ผู้ถูกดำเนินคดี
ข้อหา
หมายเลขคดี
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน (มาตรา 136)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน (มาตรา 136)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
ดำ อ.756/2565

ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก (ตำรวจ)
ผู้ถูกดำเนินคดี

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน (มาตรา 136)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน (มาตรา 136)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ข้อหา

  • หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ (มาตรา 112)
  • ยุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)
  • ต่อสู้/ ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (มาตรา 140)
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน (มาตรา 368)

หมายเลขคดี

ดำ อ.756/2565
ผู้กล่าวหา
  • พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน กับพวก

ความสำคัญของคดี

นักกิจกรรมรุ่นใหม่ 6 ราย พร้อมสื่ออิสระอีก 2 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหา "หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ", "ยุยงปลุกปั่น" และ "ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน" จากการทำกิจกรรมทำโพลล์สำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จที่บริเวณห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 โดยสื่ออิสระทำการถ่ายทอดสดกิจกรรมเท่านั้น บางรายยังถูกดำเนินคดีข้อหา "ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ" และ "ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ" ด้วย ทั้งหมดถูกฝากขังในชั้นสอบสวนแม้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ทำให้ต้องประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท ทั้งยังต้องติด EM และถูกกำหนดเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมที่อาจเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ และห้ามโพสต์เชิญชวนหรือเข้าร่วมการชุมนุมที่อาจก่อความวุ่นวาย กิจกรรมครั้งนี้ยังมีเยาวชนอายุไม่ถึง 15 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันนี้อีกรายหนึ่งด้วย

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบังคับใช้มาตรา 112 ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี แต่กลับถูกตีความอย่างกว้างขวาง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ในการปิดกั้นการแสดงออกโดยสงบของประชาชนที่เป็นไปในเชิงวิพากษ์วิจารณ์

พฤติการณ์ของคดีตามเอกสารคดี

อรรถพันธ์ ตั้งมโนวุฒิกุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 บรรยายคำฟ้องระบุว่า จำเลยทั้งแปดกับพวก (เยาวชน) ได้ร่วมกันกระทำความผิด และต่างกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรม กล่าวคือ

1. จำเลยทั้งแปดกับพวกดังกล่าว ได้ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท โดยการร่วมกันทำแผ่นป้ายกระดาษสีขาวขนาดใหญ่ โดยทำให้ปรากฏข้อความที่ส่วนบนของกระดาษว่า “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือไม่” โดยส่วนด้านล่างของแผ่นกระดาษ ได้ทำการแบ่งออกเป็น 2 ช่อง แล้วทำให้ปรากฏข้อความที่ช่องทางด้านซ้ายมือของผู้อ่านว่า “เดือดร้อน” และที่ช่องทางด้านขวามือของผู้อ่านว่า “ไม่เดือดร้อน” ออกเผยแพร่แสดงแก่ประชาชนทั่วไป

และได้แจกสติ๊กเกอร์สีเขียวเพื่อให้ประชาชนผู้สัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว และในละแวกใกล้เคียงที่ประสงค์แสดงความคิดเห็น นำสติ๊กเกอร์ดังกล่าวไปติดที่ช่องที่เลือก อันเป็นการสื่อความหมายเป็นการโจมตีเรื่องขบวนเสด็จ ซึ่งเป็นโบราณราชประเพณีสืบต่อกันมาในการถวายความปลอดภัยให้กับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และพระบรมวงศานุวงศ์

โดยเจตนาจะสื่อไปถึงสถาบันกษัตริย์ว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ ซึ่งเป็นการทำให้ปรากฏข้อความ หนังสือ แก่ประชาชน อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

2. จําเลยทั้งแปดกับพวกยังได้รวมกลุ่มกันเพื่อเดินทางไปยังบริเวณหน้าวังสระปทุม พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้สั่งให้จําเลยทั้งแปดกับพวกหยุดกระทําการและห้ามเดินทางรวมกลุ่มไปยังบริเวณหน้าวังสระปทุม ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานที่ประทับของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จําเลยทั้งแปดกับพวกได้ทราบคําสั่ง แต่ไม่ปฏิบัติตาม โดยยังขืนกระทําการอันเป็นความผิดตามข้อ 1. และยังร่วมกันเดินรวมกลุ่มไปยังบริเวณหน้าวังสระปทุม โดยไม่มีเหตุอันสมควร

3. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ตั้งแนวกั้น และวางแผงเหล็กเป็นแนวรั้วกั้น ไม่ให้มีการรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมเข้าไปในบริเวณหน้าวังสระปทุม อันเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ในการถวายความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัยฯ มาตรา 5, 6 และ พ.ร.บ.ตํารวจแห่งชาติฯ มาตรา 6 จําเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 4, ที่ 5, ที่ 6 และที่ 8 ซึ่งมีจํานวนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ดังกล่าว โดยใช้กําลังประทุษร้ายผลักดันแนวกั้น และแนวรั้วป้องกันดังกล่าว

4. ขณะที่ พ.ต.ต.ชูชีพ วงษ์บุญเพ็ง สารวัตรสืบสวน กองกํากับการสืบสวนตํารวจนครบาล 6 ซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบ กับพวก กําลังปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย ตั้งแนวรั้วป้องกันไม่ให้จําเลยทั้งแปดกับพวก ล่วงล้ำเข้าไปบริเวณหน้าวังสระปทุม จําเลยที่ 4 ได้ดูหมิ่น พ.ต.ต.ชูชีพ โดยการชี้นิ้วพร้อมกับกล่าวต่อว่า ด่าทอด้วยถ้อยคําหยาบคาย

5. หลังเกิดเหตุ จําเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการชู 3 นิ้วที่บริเวณหน้าวังสระปทุม และให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว จําเลยที่ 3 ได้ดูหมิ่น พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผู้กํากับการ ประจํากองกํากับการสืบสวน กองบังคับการตํารวจนครบาล 6 โดยการชี้นิ้วมาทาง พ.ต.อ.นริศ พร้อมกับกล่าวต่อว่าด่าทอด้วยถ้อยคําหยาบคาย

(อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ อ.765/2565 ลงวันที่ 30 พ.ค. 2565)

ความคืบหน้าของคดี

  • ระหว่าง "ตะวัน" ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมวัย 20 ปี ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ บช.ปส. หลังถูกจับกุมขณะไลฟ์สดที่หน้า UN ได้มีพนักงานสอบสวนจาก สน.ปทุมวัน เข้าแจ้งข้อกล่าวหาในอีกคดีหนึ่ง จากกิจกรรมทำโพลล์สอบถามความคิดเห็นว่า “ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่” ที่บริเวณลานหน้าห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565

    จากการตรวจสอบพบว่าตำรวจเพิ่งมีการออกหมายเรียกทานตะวันให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 10 มี.ค. 2565 โดยระบุว่าคดีมี พ.ต.ท.นพดล สินศิริ กับพวก เป็นผู้กล่าวหา แต่ ร.ต.ท.ปาณัสม์ กลิ่นขจร รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ปทุมวัน ได้เดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหาก่อนในวันนี้

    พนักงานสอบสวนแจ้งพฤติการณ์ที่กล่าวหาโดยระบุถึงกิจกรรมทำโพลล์ “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่?” เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 โดยกลุ่มทะลุวัง ที่บริเวณห้างสยามพารากอน กล่าวหาว่าทานตะวันพร้อมกับนักกิจกรรมคนอื่นๆ ได้ร่วมกันชูป้ายข้อความ และเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ด้วยการนำสติกเกอร์สีเขียว ไปติดในช่องข้อความคำว่า “เดือดร้อน” และ “ไม่เดือดร้อน” โดยมีการเดินไปทำกิจกรรมยังที่ต่างๆ

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามปิดกั้นไม่ให้เดินไปทำกิจกรรมที่บริเวณด้านหน้าวังสระปทุม แต่ผู้ต้องหาได้ผลักดันแนวกั้นของตำรวจ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับ สน.ปทุมวัน จึงได้ประกาศให้ผู้ต้องหาและพวกออกไปจากบริเวณ แต่ผู้ต้องหายังฝ่าฝืนจัดกิจกรรมต่อไป โดยผู้เข้าร่วมที่ได้ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนมีการแยกย้ายและออกจากบริเวณดังกล่าวไป ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

    พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 4 ข้อหา ได้แก่ “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยร่วมกระทําความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 140 และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368

    ทั้งนี้พฤติการณ์ข้อกล่าวหา ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าส่วนใดของกิจกรรมดังกล่าวที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามข้อหามาตรา 112 และมาตรา 116

    ทานตะวันได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป

    จากนั้น พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และได้นัดหมายให้ทานตะวันไปพบที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันพรุ่งนี้่ (8 มี.ค. 2565) เพื่อพนักงานสอบสวนจะดำเนินการยื่นขอฝากขังทานตะวันต่อไป

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา บช.ปส. ลงวันที่ 7 มี.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/41057)
  • พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ยื่นขอฝากขังทานตะวันต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยศาลได้อนุญาตให้ฝากขัง ก่อนทนายความจะยื่นขอประกันตัวทานตะวัน

    ต่อมาเวลา 15.30 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันทานตะวัน โดยให้วางหลักทรัพย์ประกันจำนวน 200,000 บาท ใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว ได้แก่

    1. ห้ามทำกิจกรรมหรือการกระทำใดที่อาจเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
    2. ห้ามโพสต์เชิญชวน ปลุกปั่น ยั่วยุ ชักจูงประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือร่วมชุมนุมที่อาจก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง
    3. ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล
    4. ให้ติดอุปกรณ์กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM)

    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีนี้อีก 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุย่าง 15 ปี 1 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน ในวันที่ 10 มี.ค. 2565 นี้ โดยตำรวจระบุว่าจะแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 และมาตรา 116 ต่อทุกคน และเตรียมจะยื่นขอฝากขังต่อศาลทั้งหมดด้วย

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/41057)
  • ที่ สน.ปทุมวัน นักกิจกรรมรุ่นใหม่ 5 ราย ประกอบด้วย “แบม”, “ใบปอ” ทะลุวัง, เนติพร (สงวนนามสกุล), ฐากูร (สงวนนามสกุล), ‘บีม’ ณัฐกรณ์ (สงวนนามสกุล) พร้อมทั้ง “ไอซ์” เยาวชนวัยย่าง 15 ปี อีก 1 ราย เดินทางพร้อมทนายความเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกจากเหตุทำกิจกรรมทำโพลล์สำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จที่บริเวณห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 คดีเดียวกับทานตะวัน

    บรรยากาศบริเวณ สน.ปทุมวัน มีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง และมีการเล่นดนตรีอยู่บนทางเท้าตรงข้าม สน. ทั้งนี้ด้านหน้าและด้านใน สน.ปทุมวัน มีการวางแผงเหล็กจำกัดการเข้าถึงสถานี โดยเปิดทางเข้าแค่ทางเดียว มีการตั้งโต๊ะจุดคัดกรอง และจดรายชื่อทุกคนที่เดินทางเข้า สน.

    เวลา 10.30 น. หลังผู้ได้รับหมายเรียกเดินทางเข้าไปในสถานี ร.ต.ท.ปาณัสม์ กลิ่นขจร และคณะพนักงานสอบสวน เริ่มอ่านบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ระบุก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2565 เวลา 19.46 น. กลุ่ม “ทะลุวัง – ThaluWang” ลงข้อความผ่านเฟซบุ๊กเชิญชวนประชาชนทั่วไปให้เข้าร่วมกิจกรรม “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่?” ในวันที่ 8 ก.พ. 2565 เวลา 17.00 น. ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งมีผู้เข้ามาดูข้อความดังกล่าว ทั้งมีการแสดงความคิดเห็น และมีการแชร์ข้อความดังกล่าวจํานวนมาก

    ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 เวลา 17.00 น. ทานตะวันและใบปอได้ร่วมกันชูป้ายข้อความ ซึ่งมีหัวข้อว่า “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่” และยังมีการขีดเส้นแบ่งออกเป็นสองช่อง และมีคําว่า “เดือดร้อน” ปรากฏอยู่บนป้ายทางด้านซ้ายมือ ส่วนคําว่า “ไม่เดือดร้อน” อยู่บนป้ายทางด้านขวามือ และพูดเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมแสดงความคิดเห็น ด้วยการนําแผ่นสติ๊กเกอร์สีเขียวที่ทั้งสองคนเตรียมไว้ไปติดในช่องของข้อความดังกล่าวข้างต้น โดยมีผู้ต้องหาอีกรายทําหน้าที่เป็นผู้ถ่ายวีดีโอไลฟ์สดเหตุการณ์ ในขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้เข้ามาชี้แจงห้ามมิให้ ทั้งคู่ทํากิจกรรมแต่ปรากฏว่าทั้งหมดไม่ยอมหยุด

    จากนั้น ได้มีผู้ต้องหาคนอื่นๆ ทยอยมาเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติม และมีการเดินทางยังจุดต่างๆ รวมทั้งพยายามเดินไปทำกิจกรรมที่บริเวณด้านหน้าวังสระปทุม เจ้าหน้าที่อ้างว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ผลักดันแนวกั้นของตำรวจ โดยมี พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับ สน.ปทุมวัน ได้ประกาศให้ผู้ต้องหาและพวกออกไปจากบริเวณ แต่ผู้ต้องหายังฝ่าฝืนจัดกิจกรรมต่อไป โดยผู้เข้าร่วมบางคนได้ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนมีการแยกย้ายและออกจากบริเวณดังกล่าวไป ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

    พนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อกล่าวหากับนักกิจกรรมทั้งห้าเหมือนกัน ได้แก่ “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ”, “ยุยงปลุกปั่นฯ” และ "ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงานฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และ 368

    ใบปอ, ฐากูร และบีม ยังถูกแจ้งอีก 1 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยร่วมกระทําความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 รวมเป็น 4 ข้อหา ขณะที่เนติพรยังถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 “ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่” รวมเป็น 4 ข้อหาเช่นเดียวกัน

    ทั้งนี้พฤติการณ์ข้อกล่าวหา ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าส่วนใดของกิจกรรมดังกล่าวที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามข้อหามาตรา 112 และมาตรา 116

    ++ตำรวจยื่นขอฝากขัง แม้ผู้ต้องหาจะมาตามหมายเรียก ไม่ได้หลบหนี++

    เวลา 11.45 น. ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาและลงบันทึกประจำวัน พนักงานสอบสวนได้แจ้งว่าจะมีการขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในช่วงบ่าย ด้านเยาวชนได้แยกไปศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

    ทั้งนี้ ทนายความได้ยื่นคัดค้านการฝากขัง และขอให้มีการไต่สวนคำร้องขอฝากขังที่ศาล แทนการไต่สวนผ่านคอนเฟอเรนซ์ ต่อมา นักกิจกรรมทั้ง 5 คน ถูกนำตัวขึ้นรถตู้จากด้านหลัง สน.ปทุมวัน ไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาตให้พบผู้มาให้กำลังใจด้านหน้า สน.ปทุมวันแต่อย่างใด

    เวลา 14.45 น. ศาลเริ่มไต่สวน ร.ต.ท.ปาณัสม์ กลิ่นขจร พนักงานสอบสวน เบิกความว่า พนักงานสอบสวนของฝากขังครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 10-21 มี.ค. 2565 เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมพยานบุคคลอีก 10 คน และรอผลการตรวจสอบลายนิ้วมือกับประวัติอาชญากรจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ต่อมา ร.ต.ท.ปาณัสม์ ตอบคำถามทนายความว่า ตนทราบดีว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมาตามกำหนดวันและตรงกับเวลาที่ลงไว้ในหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนครั้งที่ 1 และการส่งหมายเรียกไปทั้ง 5 ฉบับนั้นส่งไปที่บ้านของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน อันแสดงให้เห็นถึงว่าผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และการมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อหาไว้แล้ว รวมถึงยอมพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมด้วยดี

    ร.ต.ท.ปาณัสม์ ได้ตอบทนายความถึงช่วงอายุของผู้ต้องหาทั้งหมดที่มีตั้งแต่อายุ 18 ถึง 26 ปี โดยมีหนึ่งคนที่เพิ่งอายุเลยเกณฑ์เยาวชนมาไม่นาน และอีกสองคนที่กำลังศึกษาอยู่ปี 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปี 2 มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งผู้ต้องหาเหล่านี้ไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนจะสอบเพิ่มได้

