ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ความสำคัญของคดี

"เพนกวิน" พริษฐ์ ชิวารักษ์ และเพื่อนนักศึกษา/นักกิจกรรมรวม 5 คน ถูกดำเนินคดี "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีประชาชนทั่วไป คือ ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี เป็นผู้เข้าแจ้งความกล่าวโทษ จากการทำกิจกรรม #ใครๆก็ใส่ครอปท็อป เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 โดยแต่งกายชุดครอปท็อป เดินภายในสยามพารากอน เพื่อรณรงค์ “ยกเลิก112” และยืนยันว่าการสวมชุดครอปท็อปไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย หลังสายชล (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 16 ปี ถูกดำเนินคดี มาตรา 112 เพียงเพราะใส่ชุดครอปท็อปและเขียนข้อความบนตัวเอง

นอกจากนักกิจกรรม 5 คน กิจกรรมนี้ยังมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 2 คน ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ด้วย

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พีระพงษ์ พานิชสุข พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 บรรยายฟ้องโดยสรุประบุว่า

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 2, 6, 25, 31, 45, 50 และ 52 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหาหรือฟ้องร้องมิได้ และผู้ใดจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ตลอดจนจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพให้กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือให้เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทยในทางหนึ่งทางใดมิได้ ทั้งรัฐและพลเมืองหรือปวงชนชาวไทยต่างมีหน้าที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดํารงคงอยู่คู่ประเทศชาติตลอดไป

นอกจากนี้สถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันซึ่งเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็นสถาบันหลักของชาติที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะประมุขของชาติ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ผู้ใดจะนําสถาบันพระมหากษัตริย์มาล้อเลียนมิได้ คนไทยทุกคนต่างล้วนสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ มีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ทั้งนี้ รวมถึงการกล่าวถึงพระนามของกษัตริย์ต้องแสดงออกด้วยความเคารพตามขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณี อันเป็นสิ่งที่คนไทยโดยทั่วไปพึงปฏิบัติสั่งสมกันตลอดมา

ขณะเกิดเหตุประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 10

วันที่ 14-19 ธ.ค. 2563 ตํารวจฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน และกองบัญชาการตํารวจสันติบาล พบว่าเพจเฟซบุ๊กชื่อ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” และ “เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak” ได้มีการโพสต์ข้อความประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ร่วมกันใส่ชุด Crop Top (ครอปท็อป หรือชุดเสื้อกล้ามเอวลอย) เดินที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ในวันที่ 20 ธ.ค. 2563

ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีจําเลยทั้งห้า กับพวกอีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน พนักงานสอบสวนได้แยกสํานวนดําเนินคดีต่างหาก เป็นแกนนําทั้งเจ็ดผู้ร่วมจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้

ครั้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 จําเลยทั้งห้า กับพวกอีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน ได้ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ โดยการแสดงบทบาทล้อเลียนดูหมิ่นรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยวิธีการร่วมกันและแบ่งหน้าที่กันทํา ได้แก่ ร่วมกันแต่งกายใส่ชุด Crop Top (ครอปท็อป หรือชุดเสื้อกล้ามเอวลอย) ร่วมกันเขียนถ้อยคําหรือข้อความตามเนื้อตัวร่างกาย ร่วมกันกล่าวคําพูดหรือถ้อยคํา แสดงบทบาท แสดงกิริยาอาการทางร่างกาย ใบหน้า และวิธีอื่นใดในทํานองเดียวกัน แล้วเดินวนเวียนไปมาที่บริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมขนาดใหญ่ โดยเจตนาแสดงออกและสื่อความหมายให้ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นบุคคลที่สามเข้าใจว่า กลุ่มจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันแสดงตนหรือบทบาทล้อเลียนดูหมิ่นรัชกาลที่ 10 พระราชินี และสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้ประชาชนเสื่อมความเคารพ ความศรัทธาต่อกษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ โดยมีรายละเอียดการกระทําของจําเลยแต่ละคนดังต่อไปนี้

