย อีกทั้งไม่ได้ทำบันทึกการตรวจค้น ณ สถานที่ตรวจค้น กลับมาทำที่สถานีตำรวจหลังยึดของกลางใส่ถุงไปแล้วหลายชั่วโมง ซึ่งยืนยันไม่ได้ว่าของในซองพยานมาจากห้องผู้ต้องหาจริงหรือไม่
7. คดีนี้นับเป็นการดำเนินคดี 112 คดีแรก ที่ศาลอนุญาตออกหมายจับ ตั้งแต่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกแถลงการณ์บังคับใช้กฎหมายทุกมาตราเพื่อจัดการผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่าในช่วงแรก ตำรวจได้ไปขอศาลออกหมายจับในคดีแกนนำบางคดี แต่ศาลไม่อนุญาต

(อ้างอิง: บันทึกการจับกุม สภ.คลองหลวง ลงวันที่ 13 ม.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/25065)

ขณะทนายความกำลังยื่นคำร้องขอประกันตัว โดยสิริชัยยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องควบคุมของศาล พ.ต.ต.สุรโชค กังวานวาณิชย์ สารวัตรกองกํากับการกลุ่มงานสนับสนุน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้นำคำสั่งศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 1/2564 มาให้ เป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งสั่งให้สิริชัยให้รหัสเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์มือถือและไอแพดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไปเมื่อคืนที่ผ่านมา

สิริชัยยืนยันไม่ให้รหัสผ่าน ทำให้ พ.ต.ต.สุรโชค เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ พ.ต.ท.ภุมเรศ อินทร์คง สว. (สอบสวน) สภ.ธัญบุรี ดําเนินคดีกับสิริชัย หลังจากสิริชัยได้รับการปล่อยตัวจากศาลจังหวัดธัญบุรี จึงได้เดินทางไปที่ สภ.ธัญบุรี พ.ตท.ภุมเรศ แจ้งข้อกล่าวหา ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 18 และ 27

สิริชัยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า คดีของ สภ.คลองหลวง ที่เป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกคำสั่งให้เจ้าพนักงานมีอำนาจตรวจสอบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น เป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการพ่นสี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จึงไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา หลังสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวสิริชัยไปโดยไม่ได้มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด

(อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สภ.ธัญบุรี ลงวันที่ 14 ม.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/25090)

15 ม.ค. 2564 เวลาประมาณ 11.30 น. ‘เดฟ’ ชยพล ดโนทัย นักศึกษาปี 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏชื่อของตนเองในหมายค้นที่พักของสิริชัยว่าเป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับ ประกอบกับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนที่แจ้งต่อสิริชัย ระบุพฤติการณ์ว่าเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2564 เวลาประมาณ 08.00 น. พนักงานสอบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและระบุว่านายสิริชัย นาถึง กับนายชยพล ดโนทัย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนไปกระทำความผิด

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อาทิ เพนกวินและรุ้งได้มาให้กำลังใจเดฟ โดยจูงแพะ 3 ตัวที่คลุมธงสีแดง มีตัวอักษรสีเหลืองเป็นเลข 112 เดินเข้ามายังบริเวณ สภ.คลองหลวง

เดฟให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ต้องเดินทางมาแสดงตัวในวันนี้ พร้อมกับหลักฐานว่าตนเองไม่ได้อยู่ในวันและเวลาที่เกิดเหตุที่ได้ปรากฎในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาของนิว เนื่องจากขณะนั้นตนพักอาศัยอยู่ในภูมิลำเนาเดิมที่ จ.สงขลา และเพิ่งเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อค่ำของวันที่ 14 ม.ค. 2564

อย่างไรก็ตาม เมื่อชยพลพร้อมทนายความได้ขอให้ตำรวจแสดงหมาย แต่ผู้กำกับ สภ.คลองหลวง ยืนยันว่าไม่เคยมีการออกหมายจับ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีก็ยืนยันว่าไม่เคยมีการออกหมายจับ จึงไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชยพล

ชยพลจึงได้ให้พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้ โดยมีรายละเอียดว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2563 จนถึงวันที่ 14 มกราคม 2564 ผู้แจ้งพักอาศัยอยู่ที่ อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และได้มาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง แล้วในวันนี้ หากพนักงานสอบสวนมีหมายจับที่ 15/2564 ของศาลจังหวัดธัญบุรี หรือตามหมายจับเลขที่อื่นใดก็ขอให้แสดงต่อผู้แจ้ง เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป ไม่เช่นนั้นก็ขอให้พนักงานสอบสวนเพิกถอนหมายจับดังกล่าว

หลังลงบันทึกประจำวัน ชยพลจึงได้เดินทางกลับในเวลาประมาณ 13.30 น. โดยทนายความได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ชยพลได้มาแสดงตนต่อตำรวจแล้วซึ่งจะทำให้หมายจับสิ้นผลไป หากชยพลถูกจับตามหมายดังกล่าวอีก จะถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.54 น. สำนักข่าวมติชน ได้นำเสนอข่าวว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีที่ 16/2564 ยื่นคำร้องขอยกเลิกหมายจับ เนื่องจากตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่า ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับนายชยพล ดโนทัย โดยศาลมีคำสั่งรับคำร้อง เรียกสอบแล้ว ผู้ร้องแถลงยืนยันตามคำร้อง จึงอนุญาตให้ยกเลิกหมายจับ

(อ้างอิง: บันทึกประจำวัน สภ.คลองหลวง ลงวันที่ 15 ม.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/25128)

ภูมิหลัง

  • สิริชัย นาถึง
    กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
  • ชยพล ดโนทัย
    กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์