ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.1180/2564

ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี (ประชาชน)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)

หมายเลขคดี

ดำ อ.1180/2564
ผู้กล่าวหา
  • ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี

ความสำคัญของคดี

"เพนกวิน" พริษฐ์ ชิวารักษ์ และเพื่อนนักศึกษา/นักกิจกรรมรวม 5 คน ถูกดำเนินคดี "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีประชาชนทั่วไป คือ ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล สมาชิกกลุ่มไทยภักดี เป็นผู้เข้าแจ้งความกล่าวโทษ จากการทำกิจกรรม #ใครๆก็ใส่ครอปท็อป เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 โดยแต่งกายชุดครอปท็อป เดินภายในสยามพารากอน เพื่อรณรงค์ “ยกเลิก112” และยืนยันว่าการสวมชุดครอปท็อปไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย หลังสายชล (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 16 ปี ถูกดำเนินคดี มาตรา 112 เพียงเพราะใส่ชุดครอปท็อปและเขียนข้อความบนตัวเอง

นอกจากนักกิจกรรม 5 คน กิจกรรมนี้ยังมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 2 คน ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ด้วย

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

พีระพงษ์ พานิชสุข พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 บรรยายฟ้องโดยสรุประบุว่า

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 2, 6, 25, 31, 45, 50 และ 52 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหาหรือฟ้องร้องมิได้ และผู้ใดจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ตลอดจนจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพให้กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือให้เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทยในทางหนึ่งทางใดมิได้ ทั้งรัฐและพลเมืองหรือปวงชนชาวไทยต่างมีหน้าที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดํารงคงอยู่คู่ประเทศชาติตลอดไป

นอกจากนี้สถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันซึ่งเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็นสถาบันหลักของชาติที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะประมุขของชาติ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ผู้ใดจะนําสถาบันพระมหากษัตริย์มาล้อเลียนมิได้ คนไทยทุกคนต่างล้วนสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ มีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ทั้งนี้ รวมถึงการกล่าวถึงพระนามของกษัตริย์ต้องแสดงออกด้วยความเคารพตามขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณี อันเป็นสิ่งที่คนไทยโดยทั่วไปพึงปฏิบัติสั่งสมกันตลอดมา

ขณะเกิดเหตุประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 10

วันที่ 14-19 ธ.ค. 2563 ตํารวจฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน และกองบัญชาการตํารวจสันติบาล พบว่าเพจเฟซบุ๊กชื่อ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” และ “เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak” ได้มีการโพสต์ข้อความประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ร่วมกันใส่ชุด Crop Top (ครอปท็อป หรือชุดเสื้อกล้ามเอวลอย) เดินที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ในวันที่ 20 ธ.ค. 2563

ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีจําเลยทั้งห้า กับพวกอีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน พนักงานสอบสวนได้แยกสํานวนดําเนินคดีต่างหาก เป็นแกนนําทั้งเจ็ดผู้ร่วมจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในครั้งนี้

ครั้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 จําเลยทั้งห้า กับพวกอีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน ได้ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ โดยการแสดงบทบาทล้อเลียนดูหมิ่นรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยวิธีการร่วมกันและแบ่งหน้าที่กันทํา ได้แก่ ร่วมกันแต่งกายใส่ชุด Crop Top (ครอปท็อป หรือชุดเสื้อกล้ามเอวลอย) ร่วมกันเขียนถ้อยคําหรือข้อความตามเนื้อตัวร่างกาย ร่วมกันกล่าวคําพูดหรือถ้อยคํา แสดงบทบาท แสดงกิริยาอาการทางร่างกาย ใบหน้า และวิธีอื่นใดในทํานองเดียวกัน แล้วเดินวนเวียนไปมาที่บริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมขนาดใหญ่ โดยเจตนาแสดงออกและสื่อความหมายให้ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นบุคคลที่สามเข้าใจว่า กลุ่มจําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันแสดงตนหรือบทบาทล้อเลียนดูหมิ่นรัชกาลที่ 10 พระราชินี และสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้ประชาชนเสื่อมความเคารพ ความศรัทธาต่อกษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ โดยมีรายละเอียดการกระทําของจําเลยแต่ละคนดังต่อไปนี้