1. พริษฐ์ซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย เขียนข้อความว่า “ยกเลิก 112” และ “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีการเขียนข้อความ “ไอ้บ้ากาม” และ “แม่ผมไม่ได้มีชู้” บริเวณเอวด้านหลังและท้อง นอกจากนี้ขณะที่พริษฐ์และพวกเดินไปยืนอยู่หน้าร้าน “SIRIVANNAVARI” บนชั้นสองของห้างสยามพารากอน พริษฐ์ได้พูดต่อหน้าประชาชนบริเวณดังกล่าวว่า “อันนี้เป็นร้านของลูกสาวเราเอง”
2. ปนัสยาซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย เขียนข้อความว่า “พ่อหนูมีคนเดียว” และ “ว่าไงไอ้ชาย” บริเวณท้องและเอวด้านหลัง รวมทั้งแสดงกิริยาอาการในลักษณะที่ท้าทายเย้ยหยัน
3. เบนจาซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย เขียนข้อความว่า “พ่อไม่ได้ชื่อ…” “บ้าหรือเปล่าไอ้ชาย” บริเวณท้องและเอวด้านหลัง รวมทั้งยังถือพานทองที่มีกระเป๋าวางอยู่บนพาน และเดินตามพริษฐ์และปนัสยา ในลักษณะเสมือนหนึ่งเป็นข้าราชบริพารเดินถือเครื่องใช้ส่วนพระองค์ในการตามเสด็จ
4. ภวัตเดินร่วมทํากิจกรรมกับพวก พร้อมกับพูดว่า “ทรงพระเจริญๆ” และทําท่าย่อตัวยกมือไหว้และมอบดอกไม้ให้กับพริษฐ์และปนัสยา พร้อมกับพูดคําว่า “ขอบคุณค่ะท่าน” และ “ทรงพระเจริญค่ะท่าน” มีเจตนาแสดงล้อเลียนให้เห็นว่าตนเองเป็นประชาชนที่มาร่วมชมพระบารมีและถวายพระพร
5. ภาณุพงศ์ซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย ได้ร่วมแสดงออกในลักษณะเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มจำเลยคนอื่นๆ และร่วมกันชู 3 นิ้ว ถ่ายรูปต่อหน้าสื่อมวลชน อันเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ในทางการเมืองถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา อันมีลักษณะเป็นการแสดงออกทางด้านต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับการใช้อํานาจของรัฐโดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
6. ณัฐ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเยาวชน ได้สวมเสื้อกล้ามเอวลอยและได้ร่วมแสดงทำกิจกรรมตามฟ้องอยู่ในกลุ่มของจำเลยตลอดเวลา รวมทั้งร่วมชู 3 นิ้ว ถ่ายรูปต่อหน้าสื่อมวลชน แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ อันมีลักษณะต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับการใช้อํานาจของรัฐโดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
7. ธนกร ซึ่งเป็นเยาวชน ได้ร่วมแสดงทำกิจกรรมตามฟ้องอยู่ในกลุ่มของจำเลย และชูป้ายกระดาษมีข้อความว่า “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” และ “ยกเลิก ม.116, ม.112” รวมทั้งร่วมชู 3 นิ้ว ถ่ายรูปต่อหน้าสื่อมวลชน แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ อันมีลักษณะต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับการใช้อํานาจของรัฐโดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
8. ในระหว่างที่จําเลยทั้งห้ากับพวกจัดกิจกรรมดังกล่าวและเดินวนเวียนไปมาทั่วห้างสยามพารากอน พริษฐ์ยังได้นําภาพที่ปรากฏในโทรศัพท์มือถือของตน ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพรัชกาลที่ 10 ที่แต่งกายไม่เหมาะสม ออกแสดงแก่ประชาชนทั่วไป และสนทนาตอบโต้กับประชาชนโดยมีข้อความบางตอนเป็นไปในทํานองจาบจ้วงล่วงเกิน ลบหลู่ดูหมิ่น ก้าวร้าวต่อรัชกาลที่ 10 เช่น “...ในรูปนี่ขยะแขยงเหรอพี่”

การกระทําของจําเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าว โดยบริบททั้งหมดแสดงให้เห็นว่า จําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันใช้เสรีภาพในทางใดๆ อันเป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือปวงชนชาวไทยที่จะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกมีเจตนาร่วมกันที่จะมุ่งหมายทําลายสถาบันกษัตริย์ (รัชกาลที่ 10) ให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ทําให้ประชาชนทั่วไปที่พบเห็นเสื่อมศรัทธา เสื่อมความเคารพสักการะอันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ 1180/2564 ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2564)