    ทั้งนี้ พยานบุคคลที่พนักงานสอบสวนจะสอบเพิ่มที่ประกอบด้วยประชาชนทั่วไป 3 คน, ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุประมาณ 4 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์อีกประมาณ 4 คนนั้น พนักงานสอบสวนก็ไม่ได้แจ้งว่ารายชื่อต่อผู้ต้องหาทั้งหมด ผู้ต้องหาจึงไม่มีทางที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานเหล่านี้ได้ อีกทั้ง พนักงานสอบสวนยังรับว่า การไม่รับฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ในครั้งนี้ ไม่ทำให้การสอบสวนไม่สามารถดำเนินไปได้ การสอบสวนยังดำเนินการได้ตามปกติ

    ต่อมา ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนแถลงด้วยวาจาผ่านทนายความว่าเหตุผลการฝากขังไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย การฝากขังนี้จัดทำขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมเพื่อแสดงความเห็นในประเด็นของสังคม ขั้นตอนการสอบสวนที่เหลือเป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวนเอง

    อีกทั้ง ผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิบัติตามกำหนดและเวลาในหมายเรียก และไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่จะสอบเพิ่มได้ โดยทุกคนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน ขอให้ศาลยกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน

    เวลา 15.25 น. หลังเสร็จการไต่สวน ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคำขอของพนักงานสอบสวน ทนายความจึงได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งห้า ระหว่างรอว่าศาลจะมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ นักกิจกรรมทั้ง 5 คนถูกนำไปควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังใต้ถุนศาล

    ทั้งนี้ ตลอดการไต่สวนและการฟังคำสั่งมีตำรวจศาล 1 นาย และพนักงานรักษาความปลอดภัย 2 นาย ยืนคุมอยู่ที่ประตูห้องพิจารณาตลอดเวลา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งนั่งรออยู่หน้าห้องพิจารณาด้วย

    เวลา 16.30 น. สันติ ชูกิจทรัพย์ไพศาล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนักกิจกรรมทั้ง 5 ราย โดยให้วางหลักทรัพย์จำนวน 200,000 บาท พร้อมกำหนด 4 เงื่อนไขการประกันตัวเช่นเดียวกับทานตะวัน ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาและได้รับการอนุญาตประกันตัวก่อนหน้านี้

    หลังวางหลักประกันเป็นเงินสดจากกองทุนราษฎรประสงค์รวม 1,000,000 บาท ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวในเวลาประมาณ 18.00 น. และเดินลงมาพบผู้มาให้กำลังใจและสัมภาษณ์สื่อมวลชนด้านหน้าตึกศาล

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 10 มี.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/41224)
  • วรเวช (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี สื่ออิสระจากเฟซบุ๊กเพจ ‘ปล่อยเพื่อนเรา‘ และ “นุ้ย” (นามสมมติ) อายุ 48 ปี สื่ออิสระจากยูทูบ ‘ศักดินาเสื้อแดง‘ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียก จากกรณีร่วมกิจกรรมทำโพลล์สำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ บริเวณห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565

    ร.ต.ท.ปาณัสม์ กลิ่นขจร ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อทั้งสองคน ระบุพฤติการณ์ข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับคนอื่นๆ คือการร่วมกิจกรรมของกลุ่มทะลุวัง ทำโพลล์สำรวจในประเด็นว่า “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่?” โดยให้ประชาชนนำแผ่นสติ๊กเกอร์สีเขียวไปร่วมแปะในช่องข้อความว่า “เดือดร้อน” หรือ “ไม่เดือดร้อน”

    พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า วรเวชได้ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายวิดีโอในไลฟ์สดเหตุการณ์ตามจุดต่างๆ ก่อน “นุ้ย” มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และได้ไลฟ์สดกิจกรรมเช่นกัน

    จากนั้น ผู้ทำกิจกรรมได้พยายามเดินไปที่ด้านหน้าวังสระปทุม ตำรวจกล่าวหาว่ามีการพยายามผลักดันแนวกั้นของตำรวจ และฝ่าฝืนจะทำกิจกรรมต่อไป โดยนุ้ยด่ากล่าวถ้อยคำด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่พยายามเข้าอุ้มตัวนักกิจกรรมที่เป็นผู้หญิง

    พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทั้งสองคน ได้แก่ “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ”, “ยุยงปลุกปั่นฯ”, ร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานฯ โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ตามมาตรา 138 ประกอบมาตรา 140, ร่วมกันฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคําสั่งเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 368 เฉพาะ “นุ้ย” ตำรวจยังได้แจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ตามมาตรา 136 อีก 1 ข้อหาด้วย

    พฤติการณ์ข้อกล่าวหาไม่ได้มีการระบุแน่ชัดว่าส่วนใดของกิจกรรมที่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 และมาตรา 116

    ทั้งสองคนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน

    หลังการแจ้งข้อกล่าวหา ร.ต.อ.ปาณัสม์ กลิ่นขจร พนักงานสอบสวน ได้ยื่นขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ แม้ทั้งสองคนจะมาตามหมายเรียก และไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี โดยอ้างว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก และรอผลตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา

    พนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา โดยอ้างว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกันกระทำ “ความผิด” กับทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ซึ่งเป็นนักจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองในระยะที่ผ่านมา และมีพฤติการณ์จะไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าพฤติการณ์ดังกล่าวคืออะไร

    ต่อมาศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา แต่มนัส ภักดิ์ภูวดล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้วางหลักทรัพย์คนละ 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมให้ติดกำไล EM โดยอ้างว่า “เพื่อป้องกันการหลบหนี” และกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว ได้แก่

    1. ห้ามกระทำกิจกรรมหรือกระทำการใด หรือกระทำการในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา ที่อาจทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
    2. ห้ามโพสต์ข้อความปลุกปั่น ยั่วยุ ชักชวนให้มีการร่วมกิจกรรมชุมนุมในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมที่อาจก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

    นัดรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 9 พ.ค. 2565 เวลา 08.30 น.

    (อ้างอิง: บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา สน.ปทุมวัน ลงวันที่ 22 มี.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/41729)
  • ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดไต่สวนคำร้องขอถอนประกันใบปอและเนติพรของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ในคดีนี้

    ในช่วงเช้า ได้มีกลุ่มสื่ออิสระจำนวนหนึ่งเดินทางมาร่วมไลฟ์หน้าศาลเพื่อติดตามสถานการณ์ของนักกิจกรรมทั้ง 2 รายด้วย บรรยากาศก่อนเริ่มพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความเข้มงวด โดยมีการตั้งโต๊ะตรวจสัมภาระของผู้เข้าร่วมฟังพิจารณาคดี ในวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเยอรมนีและสถานทูตฟินแลนด์ และประชาชนผู้สนใจ รวมถึงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

    ผู้รับมอบฉันทะทนายความได้แถลงต่อศาล ขอเลื่อนนัดไต่สวนถอนประกันของนักกิจกรรมทั้ง 2 ราย เนื่องจากทนายความของผู้ต้องหาติดภารกิจว่าความที่ศาลอื่น

    ศาลได้พิจารณาคำร้อง ก่อนแจ้งว่าการไต่สวนนี้เป็นกรณีระหว่างศาลกับพนักงานสอบสวน จาก สน.ปทุมวัน ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้องขอถอนประกัน แต่ศาลเห็นว่าผู้ต้องหามีสิทธิคัดค้านคำร้องดังกล่าว และสิทธิที่จะซักถามพยานในชั้นไต่สวน ดังนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และให้ผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่โดยมีทนายความ จึงอนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนออกไปเป็นวันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 09.00 น. เนื่องจากเห็นว่าวันดังกล่าว ผู้ต้องหามีนัดต้องมารายงานตัวที่ศาลอยู่แล้ว

    อย่างไรก็ตาม ผู้รับมอบฉันทะได้ติดต่อปรึกษากับทนายความ และได้ร้องขอให้เลื่อนการไต่สวนในวันดังกล่าวเป็นช่วงบ่ายแทน เนื่องจากในช่วงเช้า ทนายความของผู้ต้องหาติดภารกิจต้องพาผู้ต้องหาในคดีอื่นไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งไม่สามารถเลื่อนนัดได้ เนื่องจากหากไม่ไปตามหมายอาจจะถูกออกหมายจับ