1. พริษฐ์ซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย เขียนข้อความว่า “ยกเลิก 112” และ “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีการเขียนข้อความ “ไอ้บ้ากาม” และ “แม่ผมไม่ได้มีชู้” บริเวณเอวด้านหลังและท้อง นอกจากนี้ขณะที่พริษฐ์และพวกเดินไปยืนอยู่หน้าร้าน “SIRIVANNAVARI” บนชั้นสองของห้างสยามพารากอน พริษฐ์ได้พูดต่อหน้าประชาชนบริเวณดังกล่าวว่า “อันนี้เป็นร้านของลูกสาวเราเอง”
2. ปนัสยาซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย เขียนข้อความว่า “พ่อหนูมีคนเดียว” และ “ว่าไงไอ้ชาย” บริเวณท้องและเอวด้านหลัง รวมทั้งแสดงกิริยาอาการในลักษณะที่ท้าทายเย้ยหยัน
3. เบนจาซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย เขียนข้อความว่า “พ่อไม่ได้ชื่อ…” “บ้าหรือเปล่าไอ้ชาย” บริเวณท้องและเอวด้านหลัง รวมทั้งยังถือพานทองที่มีกระเป๋าวางอยู่บนพาน และเดินตามพริษฐ์และปนัสยา ในลักษณะเสมือนหนึ่งเป็นข้าราชบริพารเดินถือเครื่องใช้ส่วนพระองค์ในการตามเสด็จ
4. ภวัตเดินร่วมทํากิจกรรมกับพวก พร้อมกับพูดว่า “ทรงพระเจริญๆ” และทําท่าย่อตัวยกมือไหว้และมอบดอกไม้ให้กับพริษฐ์และปนัสยา พร้อมกับพูดคําว่า “ขอบคุณค่ะท่าน” และ “ทรงพระเจริญค่ะท่าน” มีเจตนาแสดงล้อเลียนให้เห็นว่าตนเองเป็นประชาชนที่มาร่วมชมพระบารมีและถวายพระพร
5. ภาณุพงศ์ซึ่งสวมเสื้อกล้ามเอวลอย ได้ร่วมแสดงออกในลักษณะเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มจำเลยคนอื่นๆ และร่วมกันชู 3 นิ้ว ถ่ายรูปต่อหน้าสื่อมวลชน อันเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ในทางการเมืองถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา อันมีลักษณะเป็นการแสดงออกทางด้านต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับการใช้อํานาจของรัฐโดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
6. ณัฐ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเยาวชน ได้สวมเสื้อกล้ามเอวลอยและได้ร่วมแสดงทำกิจกรรมตามฟ้องอยู่ในกลุ่มของจำเลยตลอดเวลา รวมทั้งร่วมชู 3 นิ้ว ถ่ายรูปต่อหน้าสื่อมวลชน แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ อันมีลักษณะต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับการใช้อํานาจของรัฐโดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
7. ธนกร ซึ่งเป็นเยาวชน ได้ร่วมแสดงทำกิจกรรมตามฟ้องอยู่ในกลุ่มของจำเลย และชูป้ายกระดาษมีข้อความว่า “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” และ “ยกเลิก ม.116, ม.112” รวมทั้งร่วมชู 3 นิ้ว ถ่ายรูปต่อหน้าสื่อมวลชน แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ อันมีลักษณะต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับการใช้อํานาจของรัฐโดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
8. ในระหว่างที่จําเลยทั้งห้ากับพวกจัดกิจกรรมดังกล่าวและเดินวนเวียนไปมาทั่วห้างสยามพารากอน พริษฐ์ยังได้นําภาพที่ปรากฏในโทรศัพท์มือถือของตน ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพรัชกาลที่ 10 ที่แต่งกายไม่เหมาะสม ออกแสดงแก่ประชาชนทั่วไป และสนทนาตอบโต้กับประชาชนโดยมีข้อความบางตอนเป็นไปในทํานองจาบจ้วงล่วงเกิน ลบหลู่ดูหมิ่น ก้าวร้าวต่อรัชกาลที่ 10 เช่น “...ในรูปนี่ขยะแขยงเหรอพี่”

การกระทําของจําเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าว โดยบริบททั้งหมดแสดงให้เห็นว่า จําเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันใช้เสรีภาพในทางใดๆ อันเป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือปวงชนชาวไทยที่จะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจําเลยทั้งห้ากับพวกมีเจตนาร่วมกันที่จะมุ่งหมายทําลายสถาบันกษัตริย์ (รัชกาลที่ 10) ให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ทําให้ประชาชนทั่วไปที่พบเห็นเสื่อมศรัทธา เสื่อมความเคารพสักการะอันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ 1180/2564 ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2564)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
พริษฐ์ ชิวารักษ์

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภาณุพงศ์ จาดนอก

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
-

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
พริษฐ์ ชิวารักษ์

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ภาณุพงศ์ จาดนอก

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์