ความคืบหน้าของคดี

  • ที่ สน.ปทุมวัน นักกิจกรรมกลุ่มราษฎร ได้แก่ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, เบนจา อะปัญ, “ไมค์” ภานุพงศ์ จาดนอก และเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี อีก 2 ราย ได้แก่ ณัฐ (นามสมมติ) และธนกร (สงวนนามสกุล) เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกิจกรรม #ใครๆก็ใส่ครอปท็อป ไปเดินสยามพารากอน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563

    ในช่วงเช้าก่อนที่ทั้งหกจะเข้าด้านใน สน.ปทุมวัน มีการนำป้ายไวนิลข้อความ “ยาไม่จับ บ่อนไม่จับ จับแต่นักเรียน นักศึกษา” ไปติดที่รั้วด้านหน้า แต่ตำรวจ 2 นายพยายามเข้ายึด ทำให้ประชาชนนำป้ายมาถือให้นักข่าวถ่ายรูปแทน ก่อนนำไปติดที่รั้วฝั่งตรงข้าม รวมทั้งมีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านมาตรา 112 และการอุ้มหาย

    คดีนี้มีประชาชนคือ ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี เป็นผู้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีนักกิจกรรมทั้งหก

    การแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้แยกเป็น 2 คดี คือ เยาวชน 2 ราย และนักกิจกรรม 4 ราย พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ จงอิทธิ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน ในฐานะพนักงานสอบสวน แจ้งพฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในทั้ง 2 คดี เหมือนกัน ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ พริษฐ์, ปนัสยา, ณัฐ และภาณุพงศ์ ได้โพสต์เชิญชวนผ่านเฟซบุ๊กให้ประชาชนมาร่วมกิจกรรมแต่งชุดครอปท็อป (Crop top) เพื่อมาเดินในศูนย์การค้าสยามพารากอนในวันที่ 20 ธ.ค. 2563

    ต่อมาในวันดังกล่าว ผู้ต้องหาทั้งหมดได้มารวมตัวทำกิจกรรมในที่เกิดเหตุ โดยพริษฐ์, ปนัสยา, เบนจา, ณัฐ และภาณุพงศ์ ได้แต่งชุดครอปท็อป และมีการแสดงออกให้ประชาชนทั่วไปว่ากำลังแสดงเป็นรัชกาลที่ 10 และพระราชินี พร้อมด้วยข้าราชบริพาร พริษฐ์และปนัสยายังถือลูกโป่งรูปสุนัข โดยบอกประชาชนทั่วไปว่า ถือสุนัขชื่อ “ฟ่องฟู” และ “ฟูฟ่อง” เพื่อสื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นการล้อเลียนรัชกาลที่ 10 ที่มีสุนัขทรงโปรดชื่อ “ฟูฟู”

    นอกจากนี้ พริษฐ์, ปนัสยา และเบนจา ได้เขียนข้อความบนร่างกาย เช่น ยกเลิก 112, ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เป็นต้น ซึ่งมีความหมายต่อต้านสถาบันกษัตริย์ มีถ้อยคำหยาบคาย ท้าทาย มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่น ไม่ให้ความเคารพรัชกาลที่ 10 เบนจายังถือพานทองที่มีกระเป๋าวางอยู่บนพานและเดินตามพริษฐ์และปนัสยาตลอดเวลาในลักษณะเหมือนข้าราชบริพารเดินถือเครื่องใช้ส่วนพระองค์ ณัฐและภาณุพงศ์ได้ร่วมเดินอยู่ในกลุ่มผู้ต้องหาตลอดเวลาและมีการร่วมชู 3 นิ้วถ่ายรูปร่วมกันที่ลานพาร์ค พารากอน

    ส่วนธนกรได้ร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหาแสดงออกในลักษณะเดียวกัน มีการชูป้ายกระดาษมีข้อความว่า “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” “ยกเลิก ม.116 ม.112” และร่วมเดินกับกลุ่มผู้ต้องหามาร่วมชู 3 นิ้วถ่ายรูป

    ผู้กล่าวหาเห็นว่า การกระทำของกลุ่มผู้ต้องหามีเจตนาล้อเลียนรัชกาลที่ 10 ถือเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ จึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี

    พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหานักกิจกรรมทั้งสี่ว่า “ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เช่นเดียวกับเยาวชน 2 ราย

    ทั้งสี่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายในวันที่ 17 ก.พ. 2564 นอกจากนี้ พริษฐ์ได้ให้การด้วยว่า ขอให้พนักงานสอบสวนเรียกบุคคลมาสอบเป็นพยานเพิ่มเติมดังนี้