    10.45 น. ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณา ซึ่งยังยืนยันการนัดหมายไต่สวนในช่วงเช้า โดยได้กำชับทนายความผู้ต้องหาผ่านผู้รับมอบฉันทะว่า หากทนายความผู้ต้องหาไม่สะดวกในการมาทำหน้าที่ในวันเวลาดังกล่าว ให้เตรียมทนายความคนอื่นมาทำหน้าที่แทน นอกจากนี้ ศาลยังไม่ได้บันทึกถ้อยคำแถลงที่ทนายความผู้ต้องหาแจ้งผ่านผู้รับมอบฉันทะถึงเหตุขัดข้องไว้ด้วย

    ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา นักกิจกรรมทั้ง 2 ราย เปิดเผยทราบว่าทั้งคู่มีโอกาสที่ศาลจะพิจารณามีคำสั่งถอนประกันตัว ตามคำร้องของตำรวจ สน.ปทุมวัน และคงจะต้องเตรียมรับมือกับการใช้ชีวิตในเรือนจำ โดยทั้งสองได้ฝากให้ติดตามกลุ่มทะลุวังต่อไป เนื่องจากว่ามีข้อมูลหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่เรื่องขบวนเสด็จ ซึ่งอยากจะเปิดเผยให้กับประชาชนและสังคมได้รับรู้

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 19 เม.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/42640)
  • เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดไต่สวนคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ที่ขอถอนประกัน ‘ใบปอ’ และ ‘เนติพร’ (สงวนนามสกุล) จากกลุ่มทะลุงวัง ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 กรณีทำโพลล์สำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จที่บริเวณห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565

    ในช่วงเช้าวันนี้ พบกลุ่มสื่อมวลชนจำนวนมากร่วมติดตามสถานการณ์อยู่หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติ (UN) และสถานทูตเยอรมนี นักกิจกรรมและประชาชน รวมประมาณ 20 คน เดินทางมาเข้าร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจนักกิจกรรมทั้ง 2 รายในห้องพิจารณาด้วย

    เวลา 10.40 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 601 ศาลได้ให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ผู้ร้อง เข้าเบิกความ และไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้อง โดยศาลขอให้ผู้ร้องแสดงบัตรประจำตัวหรือบัตรประชาชน แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้พกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่หรือบัตรประชาชนมาแต่อย่างใด

    ก่อนเริ่มการไต่สวน ศาลได้ชี้แจงให้ใบปอ, เนติพร และทนายผู้ต้องหาทราบว่า “ในการไต่สวนวันนี้จะทำเหมือนการสืบพยาน และเมื่อไต่สวนเสร็จ ศาลจะเข้าประชุมกับคณะผู้บริหารศาลอาญา และขอให้ผู้ต้องหารอฟังคำสั่งต่อไป”

    การไต่สวนเริ่มขึ้นโดยศาลได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่า ในวันที่ 8 ก.พ. 2565 ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้เข้าชุมนุมแบบใด พนักงานสอบสวนเบิกความว่า ทั้งสองเป็นผู้จัดกิจกรรมทำโพลล์สำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จที่บริเวณห้างสยามพารากอน โดยมี ‘ใบปอ’ เป็นผู้ถือป้ายโพลล์ และ ‘เนติพร’ เป็นผู้ถือสติกเกอร์แจกจ่ายแก่ประชาชนที่เดินสัญจรผ่านไปมา โดยบนแผ่นป้ายปรากฏช่องแสดงความคิดเห็น 2 ประการ คือ เดือนร้อนและไม่เดือดร้อน โดยมีใบปอเป็นผู้ชักชวนให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นโดยการติดสติกเกอร์ลงในช่องดังกล่าว ส่วนเนติพรเป็นผู้ถือสติกเกอร์เพียงเท่านั้น

    ศาลถามต่ออีกว่า หลังจากการยืนถือโพลล์อยู่บริเวณหน้าสยามพารากอน ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนตัวไปที่ไหน อย่างไรบ้าง พนักงานสอบสวนเบิกความตอบว่า ผู้ชุมนุมรวมถึงผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้เคลื่อนตัวไปทำโพลล์ที่หน้าร้าน Sirivannavari หลังจากนั้นก็ย้ายไปที่ลานน้ำพุในห้างดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างคอยควบคุมอยู่ตลอดเวลา เวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ต้องหาได้เคลื่อนตัวไปที่วังสระปทุม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยควบคุมความสงบอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ควบคุมเข้มงวด และได้มีการตักเตือนและขอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม ในเวลา 18.30 น.

    พนักงานสอบสวนเบิกความต่อว่า จนกระทั่งในวันที่ 10 มี.ค. 2565 เจ้าหน้าที่ได้มีการนำตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาและฝากขังต่อศาล โดยศาลได้อนุญาตให้ฝากขัง จากนั้นทนายความได้ยื่นเรื่องขอประกันตัว ศาลได้อนุญาตให้ประกันโดยมีเงื่อนไขระบุว่า “ห้ามทำกิจกรรมใดๆ ที่จะสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนห้ามโพสต์ข้อความหรือชักชวนให้ประชาชนพูดถึงสถาบันฯ ในทางเสื่อมเสีย ตลอดจนสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง”

    พนักงานสอบสวนแถลงต่อศาลต่อไปว่า ต่อมา ในวันที่ 13 มี.ค. 2565 มีรายงานการสืบสวนจากกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้จัดกิจกรรมทำโพลล์สอบถามประชาชนในบริเวณอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิเรื่อง “ขบวนเสด็จ ม็อบชาวนา ปัญหาหนี้สิน การผูกขาดที่ดิน โดยกลุ่มทุน-ศักดินา” โดยตั้งคำถามในโพลล์ว่า “คุณยินดีที่จะยกบ้านของคุณให้กับราชวงศ์หรือไม่” โดยปรากฏตัวเลือก 2 ประการ คือ ยินดีและไม่ยินดี ทั้งนี้ ผลโพลล์ดังกล่าวได้นำไปใช้ในการยื่นถวายฎีกาต่อพระมหากษัตริย์ในกรณีที่ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เวนคืนที่ดินในชุมชนตลาดเฉลิมลาภด้วย

    รายงานการสืบสวนยังระบุอีกว่า ในวันที่ 21 มี.ค. 2565 ใบปอได้ถ่ายรูปคู่กับพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในลักษณะท่าทางที่ไม่เหมาะสม อันเป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการสำรวจโพลล์ความคิดเห็นของประชาชนต่อการจ่ายภาษีให้กับราชวงศ์ที่ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2565 และการแชร์โพสต์ของใบปอจากเพจ “ทะลุวัง -ThaluWang” ในหลายๆ ครั้ง

    เวลา 12.20 น. ศาลสอบถามพนักงานสอบสวนจนจบ แต่ทนายผู้ต้องหายังไม่ได้ถามค้าน ศาลให้เลื่อนไปไต่สวนต่อในช่วงบ่าย

    ในเวลา 13.30 น. ศาลได้ให้ทนายผู้ต้องหาถามค้านพนักงานสอบสวน โดยทนายได้ถามว่า ในโพลล์ของกิจกรรมเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 มีตัวเลือก 2 ประการ คือ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นการสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนจากขบวนเสด็จที่ไม่ได้มีการบังคับหรือเชิญชวนให้ใครต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งใช่หรือไม่ พนักงานสอบสวนตอบว่า ถูกต้อง ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไม่ได้มีการบังคับให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาต้องเข้ามาทำโพลล์

    จากนั้นทนายความได้ยกพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงตรัสไว้ว่า “หากขบวนเสด็จได้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้วย” และได้ถามกับผู้ร้องว่า การทำกิจกรรมของผู้ต้องหาจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรในเมื่อกษัตริย์ทรงได้ตระหนักรู้และตรัสไว้เช่นเดียวกันแบบนั้น