    1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สอบในประเด็นว่า ร.10 เคยมีพระราชดำรัสไม่ให้ใช้มาตรา 112 จริงหรือไม่ และได้มีพระราชดำรัสเป็นอย่างอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
    2. พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง สอบในประเด็นว่า ร.10 ได้มีพระราชดำรัสกับ พล.อ.ประยุทธ์ ดังกล่าวจริงหรือไม่

    สำหรับพริษฐ์, ปนัสยา, เบนจา และภาณุพงศ์ พนักงานสอบสวนนัดส่งตัวพร้อมสำนวนการสอบสวนให้อัยการที่สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ในวันที่ 1 มี.ค. 2564 หลังรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จ พนักงานสอบสวนไม่มีการควบคุมตัว ทั้ง 4 ราย จึงเดินทางกลับ

    คดีนี้มีข้อสังเกตว่า ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน ยังปรากฏชื่อ ‘ป๊อกกี้’ เป็นผู้ต้องหาอีกรายซึ่งร่วมทำกิจกรรมในวันเกิดเหตุ

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 20 ม.ค. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/25370)
  • เวลา 10.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน “ป๊อกกี้” ภวัต หิรัณย์ภณ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกผู้ต้องหาในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์” มาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา จากกิจกรรม #ใครๆก็ใส่ครอปท็อป ไปเดินสยามพารากอน เป็นผู้ต้องหาคนที่ 7
    หลังได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564

    เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบตั้งด่านตรวจคัดกรองด้านหน้าเพื่อถามถึงวัตถุประสงค์ของการมาที่ สน. พร้อมขอดูบัตรประชาชน และจดชื่อและเบอร์โทรของผู้ที่มาติดต่อ เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ว่าปัจจุบันมีการตั้งจุดคัดกรองแบบนี้ทุกวันหรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะมีการตั้งจุดตรวจทุกวันที่มี “การรับทราบข้อกล่าวหา” ขณะเดียวกัน ตรงข้ามฝั่งถนนของ สน.มีผู้มาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง

    เวลา 10.30 น. พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รองผู้กำกับ (สอบสวน) สน.ปทุมวัน บรรยายพฤติการณ์คดีในลักษะเดียวกันกับผู้ต้องหาคนอื่น โดยระบุว่าขณะผู้ต้องหาคนอื่นกำลังทำกิจกรรมตั้งแต่ในลานพาร์คพารากอนและหน้าร้าน Sirivannavari ภวัตได้เดินกับกลุ่มผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุ พูดว่า “ทรงพระเจริญๆ” พร้อมกับทําท่าย่อไหว้และมอบดอกไม้ ให้กับเพนกวินและรุ้งซึ่งสวมเสื้อครอปท็อปอยู่ อันถือว่ามีลักษณะเป็นการแสดงว่าตนเองเป็นประชาชนที่มาร่วมชมพระบารมีและถวายพระพร เพื่อร่วมแสดงล้อเลียนให้เห็นว่าเป็นการเข้าเฝ้ารับเสด็จพระราชดําเนินของรัชกาลที่ 10

    พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ภวัตให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายในวันที่ 25 ก.พ. 2564 ด้านพนักงานสอบสวนนัดส่งสำนวนให้อัยการในวันที่ 1 มี.ค. 2564

    ทั้งนี้ ภวัตไม่ประสงค์ลงลายมือชื่อในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา แต่ลงข้อความ “ขอให้มีความเป็นคน” แทน

    หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา ภวัตขอให้พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันร้องเรียน ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล ว่าการแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 นี้ถือเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากผู้แจ้งความร้องทุกข์ไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีนี้ แต่กลับมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับตน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง สูญเสียรายได้ ได้รับความเสียหาย

    ด้านทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้สัมภาษณ์ว่า การที่ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ถือเป็นจุดที่ทำให้กฎหมายมาตรา 112 นี้มีปัญหา เปิดช่องให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์กับใครก็ได้ ถือเป็นการสร้างภาระทางคดีให้กับผู้ต้องหา

    ส่วนภวัตให้สัมภาษณ์ว่า ตนเป็นประชาชนทั่วไปที่มาเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองหลังเห็นความไม่เป็นธรรมในประเทศ ตั้งแต่การดำเนินคดีข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กับ “ไมค์” ภาณุพงศ์​ จาดนอก และณัฐชนน พยัฆพันธ์ จากการชูป้ายทวงถามนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดระยองเมื่อปีที่แล้ว

    ภวัตเล่าว่าไม่เคยคิดว่าจะถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มาก่อน เพราะตนก็เป็นประชาชนทั่วไป ไม่ใช่แกนนำ เมื่อถามถึงความเห็นของการใช้มาตรา 112 ในปัจจุบัน ภวัตให้ความเห็นว่ากฎหมายนี้เป็น “กฎหมายฆาตกร” อยากให้ยกเลิกมาตรานี้ เพราะการดำเนินคดีนี้สร้างความเสียหายให้กับผู้ถูกดำเนินคดีเป็นอย่างมาก

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 8 ก.พ. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/25788)
  • พนักงานสอบสวนเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้อัยการเป็นวันที่ 10 มี.ค. 2564
  • เบนจาและภวัตเข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัดส่งตัวให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ส่วนเพนกวิน รุ้ง และไมค์ ถูกขังระหว่างพิจารณาในคดีการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร โดยไม่ได้ประกันตัว หลังอัยการรับตัวทั้งสอง ได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 21 เม.ย. 2564 เวลา 10.00 น.
  • เบนจาและภวัตเข้าพบพนักงานอัยการตามนัด อัยการยังไม่มีคำสั่ง ให้เลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 19 พ.ค. 2564
  • เบนจาและภวัตเข้าพบพนักงานอัยการตามนัด อัยการยังไม่มีคำสั่ง ให้เลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 22 มิ.ย. 2564
  • พนักงานสอบสวนนัดหมายเพนกวิน รุ้ง ไมค์ มาพบเพื่อส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไมค์ยังไม่ได้รับการประกันตัวในคดีการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และรุ้งยังอยู่ระหว่างกักตัวหลังหายจากโควิด ส่วนเพนกวินติดธุระอื่นทีได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ทนายความจึงยื่นหนังสือขอเลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 10.00 น.

    (อ้างอิง: ขอเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการ ลงวันที่ 1 มิ.ย. 2564)
  • เบนจาและภวัตเข้าพบพนักงานอัยการตามนัด อัยการยังไม่มีคำสั่ง ให้เลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 10.00 น.
  • พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกรวม 5 คน ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังเบนจาและภวัตเข้าพบตามนัดฟังคำสั่ง อัยการ ขณะที่เพนกวิน, รุ้ง และไมค์ ซึ่งเดิมพนักงานสอบสวนนัดส่งตัวอัยการในวันนี้ พนักงานสอบสวนได้ยกเลิกนัดก่อนแล้ว จึงไม่ได้เดินทางมาพบอัยการและมาศาลในวันนี้

    ทั้งนี้ ในท้ายคำฟ้องอัยการไม่ได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณาคดี โดยระบุให้เป็นดุลพินิจของศาล และขอให้ศาลนับโทษจำคุกของเพนกวิน, รุ้ง และไมค์ ต่อจากโทษจำคุกในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ของศาลอาญา

    ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้รับฟ้องคดีนี้ไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1180/2564 และนัดสอบคำให้การต่อไปในวันที่ 2 ส.ค. 2564 เวลา 09.00 น. จากนั้น ทนายความได้ยื่นประกันตัวเบนจาและภวัต โดยวางหลักประกันเป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท

    ต่อมา เวลา 12.22 น. ศาลให้ประกันตัวทั้งสองโดยกำหนดเงื่อนไข ห้ามจำเลยกระทำการใดในลักษณะเช่นเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาตามฟ้อง อันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และมาศาลตามกำหนดโดยเคร่งครัด

    สำหรับเพนกวิน, รุ้ง และไมค์ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลอาญาตามหมายขังระหว่างพิจารณาคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร โดยได้รับการประกันตัวแล้ว ศาลอาญากรุงเทพใต้จะได้ออกหมายเรียกมารับทราบคำฟ้องและพิจารณาคดีนี้ต่อไป

    ในส่วนของเยาวชน 2 คน ที่แยกดำเนินคดี คดียังอยู่ในชั้นอัยการ

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ 1180/2564 ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2564 และ https://tlhr2014.com/archives/31403)
  • ยกเลิกวันนัดเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด เลื่อนไปวันที่ 27 ก.ย. 2564 เวลา 9.00 น.

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภวัต หิรัณย์ภณ

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เบนจา อะปัญ

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภาณุพงศ์ จาดนอก

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
พริษฐ์ ชิวารักษ์

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภวัต หิรัณย์ภณ

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เบนจา อะปัญ

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์