    ทนายความยังได้ถามพนักงานสอบสวนที่ยื่นคำร้องขอถอนประกันถึงข้อกล่าวหาที่ว่า การแชร์ข้อความจากเพจ “ทะลุวัง” ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ต้องหา เป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์และทำผิดเงื่อนไขการประกันตัวว่า พยานทราบถึงความสัมพันธ์ของเพจกับผู้ต้องหาหรือไม่ พนักงานสอบสวนตอบว่าไม่ทราบ และไม่มีหลักฐานถึงความเกี่ยวข้องของแอดมินเพจดังกล่าวกับผู้ต้องหาทั้งสอง

    ทนายความจึงแถลงต่อศาลว่า การกล่าวหาด้วยโพสต์ข้อความจากเพจทะลุวัง ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว หากจะแจ้งดำเนินคดีก็ต้องทำการแจ้งความกับผู้แชร์คนอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เพียงผู้ต้องหาในคดีนี้เท่านั้น

    หลังจากทนายผู้ต้องหาหมดคำถาม ผู้ต้องหาได้แถลงขออนุญาตเบิกความถึงข้อเท็จจริงด้านการศึกษาของตนที่มีความเกี่ยวข้องกับการสำรวจความคิดเห็นและปัญหาของประชาชน เพื่อนำไปพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่อไป โดยการทำโพลล์ต่างๆ ที่ปรากฏต่อสาธารณชนนั้นเป็นการเรียนรู้และเป็นประโยชน์ในเชิงวิชาการในการศึกษาและการทำงานของตัวผู้ต้องหาเอง ซึ่งผู้ต้องหาได้แถลงว่า “การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันฯ แต่เป็นการทำไปเพื่อให้เห็นความสุจริต และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองที่พึงมี ซึ่งสามารถกระทำได้ภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย”

    อีกทั้งในการทำกิจกรรมสำรวจความคิดเห็นทั้งสองครั้งที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน อ้างถึง ก็ไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีจาก สน.พญาไท และ สน.ลุมพินี ซึ่งเป็นท้องที่ที่ผู้ต้องหาเข้าไปทำกิจกรรมอีกด้วย

    ราว 15.00 น. หลังเสร็จการไต่สวน ศาลแจ้งให้รอฟังคำสั่งภายในวันนี้โดยบันทึกลงในรายงานกระบวนพิจารณาด้วย ก่อนออกจากห้องพิจารณาไปประชุมกับคณะผู้บริหารตามที่ได้แจ้งไว้ก่อนเริ่มการไต่สวน

    หลังจากทุกคนให้ห้องพิจารณารออยู่กว่า 1 ชั่วโมง ประมาณ 16.30 น. ศาลได้กลับมาที่ห้องพิจารณาและขอแก้ไขรายงานกระบวนพิจารณาจากให้รอฟังคำสั่งวันนี้ เป็นนัดฟังคำสั่งในวันที่ 3 พ.ค. 2565 โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว

    อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าในระหว่างการไต่สวนคำร้องถอนประกัน ศาลได้ใช้คำว่า ‘ชุมนุม’ แทนคำว่า ‘กิจกรรมทำโพลล์สำรวจ’ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ต้องหาและทนายความได้แถลงต่อศาลว่าลักษณะของการทำกิจกรรมของกลุ่มผู้ต้องหานั้นไม่ได้เป็นไปในรูปแบบของการชุมนุม หากแต่เป็นเพียงการเดินสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป และไม่ได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือความไม่สงบต่อบ้านเมืองแต่อย่างใด

    (อ้างอิง: รายงานกระบวนพิจารณา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 27 เม.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/42972)
  • เวลา 13.30 น. บรรยากาศหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้เต็มไปด้วยสื่อมวลชนที่ร่วมติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งมีกลุ่มมวลชน รวมทั้ง "พลอย" เบญจมาภรณ์ เดินทางมาให้กำลังใจใบปอและเนติพร ขณะหน้าห้องพิจารณาคดี 604 มีความเข้มงวดในการตรวจตรากลุ่มผู้ที่ต้องการจะเข้าร่วมฟังคำสั่ง โดยจะต้องตรวจ ATK หรือมีผลตรวจโควิดภายใน 72 ชั่วโมง

    เวลา 14.00 น. ศาลได้อ่านคำสั่งถอนประกันใบปอและเนติพร ระบุว่า “จากการที่กลุ่มผู้ต้องหาโพสต์ข้อความชักชวนให้เข้าร่วมเหตุชุมนุม จนเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีลักษณะและวิธีการในทำนองเดียวกันกับการกระทำของผู้ต้องหากับพวกตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังมาแล้ว และการโพสต์ดังกล่าว ย่อมเป็นเหตุให้นอกจากกลุ่มผู้ต้องหากับพวกแล้ว ประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้มีความคิดเห็นแตกต่างไปจากกลุ่มของผู้ต้องหาเข้าร่วมชุมนุมหรือสังเกตการณ์การชุมนุมของผู้ต้องหากับพวกด้วย อันอาจทำให้มีผู้ร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้

    และได้ปรากฏข้อเท็จจริงตามภาพถ่ายท้ายคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวว่า นอกจากกลุ่มของผู้ต้องหากับพวกแล้ว ยังมีกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้าร่วมชุมนุมในบริเวณใกล้เคียงกับที่ผู้ต้องหากับพวกร่วมกันทำกิจกรรมอยู่ด้วย และในระหว่างทำกิจกรรมมีเหตุชุลมุนเนื่องจากมวลชนกลุ่มทะลุวังได้เดินเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม ศปปส.

    การกระทำของผู้ต้องหาจึงถือได้ว่า เป็นการเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอันเป็นการละเมิดเงื่อนไขข้อห้ามตามที่ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา” ลงนามโดย สันติ ชูกิจทรัพย์ไพศาล และพฤตวรรษ รินทร์ธราศรี

    หลังศาลอ่านคำสั่งเสร็จสิ้น ใบปอและเนติพรถูกควบคุมตัวไปทัณฑสถานหญิงกลางทันที

    (อ้างอิง: คำสั่ง ศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 3 พ.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/43235)
  • เวลา 13.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดไต่สวนคำร้องขอฝากขังใบปอและเนติพรครั้งที่ 6 บรรยากาศหน้าศาล ไม่มีสื่อมวลชนติดตามสถานการณ์ เนื่องมาจากการนัดไต่สวนเกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก ส่วนบรรยากาศหน้าห้องพิจารณาคดี 604 ยังคงเต็มไปด้วยความเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราผู้เข้าร่วมฟังพิจารณาคดีอย่างใกล้ชิด โดยมีเพื่อนของผู้ต้องหาเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วยจำนวน 1 คน

    ก่อนเริ่มการไต่สวน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 4 นายเดินทางมาพร้อมใบปอและเนติพรซึ่งสวมใส่ชุดนักโทษหญิงในแดนแรกรับ โดยเจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดตลอดระยะเวลาที่ผู้ต้องหาทั้งสองพูดคุยกับทนายความและทักทายกับเพื่อนผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์

    เวลา 13.40 น. ศาลได้อ่านคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ก่อนที่จะให้พนักงานสอบสวนผู้ร้องขึ้นเบิกความถึงเหตุจำเป็นในการขอฝากขังครั้งนี้

    ต่อมา ศาลให้ทนายผู้ต้องหาถามค้าน ทนายได้แถลงว่าคดีนี้เหลือเพียงการรอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา และรอเสนอสำนวนให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งฟ้อง ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้อีก

    ก่อนทนายสอบถามพนักงานสอบสวนว่า ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนั้น ได้ไปตั้งแต่ในวันที่แจ้งข้อกล่าวหาแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนตอบว่า ใช่

    ทั้งนี้ คำร้องคัดค้านการฝากขังระบุว่า ในคดีนี้ไม่มีเหตุหรือความจำเป็นที่จะออกหมายขังผู้ต้องหาไว้อีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามมาตรา 71 และมาตรา 66 “เมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาแล้ว ในระยะใดระหว่างสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ตามมาตรา 87 หรือมาตรา 88 ก็ได้ และให้นำบทบัญญัติในมาตรา 66 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะใช้ดุลพินิจพิจารณาว่ามีเหตุที่จะขอให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาไว้หรือไม่ จึงต้องพิจารณาตามมาตรา 66 ประกอบด้วยเป็นสำคัญ ซึ่งคดีนี้ผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติการณ์จะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุภยันตรายประการอื่น”

    คำร้องยังระบุว่า พฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหานั้น เป็นเพียงการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยเป็นการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุความวุ่นวายหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือร่างกายผู้ใด กิจกรรมดังกล่าวที่ถูกกล่าวหาไม่ใช่การก่อเหตุอันตราย ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

    ต่อมาในเวลา 14.20 น. ศาลได้อ่านรายงานกระบวนพิจารณา ก่อนจะออกจากห้องพิจารณาเพื่อปรึกษากับคณะผู้บริหารศาล และให้ผู้ต้องหารอฟังคำสั่งต่อไป

    และในเวลา 14.45 น. ศาลได้มีคำสั่งว่า “พิเคราะห์เหตุตามคำร้องขอฝากขังและคำคัดค้านของทนายผู้ต้องหาแล้ว เห็นว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนผู้ร้องขอให้ฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 6 หลังจากได้ร้องขอให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 แล้ว และเมื่อผู้ร้องยืนยันว่าพนักงานสอบสวนจำเป็นที่จะต้องรอผลการตรวจสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา และเสนอสำนวนต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณา อันเป็นกรณีการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จกรณีจึงมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนหรือฟ้องคดี ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87

    ส่วนเหตุตามคำร้องคัดค้านของทนายความ ลงวันที่ 5 พ.ค. 2565 นั้น ไม่ต้องตามข้อกฎหมายดังกล่าว แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุจำเป็นที่ผู้ร้องจะต้องทำการสอบสวน ประกอบกับผู้ต้องหาถูกคุมขัง จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาต่ออีก 7 วัน และกำชับให้ผู้ร้องเร่งสอบสวนให้แล้วเสร็จ” ผู้พิพากษาที่ลงนามในคำสั่ง คือ ตระการ สุรมณี

    เมื่อเสร็จสิ้นการพิจารณา ใบและเนติพรได้ถูกนำตัวกลับทัณฑสถานหญิงกลางทันที โดยตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. จนถึงวันที่ 6 พ.ค. 2565 ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายถูกคุมขังมาแล้ว 4 วัน และการฝากขังครั้งที่ 6 นี้มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 9-15 พ.ค. 2565

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/43387)
  • วรเวชและนุ้ยเดินทางมาศาลตามนัด ก่อนศาลนัดรายงานตัวครั้งต่อไปวันที่ 23 พ.ค. 2565

    ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2565 ศาลอนุญาตให้ฝากขังทั้งสองอีก 12 วัน หลังพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขังเป็นครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 9-20 พ.ค. 2565 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น รอผลการตรวจสอบประวัติและลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรรมและเสนอสำนวนให้ผู้บังคับบัญชาต่อไป
  • ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดไต่สวนคำร้องขอฝากขังใบปอและเนติพรครั้งที่ 7 หลังพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังอีก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-27 พ.ค. 2565 และทนายยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังต่อ

    การไต่สวนถูกเลื่อนจากช่วงเวลา 10.00 น. มาเป็นเวลา 13.30 น. โดยใบปอและเนติพรไม่ได้ถูกเบิกตัวมาร่วมฟังการไต่สวนที่ศาลด้วย แต่ศาลเบิกตัวทั้งสองผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากทัณฑสถานหญิงกลาง

    ใบปอและเนติพรอยู่ในชุดผู้ต้องขังสีน้ำตาลพร้อมคลุมด้วยชุด PE สีฟ้าตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์ โดยมีญาติของหนึ่งในผู้ต้องหาเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์คดีด้วยจำนวน 1 คน ทนายความได้เปิดโอกาสให้ญาติได้พูดคุยกับผู้ต้องหาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในระหว่างการรอศาลเริ่มการไต่สวน

    เวลา 14.20 น. ศาลเริ่มการไต่สวน โดยพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ผู้ร้อง ได้เบิกความถึงเหตุในการขอฝากขังครั้งนี้ ระบุว่า สำนวนคดีของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ดำเนินการสอบสวนจนเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ในระหว่างการรอพิจารณาความเห็นในการฟ้องคดีจากผู้บังคับบัญชา

    อย่างไรก็ตาม ศาลได้ย้อนกล่าวถึงคำสั่งให้ฝากขังครั้งที่ 6 ว่าศาลได้กำชับให้พนักงานสอบสวนได้เร่งการพิจารณาคดีแล้วใช่หรือไม่ ผู้ร้องได้แถลงว่า การยื่นฝากขังในครั้งนี้ มีคำสั่งมาจากผู้บังคับบัญชาให้สอบปากคำบิดาของผู้ต้องหาในคดีเดียวกันนี้เพิ่มเติม

    ต่อมา ทนายความได้ถามค้านผู้ร้องว่า บุคคลที่พนักงานสอบสวนต้องทำการสอบเพิ่มเติมไม่ใช่บิดาของหนึ่งในผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย แต่เป็นบิดาของผู้ต้องหารายอื่นใช่หรือไม่ โดยผู้ร้องได้ตอบว่า ใช่ แต่การยื่นสำนวนของผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ต้องยื่นต่ออัยการ จำนวนทั้งหมด 9 ราย ซึ่งทำให้ในวันนี้ต้องยื่นคำร้องขอฝากขังใบปอและเนติพรต่อ เนื่องจากว่าสำนวนของผู้ต้องหาคนอื่นในคดีนี้ยังไม่เสร็จสิ้น และผู้บังคับบัญชายังไม่ลงลายมือชื่อ

    ทนายความได้แถลงต่อศาลว่าในคดีดังกล่าว ผู้ต้องหาคนอื่นทั้งหมด 7 ราย ได้รับการประกันตัวไปหมดแล้ว เหลือเพียงผู้ต้องหา 2 รายนี้ที่ยังคงไม่ได้รับการประกันตัว อีกทั้งผู้ร้องเองก็ได้ยืนยันว่าสำนวนคดีของใบปอและเนติพรได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นหมดแล้ว หากไม่ยื่นฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือการพิจารณาความเห็นในการฟ้องคดีของผู้บังคับบัญชา หรือผู้ต้องหาก็ไม่สามารถจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานใดๆ

    ทนายยังได้ถามต่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองเองก็ได้แสดงที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมถึงในวันที่ไปรับทราบข้อกล่าวหาก็ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกพร้อมกันใช่หรือไม่ ซึ่งผู้ร้องได้ตอบว่า ใช่

    อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผู้ต้องหาได้แถลงต่อศาลว่า ต้องการถูกเบิกตัวไปฟังการพิจารณาคดีที่ศาลในวันนี้ด้วย และต้องการที่จะพูดคุยกับทนายความตรงหน้า รวมถึงดูเอกสารต่างๆ ก่อนจะลงลายมือชื่อของตนเอง ซึ่งศาลได้ตอบว่า การวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ก็ทำให้ผู้ต้องหาสามารถพูดคุยกับทนายได้ รวมถึงหากต้องการที่จะถูกเบิกตัวก็ขอให้ทนายทำเรื่องในครั้งถัดไป ทั้งในการไต่สวนคำร้องขอฝากขังไม่มีผู้พิพากษาที่เป็นเจ้าของสำนวน ดังนั้นศาลไม่สามารถบังคับดุลยพินิจของผู้พิพากษาท่านอื่นได้

    เมื่อทนายขอให้ศาลบันทึกคำแถลงของผู้ต้องหา ที่ต้องการจะถูกเบิกตัวมาศาลในวันนี้ ศาลแจ้งว่าไม่มีความจำเป็นที่จะบันทึกลงในรายงานกระบวนพิจารณา และได้ถามกับพนักงานสอบสวนต่อว่า ในระยะเวลา 12 วันนี้ ผู้ร้องจะสามารถส่งคำฟ้องได้ทันใช่หรือไม่ ซึ่งผู้ร้องก็ได้ยืนยันว่าสามารถทำได้

    เวลา 15.00 น. ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณา ก่อนจะออกจากห้องพิจารณาไปเพื่อปรึกษากับคณะผู้บริหารศาล และบอกให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายรอฟังคำสั่งต่อไป โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาได้พูดคุยกับทนายความในระหว่างการรอฟังคำสั่ง

    ใบปอและเนติพรได้เปิดเผยว่ายังไม่ได้รับอาหารที่มีคนฝากเข้ามาให้ และอาหารที่ได้รับประทานในทุกวันนี้เป็นเพียงข้าวและเศษผักกับกระดูกสัตว์เท่านั้น รวมถึงยังมีความต้องการสบู่เหลวในการใช้ทำความสะอาดร่างกายอีกด้วย

    ในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา ณ เวลา 16.00 น. ศาลได้มีคำสั่ง “พิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ร้องซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเบิกความว่าคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา กรณีถือได้ว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น และมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนและการฟ้องคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และผู้ร้องคาดว่าสามารถฟ้องเป็นคดีภายในระยะเวลาที่ขอ จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหามีกำหนด 12 วัน” ลงนามโดย วัฒนศักดิ์ ผิวขาว

    เมื่อเสร็จสิ้นการพิจารณา ใบปอและเนติพรยังคงได้มีโอกาสพูดคุยกับญาติและทนายความอีกเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะตัดการติดต่อผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไป

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/43387)
  • เวลา 10.15 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวใบปอและเนติพร ซึ่งถูกขังระหว่างการสอบสวนอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางมาแล้ว 18 วัน หลังถูกศาลเพิกถอนประกันเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา

    คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวใบปอมีใจความโดยสรุปว่า ในขณะนี้ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ซึ่งอยู่ในช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียน ผู้ต้องหาลงทะเบียนเรียนไว้ 5 วิชา และได้ขาดสอบไปแล้ว 1 วิชา เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ในเรือนจําตามหมายขังของศาล ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2565 เป็นต้นมา

    หากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อเข้าสอบในวันที่ 20-21 พ.ค. นี้ จะส่งผลให้ผู้ต้องหาขาดสอบรวมกันทั้งสิ้น 4 วิชา ซึ่งจะทําให้คะแนนเฉลี่ยของผู้ต้องหาต่ํากว่าเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกําหนด และต้องพ้นสภาพนักศึกษา ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันจะเป็นการทําลายอนาคตและลิดรอนสิทธิของผู้ต้องหาเกินสมควรในคดีที่ยังไม่มีการตัดสินว่าการกระทําของผู้ต้องหาเป็นความผิด หากต่อไปพิสูจน์ได้ว่าผู้ต้องหามิได้กระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ก็ไม่สามารถเยียวยาความเสียหายเกี่ยวกับสิทธิและโอกาสทางการศึกษาของผู้ต้องหาได้ อันเป็นการทําให้ผู้ต้องหาได้รับผลร้ายเกินสมควรแก่กรณี

    คำร้องยังระบุว่า หากศาลกําหนดเงื่อนไขใดที่เป็นประโยชน์ต่อการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา เช่น กําหนดให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ผู้ต้องหาก็พร้อมปฏิบัติตามคําสั่งศาล และขอเสนอให้ศาลแต่งตั้งให้อาจารย์ประจําคณะวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ ซึ่งเป็นอาจารย์ของผู้ต้องหาและผู้ต้องหาให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่งเป็นผู้กํากับดูแล

    ส่วนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเนติพรระบุโดยสรุปว่า ผู้ต้องหาเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ซึ่งต้องประกอบอาชีพสอนวิชาภาษาอังกฤษผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหาเลี้ยงตนเอง อีกทั้งมารดาและบิดาของผู้ต้องหาแยกทางกัน มารดาป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงและโรคหัวใจซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง จึงมีเพียงผู้ต้องหาและพี่สาวของผู้ต้องหาเท่านั้นที่รับภาระค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลของมารดา การที่ผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่ มีผลกระทบต่อการหารายได้เพื่อนํามาเป็นค่ารักษาพยาบาลของมารดาผู้ต้องหาอย่างมาก

    นอกจากนี้ ผู้ต้องหาเคยเข้ารับการตรวจโรคที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยแพทย์วินิจฉัยว่ามีความเสี่ยงจะเป็นก้อนเนื้อที่มดลูก และต้องรับประทานยาเพื่อปรับฮอร์โมน การที่ต้องถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนจะทําให้ผู้ต้องหาได้รับความลําบากในการปรึกษาแพทย์เพื่อป้องการความเสี่ยงที่จะเกิดก้อนเนื้อในมดลูก

    ทั้งนี้ หากศาลกําหนดเงื่อนไขใดที่เป็นประโยชน์ต่อการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา เช่น กําหนดให้ผู้ต้องหาติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ผู้ต้องหาก็พร้อมปฏิบัติตามคําสั่งศาล รวมถึงขอเสนอให้ศาลแต่งตั้งให้พี่สาวของผู้ต้องหาซึ่งประกอบอาชีพทนายความเป็นผู้กํากับดูแลผู้ต้องหาให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล

    อนึ่ง ในคำร้องของผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ขอวางเงินเป็นหลักประกันจำนวน 200,000 บาท รวมถึงมีการหยิบยกเอากติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ที่ว่า “บุคคลทุกคนซึ่งต้องหาว่ากระทําผิดอาญาต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด” เพื่อให้ศาลใช้ประกอบการพิจารณาให้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว

    อีกทั้งผู้ต้องหาไม่ได้กระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และคดีมีหนทางจะต่อสู้คดีได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ต้องหาเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่ได้มีอิทธิพลเพื่อที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุภยันตรายประการอื่นใด และไม่อาจก่ออุปสรรคหรือความเสียหายต่อการดำเนินคดีในชั้นศาล

    ทัายคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวทั้งสองยังระบุด้วยว่า หากศาลมองว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่เพียงพอ ขอให้ศ่าลไต่สวนผู้ต้องหาทั้งสองประกอบการพิจารณาด้วย

    หลังทนายความรอฟังคำสั่งกว่า 5 ชม. เวลา 16.00 น. มนัส ภักดิ์ภูวดล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวใบปอและเนติพรโดยไม่ได้เบิกตัวทั้งสองมาไต่สวน ให้เหตุผลว่า พิเคราะห์แล้วผู้ต้องหาทั้งสองเคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขที่ผู้ต้องหายอมรับต่อศาล แต่กลับไม่ใส่ใจต่อเงื่อนไขและกระทำผิดเงื่อนไขจนถูกเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัว จะกลับไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ยกคำร้อง

    จากคำสั่งไม่ให้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวดังกล่าว ทำให้ใบปอและเนติพรต้องถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/43914)
  • ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดไต่สวนคำร้องขอฝากขังใบปอและเนติพรของพนักงานอัยการ ในผัดที่ 8 อีก 5 วัน (28 พ.ค. -1 มิ.ย. 2565) หลังทนายผู้ต้องหายื่นคัดค้านฝากขัง

    การไต่สวนคำร้องมีขึ้นเวลา 13.30 น. โดยใบปอและเนติพรไม่ได้ถูกเบิกตัวมาร่วมฟังการไต่สวนที่ศาลด้วย เนื่องจากศาลไม่อนุญาต ให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ทำให้ทั้งสองต้องเข้าร่วมผ่านการวีดิโอคอนเฟอเรนซ์จากทัณฑสถานหญิงกลาง

    บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดี 502 ซึ่งในวันนี้มีญาติของผู้ต้องหา 2 คน และประชาชนที่ติดตามกลุ่มทะลุวังอีก 2 คน ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ทั้งหมดได้เห็นใบปอและเนติพรผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในชุดผู้ต้องขังสีน้ำตาล และสวมหน้ากากอนามัยสีฟ้า โดยไม่ได้คลุมด้วยชุด PE ตามมาตรการป้องกันโควิด – 19 ของกรมราชทัณฑ์อย่างเคย โดยทนายความเปิดโอกาสให้ทั้งหมดได้พูดคุยกันก่อนการไต่สวนเริ่มขึ้น

    พนักงานอัยการเบิกความว่า ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา โดยคดีนี้มีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มีหนังสือสั่งการลงวันที่ 21 ก.พ. 2561 ให้คดีประเภทดังกล่าวอยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่งฟ้อง

    ต่อมา ทนายผู้ต้องหาได้ถามพนักงานอัยการว่า ในการพิจารณาสั่งฟ้องจะมีพนักงานอัยการเป็นผู้ลงความเห็นใช่หรือไม่ ซึ่งพนักงานอัยการได้ตอบว่า ตนเองมีหน้าที่เพียงรวบรวมข้อเท็จจริงและส่งสำนวนต่ออัยการสูงสุดเท่านั้น และได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2565 แล้ว

    ทนายความได้แถลงต่อศาลว่า ที่ถามพนักงานอัยการ เนื่องจากต้องการจะทราบว่าสำนวนการสอบสวนทั้งหมดได้เสร็จสิ้นลงแล้วหรือไม่ ซึ่งพนักงานอัยการก็ได้ตอบว่า เบื้องต้นไม่มีคำสั่งให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม ทนายถามอัยการต่อว่า ในกรณีหากศาลไม่ให้ฝากขัง ก็ไม่ได้มีผลต่อสำนวนคดีที่เสร็จสิ้นไปแล้วใช่หรือไม่ อัยการตอบว่า อาจมีปัญหาในการติดตามตัวมานัดฟังคำสั่งอัยการ

    ทั้งนี้ คำร้องคัดค้านการฝากขังได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่ได้มีพฤติการณ์ในการหลบหนีแต่อย่างใด

    เมื่อเสร็จการไต่สวน ผู้พิพากษาได้ขอตัวออกนอกห้องพิจารณา เพื่อเข้าปรึกษากับคณะผู้บริหารศาล ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องพิจารณาคดี

    ต่อมาในเวลา 15.30 น. ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังใบปอและเนติพร “พิเคราะห์คำร้องขอฝากขัง เอกสารประกอบคำร้องและคำคัดค้านของทนายผู้ต้องหาแล้ว เห็นว่าผู้ร้องมาเบิกความยืนยันต่อศาลว่า ได้รับสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2565 ซึ่งผู้ต้องหาได้กระทำความผิดที่มีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมอยู่ด้วย

    ซึ่งอัยการสูงสุดได้มีหนังสือสั่งการลงวันที่ 21 ก.พ. 2561 วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการทำความเห็นคำสั่งในคดีประเภทดังกล่าว ให้พนักงานอัยการส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมบันทึกความเห็นให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาสั่ง ผู้ร้องจึงได้สรุปข้อเท็จจริงนำเสนออัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาสั่งในวันที่ 25 พ.ค. 2565 ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งจากคณะทำงานของอัยการสูงสุด

    กรณีมีเหตุจำเป็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 คำคัดค้านของทนายความ ผู้ต้องหา ไม่ต้องตามข้อกฎหมายดังกล่าว จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาต่อไปอีก 5 วัน” ลงนามคำสั่งโดย วีรัช วรรธนะวงษา

    หลังจากศาลมีคำสั่งให้ฝากขัง ทนายความจึงได้คำร้องขอยื่นประกันใบปอและเนติพรเป็นครั้งที่ 2 หลังถูกศาลเพิกถอนประกันเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

    ปัจจุบันใบปอและเนติพรได้ถูกฝากขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางมาเป็นระยะเวลา 25 วันแล้ว หลังถูกศาลเพิกถอนประกัน หากนับระยะเวลาที่ทั้งสองถูกฝากขังหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2565 จะครบ 84 วัน ตามที่กฎหมายอนุญาตให้ฝากขังในชั้นสอบสวน ในวันที่ 1 มิ.ย. 2565 หากถึงวันที่ 1 มิ.ย. พนักงานอัยการยังไม่ยื่นฟ้องต่อศาล ใบปอและเนติพรก็จะได้รับการปล่อยตัว

    (อ้างอิง: https://tlhr2014.com/archives/44132)
  • อรรถพันธ์ ตั้งมโนวุฒิกุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ได้ยื่นฟ้องนักกิจกรรมและสื่ออิสระทั้ง 8 ราย ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในฐานความผิด “ร่วมกันหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ, ร่วมกันยุยงปลุกปั่นฯ, ร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยร่วมกระทําความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป, ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่ และร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงานฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116, 136, 138, 140 และ 368

    ทั้งนี้ อัยการไม่ได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งแปดในระหว่างพิจารณา โดยระบุให้อยู่ในดุลพินิจของศาล

    ภายหลังศาลอาญากรุงเทพใต้รับฟ้องแล้ว ได้นัดสอบคำให้การจำเลยทั้งแปดในวันที่ 2 มิ.ย. 2565

    (อ้างอิง: คำฟ้อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ อ.765/2565 ลงวันที่ 30 พ.ค. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/44438)
  • นัดสอบคำให้การทานตะวัน, ฐากูร, วรเวช, ณัฐกรณ์, นุ้ย และแบมมาศาล โดยศาลได้เบิกตัวใบปอและเนติพรจากทัณฑสถานหญิงกลางมาสอบคำให้การด้วย ทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 18 ก.ค. 2565 เวลา 09.00 น.

    จากนั้น ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งหมดระหว่างพิจารณาคดี โดยกรณีของใบปอและเนติพร ซึ่งถูกถอนประกันไปในชั้นฝากขัง ทนายความได้ยกเหตุผลประกอบที่สำคัญคือ ใบปอต้องไปดำเนินการขอเข้าสอบย้อนหลังเพื่อไม่ให้พ้นสภาพนักศึกษา ส่วนเนติพรมีเหตุจำเป็นในการเลี้ยงดูและดูแลแม่ซึ่งมีโรคประจำตัว ประกอบกับตัวเนติพรเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง ต้องทานยาและปรึกษาแพทย์ โดยทั้งสองยิมยอมหากศาลจะกำหนดเงื่อนไขจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันจำเลยทั้งสองจะไปกระทำความผิดซ้ำ และขอแต่งตั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพี่สาวของเนติพรเป็นผู้กำกับดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล

    เวลา 14.53 น. มนัส ภักดิ์ภูวดล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลย 6 คน ยกเว้นใบปอและเนติพร โดยใช้หลักประกันเดิมในชั้นฝากขัง เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมให้ติด EM และกำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับชั้นฝากขัง คือ ห้ามทำกิจกรรมหรือกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับที่ถูกฟ้อง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, ห้ามโพสต์ข้อความปลุกปั่น ยั่วยุ หรือชักชวนให้มีการเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

    กรณีใบปอและเนติพร ซึ่งศาลยังคงไม่อนุญาตให้ประกันตัว ได้ระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์แล้วเห็นว่าศาลเคยให้โอกาสปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 2 – 3 ในระหว่างพิจารณาแต่จำเลยที่ 2 – 3 กระทำผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนด โดยความยินยอมของจำเลยที่ 2 – 3 ที่จะปฏิบัติตาม จะเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขอปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 3 พ.ค 2565 ดังนั้นหากศาลปล่อยตัวชั่วคราว จึงเกรงว่าจำเลยที่ 2 – 3 จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ตามคำร้องประกอบการขอปล่อยตัวชั่วคราวจึงไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ยกคำร้อง”

    ปัจจุบันใบปอและบุ้งได้ถูกฝากขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางมาเป็นระยะเวลา 31 วันแล้ว หลังถูกศาลเพิกถอนประกัน

    (อ้างอิง: คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ อ.765/2565 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2565 และ https://tlhr2014.com/archives/44438)

ชั้นสอบสวน

ผู้ถูกดำเนินคดี :
แบม (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ใบปอ (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
ไม่อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ทานตะวัน ตัวตุลานนท์

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ณัฐกรณ์ (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ฐากูร (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เนติพร (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
ไม่อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
“นุ้ย” (นามสมมติ)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วรเวช (สงวนนามสกุล)

การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

ศาลชั้นต้น

ผู้ถูกดำเนินคดี :
แบม (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ใบปอ (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
ไม่อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ทานตะวัน ตัวตุลานนท์

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ณัฐกรณ์ (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
ฐากูร (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
เนติพร (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
ไม่อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
“นุ้ย” (นามสมมติ)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต
ผู้ถูกดำเนินคดี :
วรเวช (สงวนนามสกุล)

ผลการพิพากษา
-
การอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
อนุญาต

แหล่งที่มา : กรณีที่ศูนย์ทนายความฯ ติดตามสัมภาษณ์